<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ก ร ะ ท่ อ ม ธุ ลี ดิ น &#187; นิยาย</title>
	<atom:link href="http://tuleedin.wordpress.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://tuleedin.wordpress.com</link>
	<description>เรไรร่อนร้องต้องลมแล้วก็ล่องลอยไกล ดอกสร้อยสุมาลาไปแล้วเมื่อไรจะกลับเอย</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Nov 2009 08:06:53 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='tuleedin.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/d73ac3e350f220a4ff2ec8603930c863?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>ก ร ะ ท่ อ ม ธุ ลี ดิ น &#187; นิยาย</title>
		<link>http://tuleedin.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>โคกบัวบก : หอมเอย..หอมดอกกระถิน</title>
		<link>http://tuleedin.wordpress.com/2008/11/27/kokbaubok/</link>
		<comments>http://tuleedin.wordpress.com/2008/11/27/kokbaubok/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2008 05:12:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ธุลีดิน</dc:creator>
				<category><![CDATA[โคกบัวบก]]></category>
		<category><![CDATA[นิยาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tuleedin.wordpress.com/2008/11/27/kokbaubok/</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;หอม..อืมมม..อื๊ม..อืมม..หอมดอกกระถิน..อื้มมม..อืมม์..รวยระรินเคล้ากลิ่นอืม..อื๊ม..อืมม์..กองฟาง..เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง  มองเห็นบัว อื๊ม..อืม..สล้าง..ลอยปริ่มริมบึง..&#8221; 
ซำหม้อตะเบ็งเสียงลั่นคันทุ่ง ลากลูกคอสามวาแปดวาในใจก็คิดไปว่า &#8216;เออแน่ะ..เสียงดีใช่หยอก..ลูกคอรึก็น่าจะไปขึ้นเวทีงานปีใหม่ประจำอำเภอกะเขาได้&#8217; 
&#8220;อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย..ลองเอื้อมมือค่อย ๆ ก็เอื้อมไม่ถึง อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงผู้ผึ้ง แปลงได้จะบินไปคลึงเคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน..&#8221; 
มือมัดนั่งร้านปากพลางก็ร้องเพลง หมวกฟางใบเก่าด้านบนขาดเป็นช่องระบายอากาศรูใหญ่ทิ้งชายรุ่ยร่ายป้องแดดบ่ายพอคลายผ่าวผิว มิวายไอร้อนยังแผดเสียแสบหน้าแสบตา หมู่นี้ฝนเริ่มครึ้มเค้ามาถี่..เห็นทีได้เวลาปลูกผักปลูกหญ้า 

&#8220;ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ..มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา ท่งรวงทองของเรานี้มีคุณค่า..มนต์รักลูกทุ่งบ้านนาหวานแว่วแผ่วดังกังวาน&#8230;&#8221; 
ซำหม้อเหลือบตาดูว่าสาวเจ้าฟังอยู่หรือเปล่า จากนั้นตะเบ็งเสียงที่เจ้าตัวคิดไปว่าทั้งทุ้มทั้งนุ่มลึก &#8220;โอ้&#8230;เจ้าช่อนกยูง..แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง..ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ&#8221; 
แปะ แปะ แปะ คนฟังปรบมือแปะ &#8220;เสียงดีนี่&#8221; 
ซำหม้อหันยิ้มยักคิ้มทำเป็นว่า &#8216;งั้น ๆ&#8217; มือขวากระตุกบ่วงเชือกมัดนั่งร้าน เจ้ากรรม! นิ้วชี้ซ้ายติดในบ่วง กระตุกเสียแรงไม่ทันเหลียวดู เชือกเลยมัดเสียแน่นปล้ำคลายก็เกรงสาวเจ้ารู้แกวจะเสียที ซำหม้อพยายามชักนิ้วคืนทำเหมือนไม่มีเหตุใดเกิด เชือกเจ้ากรรมมัดกินเนื้อ 
ซำหม้อกระตุกนิ้ว 
กลับชักเอานั่งร้านที่ผูกไว้ล้มลากนิ้วซำหม้อตามลงไป ซำหม้อต้องย่อตัวประคองนิ้วให้อยู่ตำแหน่งอันควรไม่บิดไปบิดมาเหมือนลำกระถินที่ตัดมามัดทำนั่งร้านพวกนั้น 
&#8220;ทำอะไรน่ะพี่ซำหม้อ&#8221; สาวเจ้าหัวร่อร่วน 
&#8220;อุบัติเหตุน่ะศรีไพร&#8221; พยายามสะบัดชักนิ้วเจ้ากรรมออกจากปมเชือก 
&#8220;พังหมดเลย&#8221; ศรีไพรว่า 
&#8220;ไม่เป็นไรเดี๋ยวมัดใหม่&#8221; 
&#8220;พี่จะปลูกไปทำไม ร้านป้านอมก็มีขาย&#8221; 
&#8220;ไม่เหมือนกันดอกศรีไพร&#8221; ซำหม้อนั่งยองยกโครงนั่งร้านขึ้น &#8220;ผักพวกนั้นเขาปลูกเพื่อขาย ต้องเร่งใบฆ่าแมลงใช้สารสารพัดสารพัน กินเข้าไปมีแต่จะเป็นมะเร็ง รสชาติรึก็กากผักดี ๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tuleedin.wordpress.com&blog=653003&post=2024&subd=tuleedin&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>&#8220;<font color="#808000" size="5"><em>หอม</em></font>..อืมมม..อื๊ม..อืมม..หอมดอกกระถิน..อื้มมม..อืมม์..รวยระรินเคล้ากลิ่นอืม..อื๊ม..อืมม์..กองฟาง..เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง <a href="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/11/kratin.jpg"><img style="border-width:0;" height="240" alt="kratin" src="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/11/kratin-thumb.jpg?w=159&#038;h=240" width="159" align="right" border="0"></a> มองเห็นบัว อื๊ม..อืม..สล้าง..ลอยปริ่มริมบึง..&#8221; </p>
<p>ซำหม้อตะเบ็งเสียงลั่นคันทุ่ง ลากลูกคอสามวาแปดวาในใจก็คิดไปว่า &#8216;เออแน่ะ..เสียงดีใช่หยอก..ลูกคอรึก็น่าจะไปขึ้นเวทีงานปีใหม่ประจำอำเภอกะเขาได้&#8217; </p>
<p>&#8220;อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย..ลองเอื้อมมือค่อย ๆ ก็เอื้อมไม่ถึง อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงผู้ผึ้ง แปลงได้จะบินไปคลึงเคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน..&#8221; </p>
<p>มือมัดนั่งร้านปากพลางก็ร้องเพลง หมวกฟางใบเก่าด้านบนขาดเป็นช่องระบายอากาศรูใหญ่ทิ้งชายรุ่ยร่ายป้องแดดบ่ายพอคลายผ่าวผิว มิวายไอร้อนยังแผดเสียแสบหน้าแสบตา หมู่นี้ฝนเริ่มครึ้มเค้ามาถี่..เห็นทีได้เวลาปลูกผักปลูกหญ้า </p>
<p><span>
