Category Archives: D Din Wordanic

ด.ดินการช่าง : ตั้งหน้าร้าน (จะไปด้วยกันมั้ยคะ?)

เพราะความที่ไม่คิดซ่อมสุกเอาเผากิน เจ้านายช่างดิลล์ใช้วิชาช่างอักขระอันมีอยู่จำกัดเท่าขี้เล็บแมลงหวี่ นั่งวนเวียนขันน็อต คลายเกลียว เหลียวแล้วมองเล่า หาจุดพร่องที่สมควรลงประแจ ไม่ก้มหน้าก้มตาแก้จนเครื่องพัง บางครั้งกว่าเสร็จใช้เวลาร่วมสาม-สี่ชั่วโมง

หาใช่เวลาแห่งความระทมทุกข์เลย กลับกัน เป็นเวลาสุขที่ได้ขลุกอยู่กับตัวอักษรของมิ่งมิตรผู้มีใจรักชอบไปทางเดียวกัน แลมั่นแล้วว่าดุ่มเดินสู่โลกของผู้ยึดตัวอักษรเป็นภักษาหารโดยมิเกรงกลัวท้องกิ่ว

แลสิ่งที่มิได้คิดฝันก็คือเอมใจที่เห็นมิ่งมิตรก้าวหน้าไปบนหนทาง สิ่งนั้นข้าพเจ้ารับกำนัลด้วยงานเขียนที่อ่านแล้วสุขใจราวเขียนขึ้นด้วยมือตนเอง (อาจมีแค้นใจนิดหน่อยว่าทำไมเราเขียนไม่ได้ฟะ!)

ไม่มีเงาคำฟุ่มเฟือยหรือรูปประโยคเชิงซ้อนหลงเหลือ ทั้งหมดเป็นประโยคกระชับ ตรงเข้าความหมายที่ต้องการสื่อ, การสลับฉาก, ใช้ ‘อย่าง’ ในตำแหน่งเหมาะสมไม่สามารถกล่าวเป็นอื่น (..อย่างไม่มีวันหวนคืน), ความสำเร็จของเรื่องคือความลงตัวของเนื้อหา กลวิธีบอกเล่า และจบอย่างทิ้งช่องว่างไว้ให้ผู้อ่านครุ่นคิด (นับเป็นความเหนือชั้น)

หากเจ้านายช่างกำมะลอคิดหาอะไหล่เสริมก็คงเป็นความสมเหตุสมผล ที่ฝ่ายหญิงชักชวนฝ่ายชายไปใช้ชีวิตด้วยกัน ต่อโทช่วงสั้น ๆ ไม่นานก็กลับ ฝ่ายชายไม่จำเป็นต้องทิ้งงาน อีกอย่างการที่ฝ่ายหญิงคิดทุกอย่างไว้เสร็จสรรพ ดูเป็นเอาแต่ใจตน (ถ้าอุปนิสัยฝ่ายหญิงในเรื่องเป็นเช่นนั้นจริง ผู้อ่านฝ่ายชายอาจรู้สึกว่า ‘ปล่อยเธอไปเถอะ’)

หากปูเรื่องเพิ่มอีกสักย่อหน้า ให้ทั้งสองตกลงกัน เตรียมการเรียบร้อยแล้วฝ่ายชายเกิดเปลี่ยนใจ หรือปรับเนื้อหาอย่างไรก็ได้ให้สมเหตุสมผลขึ้น เรื่องจะงดงามกว่านี้ (แต่ก็อีกนั่นแหละ สองย่อหน้าที่กล่าวมานี้ มิพักสนใจเลยก็ว่าได้ เรื่องมีความลงตัวในที่ทางอันดีแล้ว)

ที่เหลือเป็นข้อปลีกย่อย ความไม่มั่นใจกลัวผู้อ่านงงช่วงสลับฉาก จึงใช้วิธีเว้นสองบรรทัด, คอนโด(ฯ),  ไม่แม้แต่จะบอกว่า “แล้วจะรีบกลับมา” (น่าจะใช้ น้ำค้าง (‘) แทนฟันหนู (") เพราะไม่ใช่คำพูด ซึ่งแล้วแต่วิจารณญาณผู้เขียน

สยามประเทศยังไม่มีคำเฉพาะสำหรับงานประเภทนี้ งานที่ทางตะวันตกเรียก Flash Fiction ‘จะไปด้วยกันมั้ยคะ?’ ในสายตาผู้น้อยนับเป็น Flash Fiction ชั้นยอดเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าส่งลงสนามใด ขอเพียงตรงแนว มั่นใจว่าผ่าน  

ร่อนทองนั้นใช่เพียงลงตะแกรงหนเดียว แต่ต้องร่อนแล้วร่อนเล่า บางครั้งคว้าน้ำเหลวกลับบ้านมือเปล่า รุ่งเช้ายังคงกลับมาร่อนต่อ มีแต่ผู้ลงมือโดยมิประหยัดเหนื่อยยากจึงพบทองชิ้นเล็ก ๆ สักชิ้น

นี่คือทองท่านสายผู้เป็นที่เคารพรักร่อนพบ ผู้น้อยน้อมวางแสดงหน้าร้านด้วยความสุขใจยิ่ง (ไม่มีให้ปรับแก้แม้รอยเดียว..ชิชะ!)

เรื่องสั้นหัดเขียน : จะไปด้วยกันมั้ยคะ? (สายลม)

“จะไปด้วยกันมั้ยคะ?”

