Category Archives: กระบี่ทลายฟ้า ตอน ๒.

กระบี่ทลายฟ้า ภาค ๒. : ๒๒. อสุรเทวะสยบปฐพี

krabipart2.jpg

ลมยะเยือกกรรโชกมา
ดวงจันทร์เพ็ญลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า

ดวงตาเจ้าอสูรสั่นระริกมองวงแสงที่ฝ่ามือเจ้าหอ

วงแสงที่เจิดจ้าพลันดับวูบ
ร่างสูงใหญ่ทรุดลงกับพื้น
แววตาเจ้าหอสั่นสะท้านด้วยความแตกตื่นสงสัย
ลมปราณที่โคจรทั่วร่างพลันสะดุดหยุดลง

เจ้าอสูรเปล่งเสียงหัวร่อฮา ฮา
ทะยานร่างหมุนคว้างขึ้นสู่นภากาศ
เสียงหัวร่อดังสะท้านไปทั้งอาณาบริเวณ

พลันสายระยางถูกซัดโยงสู่เสาอาคารป้อมพยัคฆ์คำรณ
โคมไฟสว่างวาบขึ้น
คนของอสูรเทวะปรากฏกายราวถูติพรายผุดจากอเวจี
ไม่นานบนลานศิลายืนไว้ด้วยเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดดำ
รายเรียงเป็นแถวทิว
ต่างตะโกนก้องโดยพร้อมเพรียง

“อสุรเทวะ หาญกล้าเกรียงไกร เจ้าอสูรยิ่งใหญ่ สยบทั้งปฐพี !”

ได้ยินเสียงชายเสื้อปะทะลม
เป็นชายฉกรรจ์ในชุดดำสี่คนเหิรฟ้ามาอย่างเร่งร้อน
เสียงร้องที่พร้อมเพรียงยังคงดังอึงอล

“อสุรเทวะ หาญกล้าเกรียงไกร เจ้าอสูรยิ่งใหญ่ สยบทั้งปฐพี !”

คนทั้งสี่ชั่วอึดใจก็โฉบลงหน้าขบวน
สิ่งที่พวกมันนำมาเป็นบัลลังก์อสูร

“อสุรเทวะ หาญกล้าเกรียงไกร เจ้าอสูรยิ่งใหญ่ สยบทั้งปฐพี !”

เสียงร้องที่พร้อมเพรียงพลันหยุดลง
ขณะเดียวกับบัลลังก์อสูรถูกจัดวาง
เงาร่างบนฟากฟ้าละลิ่วกลับลงมานั่งบนบัลลังก์

กวาดตามองไปโดยรอบ

เจ้าหอยังสงบนิ่ง
เจ้าป้อม งมจันทร์ใต้นที เต้าหยิน นั่งรายล้อมผู้เฒ่าขลุ่ยไม่ไผ่
ที่ได้รับบาดเจ็บ มีหลิวน้อย นั่งอยู่ด้านข้าง
ยามนี้ทุกคนนั่งขัดสมาธิไม่ไหวติง

เหล่านักสู้ของป้อมพยัคฆ์คำรณต่างล้มร่างอยู่กับพื้น
กลางลานศิลากลับเต็มไปด้วยคนของอสูรเทวะ

เจ้าอสูรกวาดตาไปทางธิดาเจ้าหอที่มิใช่ธิดาเจ้าหอ
เอ่ยว่า “มารฟ้า ประกาศิตหยกขาว!”
มารฟ้า ล้วงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา
เจ้าอสูรตวัดฝ่ามือ ของสิ่งนั้นพุ่งวาบมาอย่างรวดเร็ว
เจ้าอสูรคว้าไว้ แล้วกล่าวว่า

“เจ้าหออยู่นี่แล้ว สัตตประกาศิตเป็นอันครบปริบูรณ์”

เพ่งตามองเจ้าหอที่บัดนี้นั่งลงกับพื้นพยายามโคจรลมปราณที่ขาดห้วง
เจ้าอสูรกล่าวสืบไป

“เจ้าหอหนึ่งในใต้หล้าที่ไร้เทียมทาน ก็มีวันนี้
ท่านต้องการทราบหรือไม่เพราะกระไร?”