<p>&#8220;ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ..มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา ท่งรวงทองของเรานี้มีคุณค่า..มนต์รักลูกทุ่งบ้านนาหวานแว่วแผ่วดังกังวาน&#8230;&#8221; </p>
<p>ซำหม้อเหลือบตาดูว่าสาวเจ้าฟังอยู่หรือเปล่า จากนั้นตะเบ็งเสียงที่เจ้าตัวคิดไปว่าทั้งทุ้มทั้งนุ่มลึก &#8220;โอ้&#8230;เจ้าช่อนกยูง..แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง..ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ&#8221; </p>
<p>แปะ แปะ แปะ คนฟังปรบมือแปะ &#8220;เสียงดีนี่&#8221; </p>
<p>ซำหม้อหันยิ้มยักคิ้มทำเป็นว่า &#8216;งั้น ๆ&#8217; มือขวากระตุกบ่วงเชือกมัดนั่งร้าน เจ้ากรรม! นิ้วชี้ซ้ายติดในบ่วง กระตุกเสียแรงไม่ทันเหลียวดู เชือกเลยมัดเสียแน่นปล้ำคลายก็เกรงสาวเจ้ารู้แกวจะเสียที ซำหม้อพยายามชักนิ้วคืนทำเหมือนไม่มีเหตุใดเกิด เชือกเจ้ากรรมมัดกินเนื้อ </p>
<p>ซำหม้อกระตุกนิ้ว </p>
<p>กลับชักเอานั่งร้านที่ผูกไว้ล้มลากนิ้วซำหม้อตามลงไป ซำหม้อต้องย่อตัวประคองนิ้วให้อยู่ตำแหน่งอันควรไม่บิดไปบิดมาเหมือนลำกระถินที่ตัดมามัดทำนั่งร้านพวกนั้น </p>
<p>&#8220;ทำอะไรน่ะพี่ซำหม้อ&#8221; สาวเจ้าหัวร่อร่วน </p>
<p>&#8220;อุบัติเหตุน่ะศรีไพร&#8221; พยายามสะบัดชักนิ้วเจ้ากรรมออกจากปมเชือก </p>
<p>&#8220;พังหมดเลย&#8221; ศรีไพรว่า </p>
<p>&#8220;ไม่เป็นไรเดี๋ยวมัดใหม่&#8221; </p>
<p>&#8220;พี่จะปลูกไปทำไม ร้านป้านอมก็มีขาย&#8221; </p>
<p>&#8220;ไม่เหมือนกันดอกศรีไพร&#8221; ซำหม้อนั่งยองยกโครงนั่งร้านขึ้น &#8220;ผักพวกนั้นเขาปลูกเพื่อขาย ต้องเร่งใบฆ่าแมลงใช้สารสารพัดสารพัน กินเข้าไปมีแต่จะเป็นมะเร็ง รสชาติรึก็กากผักดี ๆ สู้ปลิดจิ้มน้ำพริกสด ๆ จากต้นไม่ได้ วันก่อนพี่ได้ถั่วฝักยาวจากรั้วบ้านน้าอ้อน ทั้งหวานทั้งกรอบเทียวศรีไพรเอ๋ย&#8221; </p>
<p>&#8220;งกล่ะไม่ว่า&#8221; ศรีไพรงึมงำ </p>
<p>ซำหม้อหุบยิ้ม ประคองคร่าวนั่งร้านขึ้นตั้งโครงอีกครั้ง </p>
<p>ศรีไพรยังเยาว์นักไหนเลยเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาหารดีกับเลว ตำหนิศรีไพรไม่ได้ ก่อนหน้าซำหม้อก็ไม่เคยคิดเปลืองเรี่ยวลงแรงปลูกผักกินเอง&nbsp; แตงกวาถั่วฝักยาวโลล่ะสิบ-สิบห้าบาทกินได้ตั้งหลายมื้อ ไยต้องเสียเหงื่อพรวนดินหาขี้วัวมาตากมาคลุกกว่าใช้ได้ทำเอากลิ่นติดจมูกไปหลายวัน ซื้อเอาง่ายเข้าว่าสะดวกกว่าไหน ๆ </p>
<p>กระทั่งซำหม้อได้ลิ้มรสผักสดจากต้นจึงเข้าใจ รสชาติเช่นนั้น คุณค่าอาหารเช่นนั้นที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ คุณค่าที่ไม่ถูกทำลายจากระยะทางขนส่งระยะเวลาเก็บรักษา พวกคนเมืองมักเป็นโรคง่าย ๆ ปวดหัว ปวดเมื่อย ขี้หงุดหงิด นอนไม่หลับ ภูมิแพ้ เป็นกันทั้งเมือง ซ้ำร้ายแทนแก้ปัญหาที่เหตุกลับเอาฤทธิ์ยามาหมักหมมปัญหาให้ร่างกายไปเรื่อย ๆ </p>
<p>&#8220;การบ้านเสร็จยัง?&#8221; ซำหม้อเปลี่ยนเรื่อง </p>
<p>&#8220;เสร็จแระ&#8221; ศรีไพรตอบ &#8220;พรุ่งนี้เย็นศรีไพรมาทำการบ้านอีกนะ&#8221; </p>
<p>ซำหม้อปั้นหน้าเคร่ง &#8220;ดีสิศรีไพร ขยันเรียนอย่างนี้&#8221; หัวใจเป่งพองเป็นลูกโป่งสวรรค์แทบล่องลอยไปอิงแก้มสาว </p>
<p>&#8220;เกรงใจเหมือนกันมากวนพี่&#8221; </p>
<p>&#8220;เป็นไรไปศรีไพร ความรู้พี่มีเหมือนไม่มี ช่วยอะไรไม่ได้เลยมัดนั่งร้านปลูกผักก็ยังไม่เป็น ได้ช่วยศรีไพรทำการบ้านยังพอมีประโยชน์บ้าง&#8221; </p>
<p>ศรีไพรรวบสมุดหนังสือไว้ในมือกระถดนั่งห้อยขาชานขนำมองซำหม้อมัดโครงนั่งร้าน ซำหม้อหันถาม </p>
<p>&#8220;จะไปแล้วเหรอ?&#8221; </p>
<p>&#8220;อื้อ&#8221; </p>
<p>&#8220;เดี๋ยวพี่ไปส่ง&#8221; </p>
<p>&#8220;จักรยานเนี่ยนะ!&#8221; สาวเจ้าตาโต &#8220;ศรีไพรเดินไปยังไวเสียกว่า&#8221; </p>
<p>ซำหม้อกระดุกเชือก หนนี้ระมัดระวังมัดเชือกเสร็จจึงหันคุย &#8220;ช้าเร็วไม่สำคัญหรอกศรีไพร สำคัญที่ไปกับใคร กับบางคนยิ่งช้าก็ยิ่งดีนะ&#8221; </p>
<p>สายลมบ่ายเย้าใบไม้อยู่อ้อยสร้อย นกกระจิบกระจอกหยอกล้อส่งเสียงร้องเซ็งแซ่อยู่บนต้นโพธิ์ทะเล ศรีไพรปัดปอยผมหยักระหางตา เอ่ยถาม </p>
<p>&#8220;คนเลี้ยงกุ้งเขามีรถกระบะกันทั้งนั้น เห็นก็แต่พี่นี่แหละขี่จักรยาน&#8221; </p>
<p>&#8220;พวกเขาเป็นเถ้าแก่นี่ศรีไพร เขาจ้างลูกน้องทำงาน พี่เป็นเกษตรกร&#8221; ซำหม้อถอนใจ หลุดปากออกไปทั้งใจเริ่มลังเล ไม่ได้ปล่อยกุ้งมาร่วมปี ผักหญ้าก็ปลูกไม่เป็น เกษตรกรแบบไหนกัน..&#8221;อย่าว่าแต่จักรยานเลย&#8221; ลองเขย่าโครงนั่งร้าน ดูเหมือนจะแข็งแรงดี &#8220;พี่จะใช้เกวียนเสียซ้ำ&#8221; </p>
<p>&#8220;เกวียนเนี่ยนะ!&#8221; ศรีไพรร้องลั่น </p>
<p>&#8220;อืมม์..เกวียน&#8221; ยืนชมผลงานตนเอง &#8220;พี่กะว่าเอาแขนตีน้ำมาตัดเชื่อมเป็นโครง ใช้ล้อรถเข็นเก่าแล้วยืมวัวลุงเพิ่มสักตัวมาเทียม&#8221; </p>
<p>&#8220;ยืมวัวพ่อ!&#8221; คราวนี้ดังกว่าเก่าพร้อมใบหน้าผะอืดผะอมของสาวเจ้า &#8220;รอไปเถอะ!&#8221; </p>
<p>&#8220;ทำไมล่ะ?&#8221; </p>
<p>&#8220;แกหวงของแกยังกะอะไรดี ไม่มีเสียล่ะให้ใครยืม&#8221; </p>
<p>&#8220;ไม่แน่นะศรีไพร&#8221; ซ้ำหม้อก้าวถอยหลังกอดอกชื่นชมผลงานตน &#8220;กับคนอื่นแกอาจหวง แต่หากเป็นลูกเขยคงไม่แน่..โอ้ย!&#8221; </p>
<p>มือกุมท้ายทอยร้องลั่นเหลือบเห็นกะลาแช่เมล็ดผักกลิ้งหลุน ๆ หันอีกทีศรีไพรจ้ำไปโน่นแล้ว แดดย่านนี้แรงนักถูกเข้าเป็นแสบผิวแสบเนื้อแต่สายลมก็พัดเย็นโชยชื่นเสียนี่กระไร.. </p>
<p>เย็นวันรุ่งซำหม้อปั่นจักรยานฮัมเพลงลงลูกคอผ่านหน้าร้านน้ำชาชะลอ เห็นลุงสุขนั่งถุนยาอยู่เดียว เลี้ยวจักรยานจอด ตีนปัดขาตั้งปากยังฮัมเพลง </p>
<p>&#8220;หอม..อืม..อื๊ม..อืมม์..ดินเคล้ากลิ่นไอฝน อื้ม..อืมมม์..อวลระคน หอมแก้ม..อืม..อื้ม..อืมม์นงคราญ..ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล มนต์รักเพลงชาวบ้าน..ลูกทุ่งแผ่วมา..&#8221; </p>
