Monthly Archives: ธันวาคม 2009

จดหมายจากดาวสีดิน : นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้

the-tree-of-life_stoclet-frieze_21 ะลอกน้ำรี่ไล่กันมาจากขอบบ่อฝั่งโน้น  ส่งกระเพื่อมทักทายกอผักบุ้งทอดยอดรับแดดเช้า  เพื่อนบ้านใหม่ของฉันผลัดดำผุด ผลุบโผล่อยู่ข้างกัน เงามะพร้าวแตกกระจายเป็นวง  ดำหายไปสักพักก็โผล่ขึ้นหันไปหันมาก่อนมุดลงใต้น้ำต่อ  หลากโทนเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้ากางเขนน้อยดังจากตรงโน้นที ตรงนี้ที เคล้าเสียงนกเขาเล็กร้องคูโต้ตอบกัน ตรงมุมบ่อ กกอ่อนเหยียดต้นยืนห่างจากกอสะท้อนเงาน้ำ คู่นกกาบแคเพื่อนบ้านทอดเงาน้ำเป็นทางว่ายอ้อมหายไปหลังกอกก

กัลยาณมิตรแห่งฉัน

ภาพประทับบนม่านตานั้นชวนหลงใหล ชวนสัมผัส  ความงามของธรรมชาติพาใจพลอยเคลิ้มไปกับเสียงและแสงเงารอบข้าง  ฉันนั่งมองโลกตรงหน้าด้วยดวงจิตผูกพัน ใจที่เชื่อมโยงหากัน

นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้

หากเธอจะกล่าวว่า ‘ธรรมชาติช่างงดงาม น่าทะนุถนอม เต็มด้วยมิตรไมตรี’ ก็คงเพียงเพราะภาพที่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่หากใช้ใจมองให้ลึกลงไปเธอจะเห็นอีกภาพที่แตกต่างสิ้นเชิง

เหนือน้ำคงเป็นไปดังฉันพรรณนา แต่หากเธอจะลองไปกันฉัน จับมือฉันไว้แล้วเราลองแหวกว่ายดำลงไปดูใต้น้ำด้วยกัน..

หลายวันสินะที่ฝีเท้าตัวอักษรของเธอเงียบหายไป  ผู้คนบนดาวดวงอื่นอาจห่วงกังวล เกรงไปต่าง ๆ นานา หากไม่มองด้วยเข้าใจว่าคงมีกิจธุระจำเป็นก็หวั่นไปข้างร้าย  ยิ่งหากในนามของความรัก ความห่วงใยแล้ว วิตกกังวลห่วงมักถูกแต่งเติมจนกลายเป็นคมมีดกรีดริ้วรอยแห่งความขุ่นเคืองบาดหมางลงบนถ้วยแก้วมิตรภาพของผู้คน

บนดาวของฉันนั้นต่างกัน

ไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวกังวลหรือรอคอย ปล่อยเสียงฝีเท้าเงียบหายไปตามที่สมควรเป็น นั่งมองโดยไม่คิดเข้าไปข้องแวะ หรือร่ำร้องเรียกหา ใจยังสงบงันไม่ว่าปีกสีขาวจะนำเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยกลับมาหรือไม่

นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้

ใต้น้ำมีฝูงปลาแหวกว่าย แม่ปลาทิ้งฝูงเมื่อเห็นว่าว่ายเกาะกลุ่มกันเป็นอันดีแล้ว  ฝูงปลาตัวน้อยถูกปลาใหญ่คอยตอดคอยฮุบ ตัวไหนอ่อนแอว่ายไม่ทันหรือพลัดหลุดออกนอกฝูงก็หมายถึงช่วงเวลาที่ครีบจะได้สัมผัสระลอกน้ำสิ้นสุดลง  ปลาฝูงนั้นรอดชีวิตไม่ถึงครึ่งเติบโตขึ้นเป็นปลารุ่น

นกกาบแคมุดน้ำดำลงมาแล้วแหวกว่ายอย่างรวดเร็วด้วยคลีบตีนและหาง ไวกว่าปลาที่เพิ่งว่ายน้ำได้ไม่นาน  ฝูงปลาแตกฮือ  ตัวแล้วตัวเล่าถูกคาบแล้วกลืนลงคอโดยไม่ต้องเคี้ยว  คู่นกดักอยู่หน้า ปลาที่หนีรอดกลายเป็นเหยื่อโดยง่ายดาย  คาบปลาได้พุ่งกลับขึ้นเหนือน้ำ ว่ายตรงไปหลังกอกก

ที่ตรงนั้นมีลูกน้อยสามตัวเพิ่งฟักออกจากไข่ ยังว่ายน้ำไม่ได้ มันขย้อนปลาส่งเข้าปากลูก ๆ

นั่นคือภาพทั้งหมดที่เราเห็น

ฉันไม่อาจช่วยลูกปลา ไม่อาจช่วยลูกนก ได้แต่นั่งดู รับรู้ และปล่อยให้ชีวิตดำเนินไป

นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้

มีคนหิ้วกรงนกเดินตรงมา บอกว่า “ขอต่อนกหน่อย ได้ยินเสียงนกเขาร้องอยู่แถวนี้”

ฉันบอก “ตามสบาย”

เธออาจฉงน อาจถึงกับนึกชังว่าฉันเป็นคนไร้จิตใจ ไร้เมตตา ไยไม่ห้าม อ้างเหตุอะไรก็ได้ เพื่อช่วยให้นกได้อยู่ตามประสาของมัน ไม่ต้องถูกมนุษย์ขโมยอิสรภาพสิทธิที่จะโบยบินบนท้องฟ้าไปกักขังแค่รองรับตัญหาเฉพาะตน 

ฉันเลือกที่จะปล่อยให้ธรรมชาติดำเนินไป รับรู้ว่าอุปนิสัยของมนุษย์ก็เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่ง

นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้

หากเธอจะถามว่า ‘หายไปนานคิดถึงบ้างไหม?’ ฉันคงตอบว่าเปล่า รู้ว่าเดี๋ยวคงกลับมา

นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้ ดุจเดียวให้กับเพื่อนบ้านนกกาบแคที่กำลังสร้างครอบครัวดูแลลูก ๆ เพื่อนบ้านนกกางเขน นกเขาที่ส่งเสียงร้องต่างเสียงดนตรีทุกเช้าเย็น นั่งดูนั่งฟังพวกมันด้วยความสุข มีเมล็ดข้าว ผลไม้ก็ห้อยไว้ตามแต่ใจพวกมันเลือกกิน วันใดพวกมันเงียบเสียง หรือพายุฝนมา ฉัน่จะคอยเหลือบมองรังของพวกมันว่ายังอยู่ดีหรือไม่ สองหูคอยสดับเมื่อไรเสียงที่เคยคุ้นจะเจื้อยแจ้วมา ไม่เคยคิดสอบถาม หรือต่อว่า ‘ไยเงียบหายไปไม่บอกกล่าว?’ แค่เฝ้ามองและถอนหายใจเฮือกเมื่อคนต่อนกเดินหิ้วกรงกลับมาบอกว่า “ไม่ได้ มันไม่ยอมลงมา”

นั่นเป็นความรักที่ฉันมีให้ 

ริมทะเลสาบชมจันทร์
ก่อนวันสิ้นปี


@ จดหมายจากดาวสีน้ำเงิน: ส่งท้ายปี 2552

โฆษณา