ตะวันส่องฉาย : เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม?

เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด
ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้
นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง

Read more »

เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา

๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า
ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย
เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป
ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร

Read more »

เรไรร่อนร้อง : ขอรักคืนมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง
ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย
ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย
ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ

Read more »

เรไรร่อนร้อง : เราหาใช่กวีดอกที่รัก


๏ ไม่มีบทกวีดอกที่รัก
เราเพียงถักสานทอก่อไยฝัน
เรื่อยอักษรเรียงถ้อยร้อยรำพัน
ผ่านคืนวันเพียงพร่ำประคำกรอง

๏ ไยเรียกว่ากวีเล่าที่รัก
เราประจักษ์โลกเปล่านั้นเศร้าหมอง
เราเติมคำแทนร่ำน้ำตานอง
แปลงเสียงร้องโศกสลดเป็นบทกลอน

๏ ใครเล่าคือกวีนะที่รัก
เขาอุทิศใจภักดิ์ในอักษร
เขายืนยันก้าวย่างหนทางจร
เขาทุกข์ร้อนเมื่อโลกถูกไฟรุม

๏ เราหาใช่กวีดอกที่รัก
เราเพียงนักร่ำระบายคลายอกสุม
ล้าใจหน่อยก็ค่อยค่อยร้อยกลอนกุม
พอกลุ้มกลุ้มก็นั่งก่องท่องคำกลอน ฯ

Technorati Tags:

คลื่นวรรณกรรม : ๑๐๐ ปีเกิด ไม้ เมืองเดิม นักเขียนใจ "นักเลง"

บทความโดย พีรยา อัชฌา

จาก ศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 09

ปี ๒๕๔๘ นี้นับเป็นปีสำคัญสำหรับวงวรรณกรรมไทย เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีเกิดของนักเขียนไทยหลายคนที่มีผลงานสำคัญฝากไว้เป็นมรดกทางวรรณศิลป์ของไทย หนึ่งในนักเขียนนี้คือไม้ เมืองเดิม อันเป็นนามปากกาของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้มีผลงานเรื่องสั้นและนวนิยายรวมกว่า ๓๐ เรื่อง๑ ที่รู้จักกันดี อาทิ แผลเก่า บางระจัน ขุนศึก

Read more »