<p>เฒ่าสุขพ่นควันฉุยส่งเสียงร้องทัก &#8220;รมณ์ดีเชียวเว้ย!&#8221; </p>
<p>ซำหม้อหย่อนก้นชูนิ้วชี้ให้ชะลอเป็นอันรู้กัน &#8216;กาแฟแก้ว&#8217; ปากยังครวญเพลง &#8220;ได้คันเบ็ดสักคนพร้อมเหยื่อ มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา..&#8221; </p>
<p>&#8220;ไปทำอะไรมาวันนี้ถึงได้อารมณ์ดีนัก&#8221; เฒ่าสุขถาม </p>
<p>&#8220;ลุงเพิ่มล่ะ?&#8221; ซำหม้อถาม </p>
<p>&#8220;เดี๋ยวคงมา&#8221; เฒ่าสุขตอบ </p>
<p>&#8220;วันนี้ผมอยู่นานไม่ได้ ซดกาแฟสักคำแล้วจะไปเลยล่ะ&#8221; </p>
<p>&#8220;มีเรื่องอะไรถึงได้ร้อนนักฮึไอ้ซำหม้อ?&#8221; </p>
<p>ซำหม้อหันรับถ้วยกาแฟจากชะลอกล่าวขอบคุณแล้วซดพรวด..พรวด.. </p>
<p>&#8220;เฮ้ย! ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ลวกปากลวกคอ&#8221; เฒ่าสุขว่า &#8220;มีเรื่องไรวะ?&#8221; </p>
<p>&#8220;เรื่องของหัวใจน่ะลุง..&#8221; ซำหม้อพ่นควันออกปาก &#8220;บอกไปลุงไม่เข้าใจหรอก..ตอนนี้ผมมองอะไรเห็นเป็นสีชมพูไปหมดแล้ว กาแฟนี่ก็สีชมพู&#8221; ซำหม้อหันหาชะลอ &#8220;ชะลอใส่อะไรทำไมกาแฟมันถึงเป็นสีชมพู..หา?&#8221; ชะลออมยิ้มงง ๆ กับมุกมั่วของซำหม้อ </p>
<p>&#8220;ท่าจะพูดกันไม่รู้เรื่องเว้ย&#8221; เฒ่าสุขพึมพำ </p>
<p>&#8220;โอ้..เจ้าช่อนกยูง..&#8221; ซำหม้อลงลูกคอต่อ &#8220;แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง..&#8221; เหลียวรถสองแถวเต็มด้วยนักเรียน โรงเรียนเลิกแล้วเห็นทีได้เวลากลับขนำ ซำหม้อวางแก้วยกก้นพ้นเก้าอี้ พลันสายตาเหลือบเห็นกระบะดำมันปลาบแล่นผ่านหน้าร้าน ซำหม้อปากค้างตาค้างหันมองตามท้ายป้ายแดง สาวชุดนักเรียนที่นั่งเบาะหน้านั่นเป็นใครเสียไม่ได้นอกไปจากแม่ยอดตองน้องศรีไพร.. </p>
<p>&#8220;ลุง!&#8221; เสียงเรียกแว่วจากหุบเหวในป่าลึก </p>
<p>&#8220;เออ&#8221; </p>
<p>&#8220;ลุง..&#8221; </p>
<p>&#8220;เออ..&#8221; เฒ่าสุขขานซ้ำ &#8220;นั่งกันอยู่แค่นี้เอ็งจะเรียกไปหาพระแสงอะไร?&#8221; </p>
<p>&#8220;กระบะนั่นของใครกัน?&#8221; </p>
<p>&#8220;เอ็งไปอยู่ไหนมาหือ..&#8221; เฒ่าสุขซืดยาแล้วพ่นออกขอบปากไม่ถอนมวน &#8220;อบต.ช้างเขาออกรถกระบะป้ายแดงมาหลายวันแล้ว..ไม่รู้รึไง&#8221; </p>
<p>ซำหม้อทิ้งก้นคืนเก้าอี้ นั่งนิ่งเหมือนโลกทลายมือเท้าชายินเสียง เผาะ! เผาะ! ดังก้องอยู่ในโพรงอก นั่งอยู่อย่างนั้นไม่พูดไม่จา </p>
<p>&#8220;ไหนเอ็งบอกจะรีบไป?&#8221; </p>
<p>&#8220;ไม่ไปแล้วลุง..ไม่ไปแล้ว..&#8221; </p>
<p>เย็นนั้นชะลอเติมน้ำร้อนในกามือเป็นระวิง </p>
<p></span></p>
Posted in โคกบัวบก Tagged: นิยาย <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tuleedin.wordpress.com/2024/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tuleedin.wordpress.com/2024/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tuleedin.wordpress.com/2024/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tuleedin.wordpress.com/2024/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tuleedin.wordpress.com/2024/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tuleedin.wordpress.com/2024/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tuleedin.wordpress.com/2024/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tuleedin.wordpress.com/2024/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tuleedin.wordpress.com/2024/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tuleedin.wordpress.com/2024/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tuleedin.wordpress.com&blog=653003&post=2024&subd=tuleedin&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tuleedin.wordpress.com/2008/11/27/kokbaubok/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dfe156a306d32ec24dbefa7a03f5bfdc?s=96&#38;d=monsterid&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">ธุลีดิน</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/11/kratin-thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">kratin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โคกบัวบก : มรดกโลก</title>
		<link>http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/22/kokboubok/</link>
		<comments>http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/22/kokboubok/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2008 05:19:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ธุลีดิน</dc:creator>
				<category><![CDATA[โคกบัวบก]]></category>
		<category><![CDATA[นิยาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/22/kokboubok/</guid>
		<description><![CDATA[
&#8220;บ๊ะ! เอางั้นเจียวหรือวะไอ้ซำหม้อ!&#8221; ลุงเพิ่มตาเหลือกแทบถลนร่วงออกมาตั้งบนกรอบแว่นสายตายาวอันละร้อยห้าสิบบาทของแก&#160;
&#8220;เอางั้นสิลุง&#8221; ซำหม้อวางถ้วยกาแฟ &#8220;ผมว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นหมู่บ้านเราเป็นได้วอดวายป่นปี้เพราะไอ้นากุ้งนี่แหละ&#8221;
&#8220;คนที่เขาเลี้ยงได้ก็มีอยู่นาโว้ย&#8221; ลุงสุขคู่หูลุงเพิ่มเสริมสนทนา
&#8220;ก็เหลือแต่พวกคนมีกะตังค์ลุงไม่เห็นหรือไร&#8221; ซำหม้อไม่ยอมอ่อนข้อ &#8220;พวกนั้นเขาสายป่านยาว กุ้งจะตายกี่ทีก็มีปัญญาปล่อยใหม่ ดูอย่างหัวแย้วปะไร โดนทีเดียวเผ่นไปปลูกข้าวบ้านเมีย ขายบ่อยังไม่พอปลดหนี้เลย&#8221;
