Category Archives: กาลครั้งหนึ่งฯ

ต้นร่างนิยาย ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ๓๑

ปางเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าเสด็จเข้าพระมหาปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๐๗๗ พระวษา  พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานสิริสถาพร ณ ดินแดนสุวรรณภูมิอันมีมหานครอโยธยาศรีรามเทพเป็นใหญ่ อาณาประชาราษฎร์ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอยู่เย็นเปี่ยมสุขสวัสดี  ข้าวปลาธัญญาหารมากมีบริบูรณ์  พระมหากษัตริย์ปกครองด้วยทศพิศราชธรรมเฉลิมพระนามสมเด็จพระไชยราชาธิราชเป็นเจ้า แผ่ราชอำนาจไพศาลจากพระพิษณุโลกสองแควตลอดลุ่มเจ้าพระยาจนถึงศรีธรรมโศกราชเมืองท่าชายฝั่งอ่าวสยาม

สมเด็จพระไชยราชาธิราชมิได้ทรงแต่งตั้งเอกอัครมเหสี มีก็แต่พระสนมเอกนามพระนางจิตราวดีผู้ประดุจแก้วตาดวงใจครั้งยังดำรงตำแหน่งอุปราชครองเมืองลูกหลวงพระพิษณุโลกสองแคว      พระนางเจ้าจิตราวดีมีขนิษฐาโสภาควิลาสวิไลนามพระสุริโยทัย อุปนิสัยรักนิยมฝึกฝีมือการต่อสู้ ทักษะใช้ดาบ โล่ ดั้ง จึงหาน้อยชายอกสามศอก สองขนิษฐาภคินีสืบเชื้อสายพระร่วงเจ้าผู้ครองอาณาจักรสุโขทัยครั้งอดีต มีขุนพิเรนทรเทพพระญาติร่วมราชวงศ์สนิทสนมพระสุริโยทัยด้วยทั้งสองใฝ่ใจในเชิงอาวุธฝึกฝนแลกเปลี่ยนทักษะกันมาแต่เยาว์วัย  ขุนพิเรนทร์นั้นได้ชื่อขุนศึกคู่พระทัยมาแต่พระไชยกรำเศิกรวบรวมเจ็ดหัวเมืองทางเหนือไว้ใต้ขอบขัณฑสีมาอโยธยา

มหากษัตริย์หนุ่มยังมีอนุชาต่างชนนีนามพระเฑียรผู้แตกฉานรัฐประสานศาสตร์การปกครองรอบรู้ข้อกำหนดกฏมณเฑียรบาลอีกทั้งอุปนิสัยเยือกเย็นสุขุมคิดการใดล้วนรอบคอบรัดกุม จึ่งเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยให้ดูแลราชกิจการงานเมืองทุกครั้งเมื่อเสด็จกรีฑาทัพออกนอกพระนคร

พระไชยเป็นเจ้าจึงพร้อมการปกครองแลการศึก ตัดสินความด้วยเฉียบขาดยุติธรรม ยามนั้นแผ่นดินสุขสงบ  สำเภาสินค้าจากต่างชาติจึงมุ่งมาเป็นที่หมาย การค้าขายรุ่งเรืองเฟื่องฟู ผู้คนกินดีอยู่ดี 

อโยธยาศรีรามเทพนครแต่เดิมสถาปนาด้วยราชวงศ์ละโว้ปฐมกษัตริย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง กาลต่อมาเกิดรบราฆ่าฟันแย่งชิงอำนาจผลัดแผ่นดินจนราชบัลลังก์ตกแก่ราชวงศ์สุพรรณภูมิ  ราชวงศ์ละโว้รอคอยเวลาชิงอำนาจกลับคืน  เนื่องเพราะพระไชยเปี่ยมบารมีไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ปกติสุขดีอยู่ จึงอีกฝ่ายสงบคอยทีตลอดมา

กษัตริย์หนุ่มหามีโอรสธิดาไม่  มุ่งแต่ทำนุบำรุงแผ่นดินเป็นปึกแผ่นมั่นคง  ฝ่ายราชวงศ์ละโว้เล็งเห็นหนทางทวงคืนเศวตรฉัตร แผนการจึงถูกกำหนดขึ้น  เมฆหมอกแห่งหายนะเคลื่อนเข้าปกคลุมอโยธยาศรีรามเทพนคร 

