ข้าพเจ้าเองต้องฝืนกับความรู้สึกติดค้างภายในใจอยู่มากหลาย เป็นธรรมดาวัฒนธรรมไทยที่เราได้รับแกงส้มหอมกรุ่นเพิ่งปรงจากเตาส่งผ่านรั้วตำลึงชายบ้าน เราจะผ่อนแกงถ้วยนั้นใส่ชามล้างน้ำแล้วตักพะโล้ที่เพิ่งทำเสร็จลงไปเต็มชามส่งคืนให้..อาหารมื้อนั้นอิ่มใจทั้งสองบ้าน แลบอกให้รู้ว่าในสังคมน้ำจิตน้ำใจเช่นนี้เราจะไม่อดอยากเลย แกงถ้วยนั้นยังหมายถึงฆ้อน ตะปู เล็ก ๆ น้อย ๆ หยิบยืมกันไปมา ผู้ให้หาได้หวังสิ่งใดเพียงมีก็แบ่งกินแบ่งใช้ แต่แล้วฆ้อนถูกส่งคืนพร้อมมะม่วงสุก ชมพู่หวานกรอบในตะกร้า..
ข้าพเจ้ารับน้ำใจจากมิ่งมิตรมาต่อเนื่องตลอดสองปี โปสการ์ด ซีดี พัสดุภัณฑ์ หนังสือ รับอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีส่งตอบแม้โปสการ์ดขอบคุณ บางท่านเงียบหายไป บางท่านยังคงส่งมาทุกครั้งที่มีจังหวะโอกาส
การกระทำของข้าพเจ้าเช่นนี้ช่างไม่ต่างคนไร้ใจ ไร้มิตรสัมพันธ์ กระทั่งไร้วัฒนธรรมดีงาม
แต่กัลยาณมิตรแห่งข้าพเจ้าขอรับ โปรดได้รับทราบเถิดว่าข้าพเจ้าหาได้นั่งอยู่บนความสุขใจเลยที่กระทำเยี่ยงนั้น
ความรู้สึกติดค้างยังเป็นดังเปลวเพลิงเผาผลาญวิญญาณข้าพเจ้าให้ร้อนเร่าราวรับทัณฑ์แห่งนรกภูมิ
ก็แล้วไยข้าพเจ้าไม่ตอบไมตรีทั้งหมดให้เสร็จสิ้นไปอย่าได้ปล่อยค้างคา เมล์หนึ่งฉบับ โปสการ์ดหนึ่งแผ่น ส่งหนังสือหนึ่งเล่ม หาเป็นเรื่องเปล่าเปลืองเวลาสักเท่าใดเลย?
ข้าพเจ้ากลับไม่อาจกระทำ!
ยามรับแกงส้มร้อน ๆ หอมกลิ่นเครื่องแกงกรุ่นส่งผ่านรั้วมา ข้าพเจ้าย่อมยินดีในอ้อมอุ่นแห่งมิตรไมตรี แต่ยามนั้นมื้อนั้น ที่บ้านยังไม่มีแม้ข้าวสารจะกรอกหม้อ ผลไม้รอบบ้านก็ล้วนเพิ่งแตกช่อดอก ข้าพเจ้ายังไส้กิ่วเขียมกินเขียมใช้ไม่อาจบอกใคร ๆ จะให้ทำประการใดได้เล่านอกเสียจากเก็บถ้วยใบนั้นไว้ มาดหมายใจว่าวันหน้าจักมีกับข้าวหรืออะไรสักอย่างเต็มถ้วยส่งข้ามรั้วคืนไป
หัวใจเยี่ยงนั้นย่อมหาความปรีดาใดไม่มีเลย
พะวงอยู่แต่ว่า เพื่อนบ้านจะกังวลข้าพเจ้ารับแกงแล้วยังจะยึดถ้วยแกงไว้เสียด้วยกระไร จึงไม่ส่งคืน
ที่ทำได้ก็เพียงตะโกนขอบคุณกลับไปแล้วแจ้งว่าถ้วยนั้นขอเก็บไว้วันหลังจักคืนให้ การกล่าวเช่นนี้ย่อมบอกความหมายกล้ำกลืนฝืนใจอย่างที่สุดแล้ว นั่นคือข้าพเจ้าไม่มีอะไรจะใส่ในถ้วย !
มิ่งมิตรขอรับ
ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นด้วยเลยกับการกระทำไปตามมรรยาทสังคม ได้รับของสิ่งหนึ่งมาแล้วส่งคืนกลับอย่างไร้ซึ่งศุภปรารถนาใด หากกระทำด้วยเป็นไปตามมรรยาท อย่าให้อีกฝ่ายเข้าใจไปว่าไร้น้ำจิตน้ำใจ
เพียงตวัดปลายพู่กันไม่กี่ครั้งก็จะได้โปสการ์ดทำมือซึ่งข้าพเจ้าเคยนั่งทำเป็นประจำก่อนยังไม่เริ่มฝึกฝนอักขระรจนา กดแป้นอักษรไม่กี่ตัวก็ได้ข้อความสั้น ๆ แต่เหล่านั้นหาใช่สิ่งข้าพเจ้าเต็มใจกระทำเลยหากไร้เสียแล้วซึ่งอารมณ์กระทำอันแท้จริง
สองปีมานี้ ข้าพเจ้าละทุกอย่าง มุ่งหวังใช้เวลาทั้งหมดที่มีฝึกเขียนอักษรเพียงอย่างเดียว หามีกะจิตกะใจทำการอื่นใดเลย
อีกทั้งฝึกเขียนเรื่องนั้นเล่าก็สาหัสสากรรจ์นัก กว่าได้เรื่องที่อยากเขียนจากภายใน กว่าพบจังหวะเขียนของเรื่องนั้น [...]
Filed under: เพิงพักริมทาง | Tagged: นักหัดเขียน | 11 Comments »