&#8220;ดีนะที่หัวแย้วมันกลับตัวทัน หากขืนดันทุรังเลี้ยงต่อเกิดกุ้งตายอีกคงต้องปลูกข้าวใช้หนี้กันหัวโต&#8221; พูดเรื่องหัวแย้วลุงเพิ่มชักเออออ แกเองเป็นคนค้านหัวแย้วมันแต่เริ่มลงมือขุดบ่อ ยามนั้นทั้งหมู่บ้านเห็นก็มีแต่ลุงเพิ่มนี่แลไม่ยอมขายที่ เช่าก็ไม่ให้ ทำเองก็ไม่ทำ พวกชาวบ้านพากันมองค้อนปะหลับปะเหลือกส่งเสียงกระซิบกระซาบ &#8216;มันท่าจะบ้า&#8217;
กาลเวลาเลื่อนเคลื่อนคล้อยพลอยพิสูจน์สัจธรรม ยามนี้มีแต่ลุงเพิ่มยังคงที่นาเท่าเดิม ไม่ต้องมองอื่นไกลลุงสุขคู่หูนี่เอง ขายที่ให้บริษัททำบ่อกุ้งได้เงินเป็นล้าน ลุงเพิ่มเอามานั่งบ่นกะปอดกะแปด &#8220;มันไม่รู้ใช้อย่างไรฉิบหายหมด ดีนะมันเหลือที่บ้านไว้มิฉะนั้นป่านฉะนี้มิต้องอาศัยชาวบ้านซุกหัวแล้วรึ&#8221; นั่นเป็นบทสนทนาของลุงเพิ่มยามลุงสุขไม่ได้นั่งถุนยาพ่นควันใส่หน้าอยู่เยี่ยงนี้
&#8220;เออ..แล้วเอ็งคิดจะทำอย่างไร?&#8221; ลุงเพิ่มพับหนังสือพิมพ์สบตาแม่หนูดารานุ่งน้อยห่มน้อยบนปกอย่างอาลัยอาวรณ์&#160;
&#8220;ไปหาอ.บ.ต.ช้างให้เขานำเรื่องเข้าอำเภอ จากนั้นเสนอเข้าจังหวัดเข้ากระทรวงต่างประเทศ&#8221; ซำหม้อบอก
&#8220;ได้ยินมาว่าจะเป็นมรดกโลกได้ต้องเป็นโบราณสถานอภิมหาอมตะอลังการมิใช่รึวะไอ้ซำหม้อ?&#8221; ลุงสุขสงกา
ซำหม้อขยับก้นนั่งให้เข้าที่ แอ่นเอวยืดอกประสานมือโน้มตัวไปข้างหน้านาบข้อศอกลงบนโต๊ะ คู่หูทั้งสองหันสบตา ลุงเพิ่มยินยอมวางมือจากน้องหนูบิกินี่ ลุงสุขหนีบมวนยาเข้าซอกนิ้วปลดออกปากพ่นควันโขมง&#160; ซำหม้อปั้นหน้าขรึมจิตนาการว่ากำลังนั่งอยู่หน้ากล้องทีวีก่อนจะเอื้อนเอ่ย &#8220;ไม่รู้สิลุง&#8221; คู่หูทั้งสองถอนใจเฮือก
&#8220;อย่างไรก็เถอะ ฉันเชื่อว่าวิถีชีวิตคือมรดกของมนุษยชาติ ชีวิตความเป็นอยู่ของเรานี่แหละเป็นสิ่งควรรักษาสืบต่อให้ลูกหลาน หากองค์กรยูเนสโก้ยังไม่มีมรดกวิถีชีวิตเราก็ควรชงเรื่องให้กระทรวงต่างประเทศผลัดดันให้มีจงได้&#8221;
ซำหม้อกล่าวจบเหลือบมององค์ประชุมทั้งสองทีละท่าน
สองเฒ่าใบหน้าเกรียมกร้านแดด วัยแท้น่าจะยังไม่หกสิบเจ็บสิบ แต่ด้วยความที่ตลอดชีวิตอยู่แต่กลางแจ้งคลุกโคลนขลักตมไม่เว้นวัน ผิวหนังดำด้านพาลเหี่ยวย่นยับเยินไปกว่าวัยหลายสิบปี
หลายปีก่อนพวกชาวบ้านพากันขุดบ่อเลี้ยงกุ้ง วัน ๆ สุมหัวกันคุยแต่เรื่องกุ้ง บ่อนั้นจับได้กี่ตัน บ่อนี้ขายได้กี่ล้านกี่แสน ลุงเพิ่มกลายเป็นส่วนเกินของวงสนทนาด้วยถ้อยวาจาของแกดูจะอกุศลกับอาชญาเกษตรกรรมประเภทนี้เสียนักหนา ขวางคนเขาหนักเข้ากุ้งบ่อใครเกิดตาย เช้าขึ้นมาสภากาแฟก็จะสรุปว่าต้องเป็นเพราะลุงเพิ่ม แกจึงต้องค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tuleedin.wordpress.com&blog=653003&post=1904&subd=tuleedin&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a href="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/09/unescokbuabok.jpg"><img style="border-right:0;border-top:0;border-left:0;border-bottom:0;" height="244" alt="unescokbuabok" src="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/09/unescokbuabok-thumb.jpg?w=201&#038;h=244" width="201" border="0"></a>
<p>&#8220;<font color="#ff8040" size="5">บ๊ะ!</font> เอางั้นเจียวหรือวะไอ้ซำหม้อ!&#8221; ลุงเพิ่มตาเหลือกแทบถลนร่วงออกมาตั้งบนกรอบแว่นสายตายาวอันละร้อยห้าสิบบาทของแก&nbsp;
<p>&#8220;เอางั้นสิลุง&#8221; ซำหม้อวางถ้วยกาแฟ &#8220;ผมว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นหมู่บ้านเราเป็นได้วอดวายป่นปี้เพราะไอ้นากุ้งนี่แหละ&#8221;
<p>&#8220;คนที่เขาเลี้ยงได้ก็มีอยู่นาโว้ย&#8221; ลุงสุขคู่หูลุงเพิ่มเสริมสนทนา
<p>&#8220;ก็เหลือแต่พวกคนมีกะตังค์ลุงไม่เห็นหรือไร&#8221; ซำหม้อไม่ยอมอ่อนข้อ &#8220;พวกนั้นเขาสายป่านยาว กุ้งจะตายกี่ทีก็มีปัญญาปล่อยใหม่ ดูอย่างหัวแย้วปะไร โดนทีเดียวเผ่นไปปลูกข้าวบ้านเมีย ขายบ่อยังไม่พอปลดหนี้เลย&#8221;
<p>&#8220;ดีนะที่หัวแย้วมันกลับตัวทัน หากขืนดันทุรังเลี้ยงต่อเกิดกุ้งตายอีกคงต้องปลูกข้าวใช้หนี้กันหัวโต&#8221; พูดเรื่องหัวแย้วลุงเพิ่มชักเออออ แกเองเป็นคนค้านหัวแย้วมันแต่เริ่มลงมือขุดบ่อ ยามนั้นทั้งหมู่บ้านเห็นก็มีแต่ลุงเพิ่มนี่แลไม่ยอมขายที่ เช่าก็ไม่ให้ ทำเองก็ไม่ทำ พวกชาวบ้านพากันมองค้อนปะหลับปะเหลือกส่งเสียงกระซิบกระซาบ &#8216;มันท่าจะบ้า&#8217;
<p>กาลเวลาเลื่อนเคลื่อนคล้อยพลอยพิสูจน์สัจธรรม ยามนี้มีแต่ลุงเพิ่มยังคงที่นาเท่าเดิม ไม่ต้องมองอื่นไกลลุงสุขคู่หูนี่เอง ขายที่ให้บริษัททำบ่อกุ้งได้เงินเป็นล้าน ลุงเพิ่มเอามานั่งบ่นกะปอดกะแปด &#8220;มันไม่รู้ใช้อย่างไรฉิบหายหมด ดีนะมันเหลือที่บ้านไว้มิฉะนั้นป่านฉะนี้มิต้องอาศัยชาวบ้านซุกหัวแล้วรึ&#8221; นั่นเป็นบทสนทนาของลุงเพิ่มยามลุงสุขไม่ได้นั่งถุนยาพ่นควันใส่หน้าอยู่เยี่ยงนี้
<p>&#8220;เออ..แล้วเอ็งคิดจะทำอย่างไร?&#8221; ลุงเพิ่มพับหนังสือพิมพ์สบตาแม่หนูดารานุ่งน้อยห่มน้อยบนปกอย่างอาลัยอาวรณ์&nbsp;
<p>&#8220;ไปหาอ.บ.ต.ช้างให้เขานำเรื่องเข้าอำเภอ จากนั้นเสนอเข้าจังหวัดเข้ากระทรวงต่างประเทศ&#8221; ซำหม้อบอก
<p>&#8220;ได้ยินมาว่าจะเป็นมรดกโลกได้ต้องเป็นโบราณสถานอภิมหาอมตะอลังการมิใช่รึวะไอ้ซำหม้อ?&#8221; ลุงสุขสงกา
<p>ซำหม้อขยับก้นนั่งให้เข้าที่ แอ่นเอวยืดอกประสานมือโน้มตัวไปข้างหน้านาบข้อศอกลงบนโต๊ะ คู่หูทั้งสองหันสบตา ลุงเพิ่มยินยอมวางมือจากน้องหนูบิกินี่ ลุงสุขหนีบมวนยาเข้าซอกนิ้วปลดออกปากพ่นควันโขมง&nbsp; ซำหม้อปั้นหน้าขรึมจิตนาการว่ากำลังนั่งอยู่หน้ากล้องทีวีก่อนจะเอื้อนเอ่ย &#8220;ไม่รู้สิลุง&#8221; คู่หูทั้งสองถอนใจเฮือก
<p>&#8220;อย่างไรก็เถอะ ฉันเชื่อว่าวิถีชีวิตคือมรดกของมนุษยชาติ ชีวิตความเป็นอยู่ของเรานี่แหละเป็นสิ่งควรรักษาสืบต่อให้ลูกหลาน หากองค์กรยูเนสโก้ยังไม่มีมรดกวิถีชีวิตเราก็ควรชงเรื่องให้กระทรวงต่างประเทศผลัดดันให้มีจงได้&#8221;