เจ้าหอพลิ้มตาหาได้โต้ตอบ เจ้าอสูรกล่าวต่อว่า

“เป็นเพราะท่านเชื่อมั่นเกินไป ทะนงเกินไป
ท่านไม่เชื่อว่ามารฟ้าที่ถูกท่านซ้อนแผนจะทำร้ายท่านได้”

มารฟ้าดวงตาเป็นประกายเพิ่มรอยยิ้มที่มุมปาก
ได้รับการกล่าวถึงจากเจ้าอสูรนับเป็นรางวัลสูงค่ายิ่งแล้ว

เจ้าอสูรกล่าวสืบไป

“นางอาจเป็นเพียงมุสิกในสายตาท่าน หากแต่มุสิกก็สามารถฆ่าคน
เราได้ให้กำยานนางแท่งหนึ่ง เพียงนำไปใส่ไว้ในกระถางกำยาน
กลิ่นของมันก็จะค่อยแทรกซึม ผู้ได้รับพิษไม่รู้สึกตัว
จนกว่าจะโคจรลมปราณ ยิ่งเร่งเร้าลมปราณก็ยิ่งเร่งพิษไปทั่วร่าง
เราขอเตือน ให้หยุดโคจรลมปราณ
หากยังต้องการรักษาชีวิตจงหยุดเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด”

เจ้าอสูรก้าวลงจากบัลลังก์
พลิกฝ่ามือ มองประกาศิตหยกขาวแล้วกล่าวว่า
“ในที่สุดก็มีวันนี้”

เจ้าอสูรสะบัดฝ่ามือส่งประกาศิตหยกขาวลอยละลิ่วขึ้นไป
จากนั้นขับเคลื่อนพลังลมปราณไปยังประกาศิตหยกขาว

ประกาศิตหยกขาวที่เป็นสัญลักษณ์แห่งธิดาเจ้าหอ
เป็นจุดศูนย์รวมของสัตตประกาศิต
อันประกอบด้วยป้ายหยกสีต่าง ๆ ซึ่งได้ถูกกระจาย
เก็บรักษาโดยองครักษ์แต่ละคน

หยกขาวที่ลอยอยู่บนฟากฟ้าเมื่อได้รับพลังลมปราณ
กระตุ้นพลังที่เก็บกักอยู่ภายใน เปล่งประกายเจิดจ้า
ประกายแสงจากหยกขาวส่งพลังดึงดูดไปยัง
สัตตประกาศิตที่เหลือ

ป้ายหยกสัญลักษณ์ของ ผู้เฒ่าขลุ่ยไม้ไผ่ เจ้าป้อม
งมจันทร์ใต้นที เต้าหยิน เจ้าหอ รวมทั้งที่กายเจ้าอสูร
ตอบรับแรงดึงดูดจากประกาศิตหยกขาว ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า

ป้ายหยกทั้งเจ็ดเมื่อเข้าใกล้กัน
ส่งประกายสีรุ้งเจิดจ้าแพรวพรายไปทั้งอาณาบริเวณ

ท้องฟ้าราตรีที่กระจ่างใสเมื่อครู่
กลับมีกลุ่มเมฆดำทะมึนค่อยก่อตัวขึ้น
เสียงลมหวีดหวิวกรรโชกรุนแรง

เจ้าอสูรเร่งเร้าพลังลมปราณสู่สัตตประกาศิต
ตวาดเสียงดังสะท้านสะเทือน

“หอหนึ่งในใต้หล้าจงปรากฏ ณ บัดนี้!!”

สายอสุนีบาตแลบแปลบปราบ
หมู่เมฆทะมึนม้วนตัวปั่นป่วนปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า

เสียงหัวร่อฮา ฮา ของเจ้าอสูรดังกึกก้อง
เหล่าชายฉกรรจ์ชุดดำส่งเสียงร้องสรรเสริญขึ้นโดยพร้อมเพรียง

“อสุรเทวะ หาญกล้าเกรียงไกร เจ้าอสูรยิ่งใหญ่ สยบทั้งปฐพี”
“อสุรเทวะ หาญกล้าเกรียงไกร เจ้าอสูรยิ่งใหญ่ สยบทั้งปฐพี”
“อสุรเทวะ หาญกล้าเกรียงไกร เจ้าอสูรยิ่งใหญ่ สยบทั้งปฐพี”

**
krabi4s.jpg
จบ กระบี่ทลายฟ้า ภาค ๒. อสูรเทวะสยบปฐพี
คอยพบกับ กระบี่ทลายฟ้า ภาค ๓. หนึ่งในใต้หล้า
เร็ว ๆ นี้ !

โฆษณา