อิล่อยป้อยแอ : เรื่องหัดเขียน

ใต้เท้าขอรับ
ใต้เท้าเคยบอกว่า “คนเขียนหนังสือไม่มีวันขมองตีบตันดอกเว้ย” ยามนั้นเกล้ากระผมให้สงสัยใจ  “จะไม่ตีบได้กระไรเมื่อคิดอะไรไม่ออก?” ใต้เท้าขยับฝ่าเท้านิดหน่อยพองาม “คนเขียนหนังสือเขาอ่านตลอดเวลา  ไม่ใช่เอาแต่เขียน ๆ ๆ อย่างนั้นไม่นานกะโหลกก็ว่างเปล่าเหมือนมึ..ง!”

อิล่อยป้อยแอ : ถึงแล้วขอรับ!

ใต้เท้าขอรับ
เกล้ากระผมได้เดินทางมาถึงสำนักหนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว(แต่เย็นวาน)  ที่เขียนมาน้อมรายงานใต้เท้าล่าช้าเป็นเพราะท้องไส้ไม่ค่อยดีเลยขอรับ  แม้ใช้ช่วงเวลาเดินทางเพียงครู่(ดังใต้เท้ากล่าว)  แต่ครั้นมาถึงให้รู้สึกตะครั่นตะครอใคร่จะอาเจียนเสียให้ได้  เกล้ากระผมใช้เวลาปรับกายอยู่นานโข  กว่าคุ้นสภาพที่นี่  แม้ยามนี้ก็ยังหาเป็นปกติไปได้เลย  แต่เห็นทีจะคอยต่อไม่ได้  หากขืนปล่อยให้ใต้เท้ารอคอยข่าวคราวเนิ่นไป  เกิดกลุ้มกล้ำฉุนฉิวเรียกเกล้ากระผมกลับ  ความหวังตั้งใจของเกล้ากระผมเป็นอันป่นปี้ 
จึงเร่งเขียนรายงานมายังใต้เท้าด้วยประการฉะนี้
เกล้ากระผมหาทราบไม่ว่าใต้เท้าจะได้รับจดหมายเยี่ยงไร  ทั้งที่ไม่มีบุรุษไปรษณีย์สักนายคอยรับส่ง  เอาเถิดขอรับ  จะอย่างไรเกล้ากระผมก็ไม่มีทางฉลาดเฉลียวเกินปัญญาใต้เท้าไปได้  ใต้เท้าเกริ่นอย่างไรเกล้ากระผมก็กล่าวตามนั้น  ให้สมกับที่ใต้เท้าพร่ำประทานพร ‘เจ้านายว่าขี้ข้าพลอย’ อยู่เป็นนิจ
ที่สำนักเงียบเหงาไม่คึกคักดังใต้เท้าบอกขอรับ!
อ๊ะ! อ๊ะ! อย่าเพ่อเง้อบาทาสิขอรับ  เกล้าพูดตามสัตย์หาได้มุสาเลยแม้น้อย 
ใต้เท้าบอกไว้ว่า “เหอะนา..เอ็งไปถึงแล้วไม่มีวันเงียบเหงา  ที่โน่นมีคนครัน  ล้วนเหล่านักหัดเขียนผู้รักอักษรศาสตร์” ใต้เท้ายังบอกว่า “ผู้คนมากมายจนเอ็งคร้านจะตาลาย”
กลับตะละปัตรเหมือนหน้ามือท้ายทอย  สำนักเงียบเหงามีหนอนนักหัดเขียนอยู่สามสี่หน่อ  แต่เกล้ามาถึงยังนับได้ไม่ถึงสิบเลยขอรับ 
เกล้าเพียงรายงานให้ใต้เท้าทราบ  คนมากน้อยหาได้เป็นผลอันใดต่อความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน 
เกล้าจะทำตามใต้เท้ากำชับกำชา  จะคอยหมอบข้างตั่งท่านเจ้าสำนัก  รับฟังคำท่านเป็นกิจวัตร  ใช้เวลาโดยมากฝึกเขียนตัวหนังสือ  แลเขียนจดหมายรายงานใต้เท้ามิให้ขาด    
อยู่ทางโน้นขอใต้เท้าคลายกังวลห่วงใย  เกล้าจะเร่งเล่าเรียนสำเร็จการศึกษาในเร็ววัน
ต้องจบจดหมายแค่นี้ก่อนขอรับ  ท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมาอีกแล้ว อุ๊บ! อุ๊บ!
น้อมกราบเท้า
อิล่อย  ป้อยแอ