<p>ซำหม้อกล่าวจบเหลือบมององค์ประชุมทั้งสองทีละท่าน
<p>สองเฒ่าใบหน้าเกรียมกร้านแดด วัยแท้น่าจะยังไม่หกสิบเจ็บสิบ แต่ด้วยความที่ตลอดชีวิตอยู่แต่กลางแจ้งคลุกโคลนขลักตมไม่เว้นวัน ผิวหนังดำด้านพาลเหี่ยวย่นยับเยินไปกว่าวัยหลายสิบปี
<p>หลายปีก่อนพวกชาวบ้านพากันขุดบ่อเลี้ยงกุ้ง วัน ๆ สุมหัวกันคุยแต่เรื่องกุ้ง บ่อนั้นจับได้กี่ตัน บ่อนี้ขายได้กี่ล้านกี่แสน ลุงเพิ่มกลายเป็นส่วนเกินของวงสนทนาด้วยถ้อยวาจาของแกดูจะอกุศลกับอาชญาเกษตรกรรมประเภทนี้เสียนักหนา ขวางคนเขาหนักเข้ากุ้งบ่อใครเกิดตาย เช้าขึ้นมาสภากาแฟก็จะสรุปว่าต้องเป็นเพราะลุงเพิ่ม แกจึงต้องค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา จากย้ายโต๊ะ ค่อย ๆ กลายเป็นแยกร้าน จากร้านป้าใจปากซอย ระเห็จมานั่งร้านป้านอมท้ายหมู่บ้านแทน สหายที่แกพอจะแลกถ้อยเห็นจะมีก็แต่ลุงสุขเนื่องเพราะลุงสุขแม้จัดเข้ากลุ่มคนไม่รังเกียจบ่อกุ้ง แต่ไม่ถึงลงทุนเปิดบ่อยอมเป็นหนี้ค่าอาหารจ่ายดอกหน้าเลือดให้พวกนายทุนค้าอาหารเหมือนคนอื่น ๆ
<p>สองเฒ่าจับคู่เปิดสภากาแฟขนาดย่อมแนมยาเส้นกันสักพักก็ได้สมาชิกใหม่ หลังจากกุ้งของซำหม้อตายเกลี้ยงบ่อ
<p>สายตาซำหม้อส่ายมองลุงสุข เฒ่าสุขผงะ&#8217;ซำหม้อมันเริ่มพูดไม่รู้เรื่องเข้าทุกที ยูเนสก้งยูเนสโก้อะไรของมัน&#8217; แล้วก็ถอนใจโล่งอกเมื่อครรลองตาเบนไปทางคู่หู แต่โล่งไม่ทันไรสายตาซำหม้อพลันวกกลับ ลุงสุขมืออ่อนไม้อ่อนด้วยยังคิดไม่ออกว่าจะแสดงวิสัยทัศน์อย่างไรให้ประทับใจองค์ประชุม ได้แต่เสนอยญัตติส่งเดช
<p>&#8220;เป็นมรดกโลกแล้วดีอย่างไร?&#8221;
<p>&#8220;อา..นั่นล่ะประเด็นเทียวลุง&#8221; ซำหม้อถอนมือเอนหลังพิงพนัก &#8220;หลังจากโคกบัวบกจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็จะมีนักท่องเที่ยวแห่กันมามืดฟ้ามัวทุ่ง โดยเฉพาะพวกฝาหรั่งฮอลันดา เงินก็จะไหลมาเทมาเวียนเข้ากระเป๋าชาวโคกบัวบกไม่ขาดสาย ไอ้ที่วัน ๆ เอาแต่รอแพเรียกไปจับกุ้งคัดกุ้งแลกค่าแรงร้อยสองร้อย จะได้กลับไปออกเล ปลูกข้าว ขึ้นตาล&#8221;
<p>&#8220;นักท่องเที่ยวเขาจะมาดูอะไรวะ? บ้านเรามีแต่ทุ่งนากับบ่อกุ้งร้าง&#8221; ลุงเพิ่มตั้งข้อสังเกต
<p>&#8220;ตาลก็ยอดด้วน&#8221; ลุงสุขเสริมพลางพยักหน้าหงึก
<p>&#8220;วิถีชีวิตสิลุง&#8221; ซำหม้อตอบ สองเฒ่าสบตาด้วยความฉงน เห็นก็แต่ฝาหรั่งอาบแดดเที่ยวทะเล ที่ไหนจะมาดูคนปลูกข้าวขึ้นตาล ซำหม้อแถลงต่อไปว่า &#8220;วิถีชีวิตที่พวกเขาทำสูญหาย พวกเขาคิดถึงวันเวลาเก่า ๆ ช่วงเวลาที่บรรพบุรุษของพวกเขาเพิ่งหักร้างถางพงอพยพตั้งหลักแหล่ง สังคมที่ยังเปี่ยมน้ำจิตน้ำใจ ผลัดช่วยเหลือกันไม่เกี่ยงแรง สิ่งที่เรามีกลายเป็นอดีตไม่หวนคืนไปแล้วสำหรับพวกเขา หากเราทำลายมันเสียเราก็ไม่ต่างอะไรกับคนพวกนั้นที่นับวันไม่เหลือเหง้า&#8221;
<p>&#8220;ก็ไหนเอ็งเคยบอกธุรกิจท่องเที่ยวทำลายโลก&#8221; ลุงเพิ่มเติมข้อสังเกต
<p>&#8220;เออใช่!&#8221; ลุงสุขเล่นบทลูกคู่
<p>ซำหม้อชักอึดอัดรู้สึกเหมือนพบบรรยากาศสภาเผด็จการ สองเฒ่าดูจะรวมหัวกันยึดขั้วรัฐบาลเหนียวแน่น เรื่องต่อต้านการท่องเที่ยวเล่าก็เคยโต้คอเป็นเอ็นเมื่อครั้งกระโน้น แต่นั่นมันนานกาเลคิดไม่ถึงทั้งคู่จะยังจำได้&nbsp; ซำหม้อคว้าถ้วยกาแฟนาบขอบปาก กาแฟก้นถ้วยไหลลงคอเย็นชืด ซดอึกเดียวก็หมด แต่ยังเรียบเรียงคำพูดไม่เสร็จได้แต่เหลือบตามอง สองเฒ่านั่งจ้องเขม้ง จำอ้อยสร้อยถอนถ้วยกาแฟจากขอบปาก
<p>&#8220;นั่นก็ใช่&#8221; ซำหม้อยิ้มเจื่อน &#8220;พัฒนาการท่องเที่ยวแบบไม่ควบคุมไม่มีทิศทาง มุ่งแต่จะหาเงินอย่างเดียวนั้นทำลายสภาพแวดล้อมป่นปี้ ที่ท่องเที่ยวดี ๆ เขาจะคุมจำนวนไม่ให้นักท่องเที่ยวทะลักเข้ามา ล้นจากกำหนดต้องลงชื่อจองไว้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวตลอดปี ชาวบ้านมีรายได้ประจำสังคมมีความมั่นคง วิถีชีวิตพื้นถิ่นก็ไม่ถูกทำลายเพราะความโลภของคน นายทุนหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้าไปจับจองกว้านซื้อเพราะไม่คุ้ม&#8221;
<p>&#8220;ข้าจะไปมีอะไรให้เขาดูวะไอ้ซำหม้อ?&#8221; ลุงเพิ่มถามอย่างจริงจัง &#8220;นาก็ถูกน้ำเค็มเข้าปลูกข้าวไม่ได้มาหลายปีแล้ว&#8221;
<p>&#8220;วัวของลุงไง&#8221; ซำหม้อตอบ &#8220;ฝูงวัวของลุงน่ะไม่ใช่ธรรมดานะ ยี่สิบสามสิบตัวฝาหรั่งมาเจอเข้าเขาเรียกลุงว่าคาวบอยเทียวแหละ&#8221;
<p>&#8220;เลี้ยงวัวเนี่ยนะ?&#8221; ลุงสุขชักเต็มทน มีอย่างที่ไหนงานที่พวกไอ้ย้อยไอ้แมนมันยังไม่ยอมทำจะมีคนมาสนใจ แม่วัวท้องแก่ตกลูกจำต้องขายทิ้งเพราะไอ้ลูกชายทั้งสองหลบไปทำงานเสียในเมือง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<p>&#8220;อย่าทำเป็นเล่นไปนาลุง&#8221; ซำหม้อรินน้ำชาเติมให้สมาชิกสภาทั้งสอง &#8220;ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พอปลดเกษียณเขายังออกไปเลี้ยงวัวที่บ้านนอกเลย&#8221;
<p>&#8220;งั้นเชียวหรือวะ?&#8221; ลุงเพิ่มตาโต
<p>&#8220;เออ ๆ ๆ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผ่านสภา&#8221;ลุงสุขพูด &#8220;เอ็งจะไปหาอ.บ.ต.ช้างเมื่อไรกันล่ะ?&#8221;&nbsp;
<p>&#8220;เอ่อ..เดี๋ยวก่อนลุง&#8221; ซำหม้อขยับก้น &#8220;รัฐบาลกำลังวุ่นทำเนียบก็ยังไม่มีจะอยู่ รอให้เรื่องซา ๆ ก่อน&#8221; กระถดเก้าอี้ &#8220;กาแฟก็หมดแล้ว เห็นทีได้เวลาปิดประชุมสมัยสามัญ ฉันจะไปตลาดหน้าโรงงานหากับข้าวหน่อย&#8221;
<p>ซำหม้อล้วงกระเป๋าควานเหรียญสิบวางบนโต๊ะคว้าหมวกสวมหัวลุกเดินไปฉวยจักรยาน
<p>ซำหม้อลับหลังแล้วลุงเพิ่มยังนั่งตาลอยเห็นภาพนักท่องเที่ยวพากันเกาะคอกวัวของแก บ้างกำลังให้หญ้าวัว เด็ก ๆ หัวเราะชอบใจได้ขี่หลังลูกวัว ไอ้พจน์ลูกชายคนเดียวกลับมาช่วยแกเลี้ยงวัวกำลังส่งภาษามือกับฝาหรั่ง เสียงตาสุขสหายรักสอดทำลายภาพฝัน