ดรุณีหนึ่งถือกำเนิดในราชวงศ์ละโว้ รูปงามแน่งนวลผิวกายผ่องพรรณหอมรินเป็นที่อัศจรรย์  ครั้นจำเริญวัยถูกส่งเข้ารับอบรมกริยามรรยาทตามอย่างกุลสตรีชาววังโดยอยู่ในการดูแลของพระยามหาเสนาข้าเก่าแต่ครั้งราชวงศ์ละโว้ยังครองเศวตรฉัตร  อนึ่งราชวงศ์ละโว้นั้นเป็นที่รู้กันว่าสถาปนามหานคร ผังปราสาทราชมณเฑียรซึ่งสร้างมาแต่เดิมล้วนถูกถ่ายทอดส่งต่อเฉพาะผู้สืบสายเลือดราชวงศ์ รวมทั้งเส้นทางลับเชื่อมจุดต่าง ๆ ภายในราชวัง  คนของราชวงศ์ละโว้จึงเคลื่อนไหวโดยหามีผู้ใดพบเห็น  พระยามหาเสนาปฎิบัติราชกิจสนองคุณเจ้าอยู่หัวเพียงฉากหน้า เบื้องหลังลอบดำเนินแผนการหวังฟื้นฟูราชวงศ์นายเก่าให้คืนมารุ่งเรืองดุจเดิม

พระยามหาเสนานำดรุณีน้อยผ่านทางลับยังตำหนักพระมหามาตาอัยยิกาเจ้าผู้เป็นที่เคารพเทิดทูนของข้าเก่าในราชวงศ์รับอบรมสั่งสอนทั้งกริยาวาจาสำหรับนักสนมชาววัง รู้ใช้จริตมารยาหญิงในจังหวะเวลาอันควร เรียนวินิจฉัยปัญหากิจการงานเมือง ตลอดถึงเล่ห์สเน่หาเชิงสังวาสมัดใจชายจนเจนจบ

เมื่อเพลาเหมาะดรุณีน้อยนามสไบทองก็ถูกส่งถวายตัวในตำแหน่งพระสนมฝ่ายราชวงศ์ละโว้-อโยธยา นางนั้นบริสุทธิ์เพียงกาย  ใจได้มอบแล้วแก่มานพน้อยรูปงามร่วมราชวงศ์ผู้ยังคงรอคอยอยู่บ้านมหาโลกถิ่นกำเนิด คอยวันเวลาได้กลับมาพบกัน แต่ยิ่งเนิ่นวันดูเหมือนฝันนั้นจะยิ่งเลือนราง เนื่องเพราะพลัดอกบุพการีแต่เยาว์วัย  นางทั้งยำเกรงทั้งกริ่งกลัวพระมหามาตาอัยยิกาเจ้าญาติผู้ใหญ่   ผู้เป็นที่พึ่งเดียวในโลกแปลกถิ่นซึ่งต่างไปจากโลกที่นางจากมา

ด้วยปัญญาเฉลียวฉลาดอีกทั้งเสน่ห์รัดรึงใจยิ่งสตรีเพศนางใดซึ่งมีมาแต่กำเนิด นางปฏิบัติงานตำแหน่งพระสนมเป็นที่พึงพระราชหฤทัยองค์กษัตริย์  เมื่อแรกเพียงเปรยปรารภถึงปัญหางานเมือง นางกล่าวตอบฉะฉาน ครั้นลองปรึกษาราชกิจยิ่งแจ้งว่านางจำแนกแจกแจงเหตุแลผลซึ่งเหล่าเสนาพฤฒามาตย์ราชปุโรหิตไม่อาจขบคิดไขความที่พอพระราชหฤทัย  ความรักอันมีแก่พระสนมน้อยนับวันจึงยิ่งเพิ่มทวีพูน

อยู่มานางให้กำเนิดโอรสเป็นที่โสมนัสแก่องค์กษัตริย์หนุ่ม เฉลิมนามพระราชโอรสว่า พระยอดฟ้า แลตั้งพระสนมสไบทองขึ้นตำแหน่งท้าวศรีสุดาจันทร์พระสนมเอกฝ่ายซ้าย

(มีต่อ)


โฆษณา