เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด
ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้
นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง
Filed under: ตะวันส่องฉาย | Leave a Comment »
เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด
ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้
นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง
Filed under: ตะวันส่องฉาย | Leave a Comment »
๑๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า
ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย
เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป
ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร
Filed under: เรไรร่อนร้อง | Leave a Comment »

ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง
ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย
ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย
ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ
Filed under: เรไรร่อนร้อง | Leave a Comment »

๏ ไม่มีบทกวีดอกที่รัก
เราเพียงถักสานทอก่อไยฝัน
เรื่อยอักษรเรียงถ้อยร้อยรำพัน
ผ่านคืนวันเพียงพร่ำประคำกรอง๏ ไยเรียกว่ากวีเล่าที่รัก
เราประจักษ์โลกเปล่านั้นเศร้าหมอง
เราเติมคำแทนร่ำน้ำตานอง
แปลงเสียงร้องโศกสลดเป็นบทกลอน๏ ใครเล่าคือกวีนะที่รัก
เขาอุทิศใจภักดิ์ในอักษร
เขายืนยันก้าวย่างหนทางจร
เขาทุกข์ร้อนเมื่อโลกถูกไฟรุม๏ เราหาใช่กวีดอกที่รัก
เราเพียงนักร่ำระบายคลายอกสุม
ล้าใจหน่อยก็ค่อยค่อยร้อยกลอนกุม
พอกลุ้มกลุ้มก็นั่งก่องท่องคำกลอน ฯ
Filed under: เรไรร่อนร้อง | Tagged: กลอน | Leave a Comment »
บทความโดย พีรยา อัชฌา
จาก ศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 09
ปี ๒๕๔๘ นี้นับเป็นปีสำคัญสำหรับวงวรรณกรรมไทย เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีเกิดของนักเขียนไทยหลายคนที่มีผลงานสำคัญฝากไว้เป็นมรดกทางวรรณศิลป์ของไทย หนึ่งในนักเขียนนี้คือไม้ เมืองเดิม อันเป็นนามปากกาของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้มีผลงานเรื่องสั้นและนวนิยายรวมกว่า ๓๐ เรื่อง๑ ที่รู้จักกันดี อาทิ แผลเก่า บางระจัน ขุนศึก
Filed under: คลื่นวรรณกรรม | Leave a Comment »