<p>&#8220;หากรัฐมนตรีต่างประเทศคนนั้นยังอยู่ก็ดีสินะ..โคกบัวบกจะต้องได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแน่ ๆ&#8221;
<p>ลุงเพิ่มผงกหัวหงึก ๆ
<p>OOO
<p>ขอได้รับความขอบคุณ <a href="http://culturegap.wordpress.com/2008/09/21/laos/" target="_blank">สบายดี..หลวงพระบาง</a></p>
<div class="wlWriterSmartContent" id="scid:0767317B-992E-4b12-91E0-4F059A8CECA8:eb084ba3-e501-4796-9778-da057c67b8d6" style="display:inline;margin:0;padding:0;">Technorati Tags: <a href="http://technorati.com/tags/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c" rel="tag">นิยายออนไลน์</a></div>
Posted in โคกบัวบก Tagged: นิยาย <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tuleedin.wordpress.com/1904/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tuleedin.wordpress.com/1904/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tuleedin.wordpress.com/1904/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tuleedin.wordpress.com/1904/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tuleedin.wordpress.com/1904/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tuleedin.wordpress.com/1904/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tuleedin.wordpress.com/1904/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tuleedin.wordpress.com/1904/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tuleedin.wordpress.com/1904/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tuleedin.wordpress.com/1904/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tuleedin.wordpress.com&blog=653003&post=1904&subd=tuleedin&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/22/kokboubok/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dfe156a306d32ec24dbefa7a03f5bfdc?s=96&#38;d=monsterid&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">ธุลีดิน</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/09/unescokbuabok-thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">unescokbuabok</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โคกบัวบก : ซำหม้อ</title>
		<link>http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/21/summor/</link>
		<comments>http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/21/summor/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2008 01:09:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ธุลีดิน</dc:creator>
				<category><![CDATA[โคกบัวบก]]></category>
		<category><![CDATA[นิยาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/21/summor/</guid>
		<description><![CDATA[ลมพลัดหอบฝนเดือนสิบฟายฟ้ามาไม่ขาดสาย โค้งลำคลองโคกบัวบกกลับมาแช่มชื่นรื่นร่า ไอร้อนอ้าวเมื่อหลายวันก่อนที่แผดเสียซังหญ้าแทบลุกลามไหม้พลอยถูกชะละหาย พืชไม้พันธุ์ไม้คล้ายจะหัวร่อล้อลมเริงอยู่ย้ายไหวด้วยได้ฝน เข็มฝนหล่นลงน้ำจักจักพรายน้ำน้อยทอดวงซ้อนกันอยู่ไปมา ฝูงปลาก็คงพลอยเพลินฝนโผฮุบผิวน้ำตรงโน้นทีตรงนี้ที 
ซำหม้อนั่งขดตัวใต้ชายคาขนำมองผ่านม่านฝนทอริ้วพลิ้วไหว มองผ่านม่านใสไปตามลำคลอง &#8216;ชอบมองคลองมากกว่าแฮะ..ไม่อยากมองนาเลย..&#8217;  
นาของซำหม้อเป็นนากุ้ง เป็นนาร้าง ซำหม้อไม่ปล่อยกุ้งมาหลายแล้งหลายฝนเข้าให้แล้ว ตั้งแต่กุ้งรุ่นสุดท้ายตายไป ซำหม้อไม่เคยคิดอยากเลี้ยงกุ้งอีก ตอนนั้นมันเหนื่อยทั้งกายใจ เงินทุนทั้งหมดหายไปอยู่ในน้ำเสียแทบสิ้น กุ้งยังไม่ได้ขนาดขาย กลับตายวันตายคืน ซำหม้อเดินตักกุ้งที่หายใจพะงาบ บ้างก็ตะแคงตัวแดงตายอยู่ขอบบ่อ เดินตักทั้งวันจนหมดเรี่ยวสิ้นแรง&#160; 
ยามนั้นอัดอั้นตันใจแม้ข้าวยังยากกลืนลงคอ 
จับเสียตอนนั้นหักโสหุ้ยค่าจับค่าขายยังแทบไม่พอ แต่เลี้ยงต่อก็ต้องจ่ายค่าน้ำมันตีน้ำทุกวัน ยิ่งกุ้งป่วยยิ่งต้องตีมาก หากกุ้งไม่รอดยังคงทะยอยตายไม่หยุดเงินที่จ่ายออกไปไม่ต่างละลายน้ำ จำนวนกุ้งในบ่อก็เหลือน้อยลงทุกที ยิ่งคิดยิ่งเคลียดขึง 
ที่สุดยอมจับ ได้เงินมาแค่พอหักโสหุ้ย ครั้งนั้นซำหม้อสิ้นเนื้อประดาตัว ได้แต่ฉงนฉงายชะตากรรมไยเล่นตลก เหตุไฉนคนทำงานโดยหาเคยประหยัดแรงกลับพบความล้มเหลวกระนี้ ซำหม้อได้แต่สงสัย &#8216;หรือเพราะเราเลือกงานผิด?&#8217; 
หลังเหตุการณ์โรคระบาดคราวนั้น นายทุนพยายามหากุ้งพันธุ์อื่นมาทดแทน เป็นกุ้งเลี้ยงง่ายปลอดโรคระบาด สามารถเลี้ยงมากขึ้นในเนื้อที่เท่าเดิม แต่กดราคารับซื้อไว้แทบเท่าราคาทุน ทำให้ผู้เลี้ยงต้องปล่อยกุ้งต่อบ่อมากขึ้นเพื่อจับให้ได้มากจำนวนพอเห็นกำรี้กำไร ยิ่งเพิ่มทุนเพิ่มความเสี่ยง 
ซำหม้อไม่คิดเป็นเครื่องมือสร้างความร่ำรวยให้นายทุนพวกนี้อีกต่อไป เขายกใบพัดตีน้ำขึ้นวางขอบบ่อ เก็บเครื่องเข้าขนำ จากนั้นนั่งมองน้ำในบ่อวันแล้ววันเล่า 
แรงลมกระพืดพัดซัดเอาละอองฝนฝ่าม่านใสเข้าในขนำ ซำหม้อขดตัวปลดผ้าเคียนเอวมาห่อร่างฟันยังกระทบกันกึก ๆ แต่ก็ไม่อยากปิดปากกะตูหลบเสียข้างใน ยังอยากนั่งมองฝนอย่างนี้ 
ไม่ได้ทำมาหาเงินหลายฝนแล้วลำพังตัวยังพอประทังท้อง ปลูกผักปลูกหญ้ากินไปตะละมื้อ แต่หากขืนเป็นอย่างนี้เมื่อไรจะมีปัญญาลืมตาอ้าปาก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tuleedin.wordpress.com&blog=653003&post=1901&subd=tuleedin&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><strong><font color="#f38c41" size="5">ลมพลัด</font></strong>หอบฝนเดือนสิบฟายฟ้ามาไม่ขาดสาย โค้งลำคลองโคกบัวบกกลับมาแช่มชื่นรื่นร่า ไอร้อนอ้าวเมื่อหลายวันก่อนที่แผดเสียซังหญ้าแทบลุกลามไหม้พลอยถูกชะละหาย พืชไม้พันธุ์ไม้คล้ายจะหัวร่อล้อลมเริงอยู่ย้ายไหวด้วยได้ฝน เข็มฝนหล่นลงน้ำจักจักพรายน้ำน้อยทอดวงซ้อนกันอยู่ไปมา ฝูงปลาก็คงพลอยเพลินฝนโผฮุบผิวน้ำตรงโน้นทีตรงนี้ที </p>
