ชักม้าชมเมือง : ช่วงชิงช้าสวรรค์

๏ เพราะวงเงินยังพราวยังวาวแสง
ส่องแสวงแรงสว่างในว้างดึก
เริงระบำค่ำคืนก็ครื้นครึก
ฉันดิ่งลึกตรึกนิ่งยิ่งตีบตัน

ช่วงชิงช้าสวรรค์ – วิมานไสว
พาหัวใจเพลินชื่นระรื่นสวรรค์
พ้นคืนค่ำย่ำพันธะเอาชนะกัน
ณ ห้วงขวากภาคทัณฑ์ – วาทกรรม์นี้

ช่วงชิงช้าสวรรค์ – วิมานฉลวย
อุดมการสดสวยด้วยเฉดสี
เหยียดย่ำอารยธรรมคล้ำผงคลี
อยากยั้งโลกยื้อเวที วาทีวิธาน

ไฟในงานหว่านแสงแซงสีค่ำ
เริงดนตรีรี่ระบำร่ำเพลงขาน
ไฟในใจหนุนข้นตระกลตระการ
ดอกเพลิงแค้นผลิบานพ้นลานใจ

มือจับมือถือมั่นในวันนี้
ตาต่อตาต่อตีขยี้ไข
ลืมสิ้นโลกโศกเศร้าเพราะเงาใด
เพียงก้องไปตะโกนกล้าจะคว้าเดือน

ขอดาวลอยคอยทักพยักยิ้ม
หวังยังพริ้มหวาดใจในโลกเสมือน
หากวันนี้โลกตรงหน้ายังพร่าเลือน
ยิ่งย้ำเตือนยิ่งเลือนราง ยิ่งจางลึก

เห็นเพ็ญเดือนพวงดาวยังพราวพร่าง
ส่องแสวงแฝงสว่างในกลางศึก
เสียงโห่ร้องลั่นครืนมาครื้นครึก
ยิ่งดิ่งลึกตรึกพรั่นยิ่งหวั่นใจ ฯ


@ ชิงช้าสวรรค์ : วาลุกา มีนิง
http://www.softganz.com/meeped/paper/2128

About ธุลีดิน

just wanna write and live simple life am I a dreamer ?

Posted on มีนาคม 15, 2010, in ชักม้าชมเมือง, poem. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

การแสดงความเห็นถูกปิด

%d bloggers like this: