Monthly Archives: พฤษภาคม 2008

ในความฝันนั้นราวดวงดาวร่วง

๏ สดับเสียงบอกว่ามาลาแล้ว
สำเนียงแว่วคอยหลอนย้อนความหมาย
ในช่องว่างระหว่างวรรคบอกรักคลาย
จะเลิกร่ายร้อยงานแปลต่อแต่นี้

เจ็บในอกยกกล่าวก็เกินบอก
เพราะรักดอกจึงได้ไม่หน่ายหนี
ตั้งแต่เริ่มเรียงรสบทกวี
จนคลายคลี่พบที่ทางสร้างงานแปล

ความยินดีครานั้นนั่นเกินกล่าว
จะบอกเล่าก็ช้ำชอกเหมือนจอกแหน
เขาเพียงยลแล้วจากไม่อยากแล
คุณค่าแค่ผ่านตาหาอาทร

หวังได้เห็นเธอสานสร้างลานฝัน
ร่วมผ่านวันร้อยใจมาลัยอักษร
ฝ่าเปลวแดดแผดจ้ามาหลายตอน
ร้ายลมร้อนหนาวดาวยังก้าวมา

บนหนทางสร้างฝันกันดารนัก
เคยพร้อมพรักนักฝันร่วมหรรษา
มาพลัดพรากจากไปอาลัยลา
ทีละคนช้าช้าระอาใจ

เจ็บทุกครั้งรู้ว่าเพื่อนลาจาก
ทุรทางขวางขวากเกินบากไหว
เหนื่อยแรงล้าเหลือทนหนทางไกล
จะยากไปเพื่ออะไรเมื่อไรกัน

เริ่มที่รักอยากเป็นอยากเห็นชื่อ
ได้ระบือเรียกขานนั่นคือฉัน
ต่อจากนี้ชีวิตที่เหลือเพื่อใดกัน
จึงพบฝันแห่งตนดั้นด้นเดิน

สู้บุกบั่นฟันฝ่าจนล้าอ่อน
ผ่านหนาวร้อนหฤโหดผ่านโขดเขิน
ฝ่าพายุรุมร้ายหมายเผชิญ
มั่นก้าวเดินมุ่งไปยังปลายทาง

แล้ววันหนึ่งนั่งลงตรงเพิงพัก
เหนื่อยหน่ายนักอุปสรรคล้วนขวากขวาง
ยังรักมั่นในฝันไม่หวั่นวาง
เพียงหวาดหวังอยู่บ้างหว่างทางจร

แค่คำ ‘รัก’ คงไม่พอให้ทอฝัน
ที่เป็นฉันมั่นหมายคล้ายภาพหลอน
เลือนรางเหลือเบื่อเดินเกินหาบคอน
แค่คำ ‘รัก’ คงทอนเพียงครึ่งทาง

ที่ต้องทำคือ ‘อุทิศตน’
พร้อมดั้นด้นค้นไปในอ้างว้าง
ถึงล้มพับกับพื้นแทบขื่นคราง
ก็จะคลานไปอย่างทรนง

เงินนั้นไม่มีความหมาย
แค่พอได้เลี้ยงปากท้องต้องประสงค์
ที่เหลือคือบางอย่างบ่งค่าคง
เพื่อเจาะจงบอกว่าข้าคือใคร?

เถอะ..หากพบ

ถึงจุดจบพบว่าภาพพร่าไหว
ที่อุตส่าห์ดั้นด้นหนทางไกล
ผ่านเดือนปีพ้นไปนั้นไม่จริง

คงต้องหาฝันใหม่สดใสกว่า
หลงไขว่คว้าคว้างฟุ้งเลิกสุงสิง
ยังมากมีหนทางใหม่ให้พักพิง
ก็เพียงทิ้งทางเก่าแล้วก้าวไป

แต่เถอะนะ

อย่าเลย..

อย่าบอกไม่มีเวลา
อย่าบอกว่าอย่างโน้นว่าอย่างไหน
อย่าเกรงเลยว่าเพื่อนจะเสียใจ
เพียงบอกไป ‘หมดรัก’ แล้วจักลา

เพียงบอกว่า ‘หมดรัก’ แล้วจากจร ฯ

Advertisements