<p>ซำหม้อนั่งขดตัวใต้ชายคาขนำมองผ่านม่านฝนทอริ้วพลิ้วไหว มองผ่านม่านใสไปตามลำคลอง &#8216;ชอบมองคลองมากกว่าแฮะ..ไม่อยากมองนาเลย..&#8217;<a href="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/09/rain2.jpg"><img style="border-right:0;border-top:0;border-left:0;border-bottom:0;margin:0 0 0 5px;" height="244" alt="rain2" src="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/09/rain2-thumb.jpg?w=194&#038;h=244" width="194" align="right" border="0"></a>  </p>
<p>นาของซำหม้อเป็นนากุ้ง เป็นนาร้าง ซำหม้อไม่ปล่อยกุ้งมาหลายแล้งหลายฝนเข้าให้แล้ว ตั้งแต่กุ้งรุ่นสุดท้ายตายไป ซำหม้อไม่เคยคิดอยากเลี้ยงกุ้งอีก ตอนนั้นมันเหนื่อยทั้งกายใจ เงินทุนทั้งหมดหายไปอยู่ในน้ำเสียแทบสิ้น กุ้งยังไม่ได้ขนาดขาย กลับตายวันตายคืน ซำหม้อเดินตักกุ้งที่หายใจพะงาบ บ้างก็ตะแคงตัวแดงตายอยู่ขอบบ่อ เดินตักทั้งวันจนหมดเรี่ยวสิ้นแรง&nbsp; </p>
<p>ยามนั้นอัดอั้นตันใจแม้ข้าวยังยากกลืนลงคอ </p>
<p>จับเสียตอนนั้นหักโสหุ้ยค่าจับค่าขายยังแทบไม่พอ แต่เลี้ยงต่อก็ต้องจ่ายค่าน้ำมันตีน้ำทุกวัน ยิ่งกุ้งป่วยยิ่งต้องตีมาก หากกุ้งไม่รอดยังคงทะยอยตายไม่หยุดเงินที่จ่ายออกไปไม่ต่างละลายน้ำ จำนวนกุ้งในบ่อก็เหลือน้อยลงทุกที ยิ่งคิดยิ่งเคลียดขึง </p>
<p>ที่สุดยอมจับ ได้เงินมาแค่พอหักโสหุ้ย ครั้งนั้นซำหม้อสิ้นเนื้อประดาตัว ได้แต่ฉงนฉงายชะตากรรมไยเล่นตลก เหตุไฉนคนทำงานโดยหาเคยประหยัดแรงกลับพบความล้มเหลวกระนี้ ซำหม้อได้แต่สงสัย &#8216;หรือเพราะเราเลือกงานผิด?&#8217; </p>
<p>หลังเหตุการณ์โรคระบาดคราวนั้น นายทุนพยายามหากุ้งพันธุ์อื่นมาทดแทน เป็นกุ้งเลี้ยงง่ายปลอดโรคระบาด สามารถเลี้ยงมากขึ้นในเนื้อที่เท่าเดิม แต่กดราคารับซื้อไว้แทบเท่าราคาทุน ทำให้ผู้เลี้ยงต้องปล่อยกุ้งต่อบ่อมากขึ้นเพื่อจับให้ได้มากจำนวนพอเห็นกำรี้กำไร ยิ่งเพิ่มทุนเพิ่มความเสี่ยง </p>
<p>ซำหม้อไม่คิดเป็นเครื่องมือสร้างความร่ำรวยให้นายทุนพวกนี้อีกต่อไป เขายกใบพัดตีน้ำขึ้นวางขอบบ่อ เก็บเครื่องเข้าขนำ จากนั้นนั่งมองน้ำในบ่อวันแล้ววันเล่า </p>
<p>แรงลมกระพืดพัดซัดเอาละอองฝนฝ่าม่านใสเข้าในขนำ ซำหม้อขดตัวปลดผ้าเคียนเอวมาห่อร่างฟันยังกระทบกันกึก ๆ แต่ก็ไม่อยากปิดปากกะตูหลบเสียข้างใน ยังอยากนั่งมองฝนอย่างนี้ </p>
<p>ไม่ได้ทำมาหาเงินหลายฝนแล้วลำพังตัวยังพอประทังท้อง ปลูกผักปลูกหญ้ากินไปตะละมื้อ แต่หากขืนเป็นอย่างนี้เมื่อไรจะมีปัญญาลืมตาอ้าปาก เมื่อไรจะมีปัญญาไปขอสีไพรลูกลุงเพิ่มคนสวยประจำหมู่บ้านที่ตอนนี้นับวันจะยิ่งแตกเนื้อสาวแทบปลิช่ออูมอวบ จบม.๖ ก็คงครบสิบแปด กลัวก็แต่จะมีอันเป็นไปเสียก่อนเหมือนครั้งซำหม้อเคยหมายตาน้องโบว์ลูกลุงชาชายเล </p>
<p>ครั้งนั้นมัวแต่เลี้ยงกุ้งมุ่งหาเงินก่อร่างสร้างตัว น้องโบว์เติบวัยจากเด็กกะโปโลเคยมาจับนอ(กุ้งตกค้างในบ่อหลังจับเสร็จ)คลุกโคลนตัวดำเหนียง กลายเป็นสาวสะองค์ที่เว้าก็เว้าน่าเคล้าคลึงที่กลึงก็กลึงเสียกลมเกลี้ยง เคยหยอกเย้ากันมารึก็แต่ก่อนร่อนชะไร เลยวางใจว่าใช่เสียแน่แล้วคู่เรียงที่จะมาเคียงขนำน้อย </p>
<p>ที่ไหนได้ ไม่ทันลมพลัดจะทันชะปลายตาล ซำหม้อก็ต้องถึงกาลหัวใจสลาย น้องโบว์ไปโรงเรียนไม่ได้เสียแล้วเพราะท้องเริ่มโต ไอ้คนที่มาคว้าน้องโบว์มันยังไม่มีมีปัญญาทำมาหากินเสียซ้ำ วัน ๆ เอาแต่ขี่โนวาแดชโฉบไปเฉี่ยวมา ซำหม้อให้สงสัยใจ &#8216;หรือเราคิดผิดที่เลือกสร้างตัวก่อนเอาสาว&#8217;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>
<p>สายน้ำพรูพรายร่วงปลายจากชายคา เสียงกระหน่ำราวจะพังขนำเสียให้ได้ ลำคลองในพรางฝนนั้นงามนัก นั่งมองอยู่เยี่ยงนี้อีกกี่นานหาเป็นไร รองรางรึก็ซ่อมขัดมัดขึงไว้ดีแล้วตกอีกสักห่าใหญ่ก็น่าจะได้น้ำเต็มโอง ใช้อาบใช้กินไปอีกหลายวัน </p>
<p>กำลังนั่งชมอุปรากรฝนอยู่เพลินฝัน พลันหัวใจซำหม้อก็ให้มีอันเต้นตูมตาม เพราะเสื้อแดงแฝงฝ่าละอองฝนใต้ร่มเหลืองละออตาที่กำลังใกล้เข้ามานั่นเป็นใครไปเสียไม่ได้นอกจากศรีไพรแม่สาวงาม </p>
<p>ซำหม้อคลานเข่าออกชายคาส่งเสียงร้องทักเสียแต่ศรีไพรยังไกลอยู่หลายสิบวา </p>
<p>&#8220;ไปอย่างไรมาอย่างเล่าศรีไพร? ฝนฟ้าครางครืนออกอย่างนี้!&#8221; </p>
<p>ศรีไพรแม่ร้องตอบแต่ไกล &#8220;พ่อนะสิ!&#8221; ชูปลาร้อยเหงือกหิ้วติดมือมา &#8220;บอกให้เอามาให้พี่ ฉันบอกรอฝนหยุดก่อนก็ไม่ยอม&#8221; </p>
<p>&#8220;โอ..ตายล่ะวา&#8221; ซำหม้อรำพึง &#8220;พี่บอกลุงเพิ่มไปก็หลายทีว่าพี่ทำปลาไม่เป็น&#8221; ซำหม้อเหลือบปลาช่อนพะงาบเหงือกถูกร้อยเชือก &#8220;เข้ามาหลบฝนเสียก่อนเป็นไร&#8221; </p>
<p>ศรีไพรมุดเข้าชายคาวางร่มไม่ทันปล่อยมือก็ต้องรีบคว้าด้วยแรงลมโหม ซำหม้อกุลีกุจอยึดร่มไว้ให้&nbsp; </p>
<p>&#8220;เป็นชายทำปลาไม่เป็นมีที่ไหน?&#8221; </p>
<p>&#8220;ที่นี่แหละศรีไพร ทำมันไม่ลง&#8221; </p>
<p>&#8220;อ้าว..แล้วนี่ล่ะจะให้เอาไง&#8221; ศรีไพรชูปลาหรา </p>
<p>&#8220;เอากลับไปเถอะ บอกพ่อด้วยขอบใจ&#8221; </p>
<p>&#8220;ฉันอุตส่าห์หิ้วเดินตากฝนมาแล้วพี่จะให้หิ้วกลับไปนี่นะ&#8221; ศรีไพรปั้นปึง ซำหม้อเพ่งมองยิ่งงามพิศ นั่งยิ้มเผล่ แต่แล้วยิ้มซำหม้อก็ต้องหุบเห็นศรีไพรคว้าร่มตั้งท่าจะกลับจริง </p>
<p>&#8220;ใช่จะหมายถึงเดี๋ยวนี้&#8221; ซำหม้อคว้าร่มไว้ &#8220;รอฝนซาเม็ดสักครู่เป็นไร เดินไปเดินมาตากฝนเป็นหวัดกันพอดี&#8221; </p>
<p>&#8220;ก็พี่บอกให้ฉันเอาปลากลับ&#8221; ศรีไพรแม่ยังมิวายส่งค้อน </p>
<p>&#8220;นา..ทำไม่เป็นนี่นา..แขวนไว้ข้างเสานั่นล่ะ&#8221; </p>
<p>ศรีไพรแขวนปลากับเสาชายคา ยืนกอดอกหันมองพรำฝนหนาเม็ดแรงลมรึก็กระหน่ำจนเหน็บหนาว </p>