คำถามนี้กลับมาหาเขาอีกครั้ง หลังจากที่เขาเมินเฉยต่อมันไปเมื่อสิบปีก่อน สิบปีแห่งความทุกข์ระทม รวดร้าวและกล่าวโทษตนเอง

ผลของการเมินเฉยต่อคำถามนั้น คือความเจ็บปวดทุกวินาทีที่รู้ว่าตนยังมีลมหายใจ ขณะที่ใครอีกคนดำรงอยู่เพียงในเงาความทรงจำ

อรจิราหญิงสาวผู้ร่าเริงสดใส รอยยิ้มของเธอทำให้โลกของเขาเบ่งบาน เสียงหัวเราะของเธอทำให้ชีวิตของเขามีความหมาย …แต่เขาก็ยังปล่อยให้เธอเดินจากไป…อย่างไม่มีวันหวนคืน

“นพคะ อรจะไปต่อโทที่ออสเตรเลีย คุณไปด้วยกันนะคะ” อรจิราออดอ้อนคู่หมั้นหนุ่มในเย็นวันหนึ่ง เมื่อเธอเตรียมแผนการสำหรับชีวิตเธอและคนรักไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เขากลับทำลายแผนการนั้นเสียป่นปี้ยับเยินด้วยเหตุผล

“หน้าที่การงานผมกำลังก้าวหน้า ผมไม่อยากพลาดโอกาสนี้”

คู่รักหนุ่มสาวทุ่มเถียงกันด้วยเรื่องนี้นานนับเดือน อรจิราอยากอยู่ใกล้คนรักเมื่อต้องห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน แต่นพอยากสร้างความมั่นคงของอนาคตด้วยการสร้างเนื้อสร้างตัวรอเธอที่นี่ เมื่อโน้มน้าวใจคนรักหนุ่มไม่ได้อรจิราจึงดำเนินเรื่องการเดินทางเพียงลำพัง

ก่อนวันเดินทางสองวันเธอไปหาคนรักที่คอนโด ทั้งสองพูดคุยกันสารพัดเรื่อง แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องการเดินทางของเธอ และก่อนที่เธอจะกลับ

“จะไปด้วยกันมั้ยคะ?”

คำถามสุดท้ายของเธอ ไม่มีการเกริ่นนำ และเหมือนเธอไม่เคยถามมันมาก่อน แต่ทั้งสองเข้าใจกันดี ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ใครๆ มักคิดว่าการนิ่งเงียบคือการยอมรับ แต่บางครั้งความเงียบก็เป็นการปฏิเสธที่ดีที่สุด เธอไม่เซ้าซี้ใดๆ อีก คล้ายยอมรับและเข้าใจ

เธอเดินจากไปไม่มีคำพูดใดๆ ทิ้งไว้ให้ ไม่แม้แต่จะบอกว่า “แล้วจะรีบกลับมา” เหมือนเธอรู้ เธอจะไม่มีวันกลับมาอีก นพยืนมองเธอจากไปด้วยอาการสงบ ไม่มีคำล่ำลาใดๆ จากปากเขาเช่นกัน ไม่แม้จะยอมกล่าว “แล้วผมจะตามคุณไป” ทั้งที่เขารู้ว่าเธออยากฟังมันขนาดไหน

วันที่อรจิราเดินทาง นพไม่ได้ไปส่งคนรัก เพราะคำว่า ‘หน้าที่การงานกำลังก้าวหน้า’ ฝังอยู่ในหัว และเขาให้ความสำคัญกับมันมากกว่าเธอ เขาเดินทางไปต่างจังหวัดก่อนวันเธอเดินทางเพียงวันเดียว

นพรู้ข่าวคนรักในวันรุ่งขึ้น เครื่องบินที่เธอโดยสารตกในมหาสมุทร ไม่มีผู้รอดชีวิต …เธอเดินทางไป…ชั่วนิรันดร์

และเขาก็ไม่มีโอกาสตามเธอไป เหมือนกับที่เขาไม่ได้พูด “แล้วผมจะตามคุณไป”

ตั้งแต่วันนั้นนพรู้สึกเหมือนร่างกายตนเป็นเพียงซากร่างไร้วิญญาณ มีชีวิตอยู่ไปวันๆ โดดเดี่ยว อ้างว้าง ทุรนทุราย ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานไม่มีความหมายใดๆ สำหรับเขาอีก เพราะเขาไม่รู้จะก้าวหน้าเพื่อใคร

ทุกครั้งที่คิดถึงเธอ นพแค่คิด …ถ้าเพียงแค่เขาไปกับเธอ… ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ขอเพียงแค่…ได้ไปด้วยกัน…

สิบปีที่ผ่าน นานเหลือเกินกับความทรมานในหัวใจ และนานเหลือเกินกว่าจะเปิดใจดวงนี้รับใครอีกคนเข้ามา

“ว่าไงคะคุณ จะไปด้วยกันมั้ยคะ?”

เสียงนุ่มนวลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ดึงเขาขึ้นจากภวังค์ เขาหันไปทางเสียงนั้นเผยยิ้มบางๆ ยื่นมือไปกุมมือเธอไว้ ไม่มีคำตอบเป็นวาจา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ลบล้างความผิดพลาดในอดีต เพราะในแววตานั้นกำลังบอกว่า

…ไม่มีวันทอดทิ้ง…

โฆษณา