<p>&#8220;หลบเข้ามาข้างในนี่ก่อนเถิดศรีไพร ข้างนอกละอองฝนแน่นนัก&#8221; ซำหม้อกระถดชิดข้างฝา ภาพพระเอกนางเอกติดฝนกระท่อมกลางป่าผุดขึ้นราวมีหนัง ๓๕ ม.ม.ฉายอยู่ในกะโหลก ติดอย่างเดียวฟิลม์นั่นคงเก่ากึ๊กจึงไม่เสียงเสียงพากษ์ซำหม้อให้สงสัยใจว่าพระเอกเขาคุยอย่างไรบทจึงไปจบตรงนั้นได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>
<p>ศรีไพรคืบขึ้นชานขนำคลานมานั่งกอดเข่าพิงฝา ซำหม้อแอบมองเรือนผมหยักถูกฝนขดเป็นลอนยิ่งขับใบหน้าคมขำ ผิวสาวเนียนตึงเสียจนเม็ดฝนไม่อาจแกะเกาะ </p>
<p>&#8220;ปีนี้ศรีไพรอายุเท่าไรแล้ว?&#8221; </p>
<p>&#8220;สิบหก&#8221; ศรีไพรตอบ &#8220;พี่ถามทำไม?&#8221; </p>
<p>&#8220;เอ่อ..&#8221; ซำหม้ออึกอัก &#8220;ศรีไพรชอบดูฝนมั้ย?&#8221; </p>
<p>&#8220;เห็นออกบ่อยมีอะไรน่าดู&#8221; ศรีไพรแบะปาก &#8220;ตกทีข้ามวันข้ามคืนเฉอะแฉะก็เท่านั้น&#8221; </p>
<p>&#8220;ในสายฝนมีแรงบันดาลใจซ่อนอยู่นะ..มีทั้งภาพศิลปะ บทเพลง บทกวีพลิ้วไหวอยู่ในนั้นลองฟังสิ&#8221; </p>
<p>พรำฝนยังกระหน่ำสายอยู่มืดฟ้ามัวทุ่ง ริ้วม่านสายยักย้ายส่ายไหวไปกับแรงลมโบย เสียงกระทบหลังคาจากสูงต่ำฟังราวมโหรีวงใหญ่บรรเลงท่วงทำนองครื้นครึก </p>
<p>&#8220;เป็นอย่างไร?&#8221; ซำหม้อถาม </p>
<p>&#8220;อะไร?&#8221; </p>
<p>&#8220;เสียงฝนไง?&#8221; </p>
<p>&#8220;ไม่ได้ฟัง ฉันกำลังคิดว่าเมื่อไรมันจะหยุดเสียที ยังไม่ได้ทำการบ้านเลย&#8221; </p>
<p>&#8220;ศรีไพรหนาวมั้ย?&#8221; ซำหม้อขยับ&nbsp; </p>
<p>&#8220;หนาว..พี่ถามทำไม?&#8221; </p>
<p>&#8220;พี่จะช่วยให้หายหนาว&#8221; </p>
<p>ศรีไพรหันมองเบิ่งตากลมโต ซำหม้อส่งผ้าให้ &#8220;เอานี่ห่มไว้ก่อนคงพอช่วยได้&#8221; </p>
<p>&#8220;ไม่ต้อง&#8221; ศรีไพรตอบห้วนหันมองไปทางลำคลอง </p>
<p>ซำหม้อหดมือกลับ บรรยากาศเป็นใจเช่นนี้ใช่จะพานพบบ่อยที่ไหน ซำหม้อเคยฝันไว้นานนักหนาอยากมีใครสักคนมานั่งมองฝนด้วยกัน ไม่ต้องพูดคุยให้มากความแค่ซบลงข้างไหล่ร้องเพลงเพราะ ๆ สักเพลง แล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับพลิ้วพรายฝน เท่านี้ก็อุ่นในหัวใจกระไรแล้ว ศรีไพรยังเยาว์นักอายุเพิ่งสิบหกคงต้องรออีกสองปี แต่ก็หวั่น ๆ อยู่ว่าจะเป็นเสียเช่นน้องโบว์ที่ตอนนี้ลูกชายย่างสองขวบแล้ว อย่ากระนั้นเลยเห็นทีซำหม้อจะต้องฝากมัดจำไว้เสียก่อน </p>
<p>คิดได้ดังนั้นซำหม้อส่งปลายจมูกหอมแก้มตึงเต่งชื้นเย็นของศรีไพรดังฟอด </p>
<p>ทันควัน! ฝ่ามือก็มืดดำเต็มใบหน้า หัวกระแทกขอบประตูขนำดังโป๊ก!&nbsp;&nbsp; </p>
<p>ฝนคงซาเม็ดไปนานแล้ว นกกาออกจากรังพากันสบัดขนส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว แสงอาทิตย์อัสดงแดงราวเปลวเพลิงอาบไล้ไปทั่วทั้งโค้งคุ้งลำคลองโคกบัวบก ซำหม้อลืมตาควานผ้าข้างตัวขึ้นเช็ดปากเปื้อนคราบน้ำลาย เสียงโครมครืนเงียบหายไปแล้วเหลือก็แต่ความเงียบวังเวงกับเสียงจิ้งหรีดตัวแรกเริ่มกรีดปีกรับเงามืดกำลังคืบคลานมา ซำหม้อผวา </p>
<p>&#8216;ตายล่ะ! มื้อนี้ยังไม่มีกับข้าวเลย สงสัยต้องกินข้าวคลุกน้ำปลาอีกแล้ว&#8217; กระถดก้นคว้าจานช้อนไปทางหม้อข้าว เปิดขึ้นมาก็ให้สะดุ้ง &#8216;ตายโหง! ข้าวหมด!&#8217; </p>
<p>ปลายนาข้างตกฟ้าหรี่แสงลงรำไร ซำหม้อท้องกิ่วหิวน้ำลายสอกำลังล้างหม้อซาวข้าวสาร เช็ดหม้อข้าวไปก็ให้สงสัยใจ &#8216;หากมีแม่บ้านมาดูแลอาหารการกินสักคน เราคงไม่ต้องทรกรรมเยี่ยงนี้..&#8217;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>
<p>OOO</p>
<p>ลมพลัด หมายถึง ลมตะวันตก<br />ข้างตก หมายถึง ทางทิศตะวันตก<br />ขนำ หมายถึง กระท่อมเล็ก ๆ<br />ชายเล หมายถึง ริมทะเล </p>
<div class="wlWriterSmartContent" id="scid:0767317B-992E-4b12-91E0-4F059A8CECA8:2ac9270a-b9e7-43f1-83fc-80043406a939" style="display:inline;margin:0;padding:0;">Technorati Tags: <a href="http://technorati.com/tags/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c" rel="tag">นิยายออนไลน์</a></div>
Posted in โคกบัวบก Tagged: นิยาย <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tuleedin.wordpress.com/1901/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tuleedin.wordpress.com/1901/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tuleedin.wordpress.com/1901/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tuleedin.wordpress.com/1901/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tuleedin.wordpress.com/1901/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tuleedin.wordpress.com/1901/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tuleedin.wordpress.com/1901/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tuleedin.wordpress.com/1901/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tuleedin.wordpress.com/1901/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tuleedin.wordpress.com/1901/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tuleedin.wordpress.com&blog=653003&post=1901&subd=tuleedin&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tuleedin.wordpress.com/2008/09/21/summor/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/dfe156a306d32ec24dbefa7a03f5bfdc?s=96&#38;d=monsterid&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">ธุลีดิน</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://tuleedin.files.wordpress.com/2008/09/rain2-thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">rain2</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>