My Work
Novel
กระบี่ทลายฟ้าฉบับสมบูรณ์อยู่ระหว่างรอสำนักพิมพ์พิจารณา หากสหายร่วมแนวต้องการผ่านตา รบกวนส่ง mail add. ของท่านที่ kratomtuleedin@yahoo.com
ฝากไปกับสายลม ดวงใจรักของชายหนุ่มหญิงสาวเริงร้าวอยู่ระหว่างโลกฝันและความเป็นจริง
![]()
ล่าเพชรพนมรุ้ง นิยายแอ็คชั่นโรมานซ์โปรดักชั่นระดับฮอลลิวู้ด เรื่องราวไล่ล่าแย่งชิงอัญมณีพนมรุ้งที่หายสาบสูญหลายพันปี (อุเหม่! ฟังดูพล็อตโหลสิ้นดี!)
รุกฆาต การเดินทางของเด็กหนุ่มผู้ดั้นด้นค้นหาความหมายชีวิตผ่านวิถีแห่งหมาก
PEGASUS : The Space Adventure การเดินทางผจญภัยติดตามสาวของเจ้าพีหลุดหลงเข้าไปในช่องว่างของตำนานพร้อมสหายคู่ใจเจ้าไมเคิลและหอยทาก
Poem
กล่อมใจ : พิลาปร่ำรำพัน
นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ : หันมองสังคม
ก็แค่คนนั่งมอง : จมกับชีวิต
ปิดไฟใส่กลอน : คิดอย่างเจ้าทุย
ระบำอักษร : มิ่งมิตรพูดคุยด้วยคำคล้อง
Short Short Story
ความรักของน้ำ
สุสานศักดิ์สิทธิ์
ไอ้หมอนั่น!
เชอร์ลอคต๋อย ๑.
เชอร์ลอคต๋อย ๒.
เชอร์ลอคต่อย (จบ)
กระบี่..สายหมอก..จอกชา
ความสุขของกะปิ
Essay
ระเบียงใบไม้
ระเบียงใบไม้
โลกใบเล็ก
บันทึกอักษรกระบี่
เงาอักษรกระบี่
บ่นวรรณเวร
คุยกันก่อนนอน
แรมทาง
หากมีการรวมเล่มเมื่อไหร่อีก? และพี่ท่านต้องการภาพประกอบ หากไม่รังเกียจ บางทีกระผมอาจพอจะช่วยอะไรได้บ้าง ก็ยินดีนะขอรับ
ด้วยความเต็มใจ
แหะ แหะ คงไม่เข้าใจไปว่าผู้น้อยตีพิมพ์นะขอรับท่านอิ่ม แหะ แหะ เขิลล์
คือว่า..ที่เห็นเป็นปกนั่นผู้น้อยมือไม่สุขทำไว้เอาเท่อย่างนั้นเอง ไม่มีเป็นเล่มอันใดดอกขอรับ เป็นนิยายออนไลน์อยู่ในบล็อกนี่แหละ ฝันไว้ว่าเขียนครบสิบเรื่อง เอาไว้นั่งดูไปดูมา แล้วยิ้มเผล่อยู่คนเดียว
แต่เรื่องภาพประกอบเอาจริงนะขอรับ วันใดสำนักพิมพ์ยินยอมคุยกะข้าพเจ้า เป็นได้รบกวนกันล่ะ
ขอบคุณขอรับ..ขอบคุณ..
คารวะ
ปุจฉา …ตอนนนี้ธุลีดินพำนักกายและใจอยู่หนใดเล่า?
อิ่มเอม ตอนนี้อยู่เชียงใหม่ แต่พื้นเพเดิมเป็นคนภูเก็ต
ถามด้วยความใคร่รู้ เพราะฉงนในคำสำเนียง…
วิสัชนา…พำนักกระต๊อบปลายนาตรงติ่งที่ยื่นอยู่หน่อยระหว่างทะเลสาบสงขลากับอ่าวไทยน่ะขอรับ
ส่วนฉงนสำเนียง คงเป็นเพราะผู้น้อยพร่ำรูปคำโบราณ หวังสักวันจะเขียนเรื่องไทยย้อนยุคที่สาสมใจสักเรื่อง กระทั่งป่านนี้ยังไม่ได้สักเรื่อง กลายเป็นใช้จนติดปาก
ยังไม่รู้จะกลับพูดจาเป็นผู้คนเหมือนเดิมไหมเลยขอรับ
คารวะ
ที่ฉงนในสำเนียงนั้นหมายถึง คุ้นๆว่าต้องอยู่ทางใต้ เพราะกระผมก็จบที่ ม.ทักษิณ คุ้นชินกับคำว่าหลายคำที่สนทนา อยากกลับไปเยี่ยมสงขลาเหมือนกัน ยิ่งเกาะยอ หรือหัวเขาแดง ยามเย็นกระผมมักบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก…ทะเลสาบ เห็นภูเขาทางฝั่งสทิงพระ อยู่เสมอ…แค่เอ่ยคำว่าทะเลสาบสงขลา ความทรงจำก็พลันชวนให้นึกถึง…ป่านนี้ทางฝังโน้นจะเป็นอย่างไรหนอ? คิดถึงจัง !
ป่านฉะนี้ฝนตกครึ้มดำพายุสาดซัด
กลับจากหาดใหญ่ หลังผ่านเกาะยอตกตลอดทาง
ตอนนี้ยังหยุมหยิมอยู่เลยขอรับท่านอิ่ม
ข้าพเจ้ายังฉงนใจ ทำไมใคร ๆ เลือกอยู่เชียงใหม่
หากให้ท่านเลือกระหว่างริมทะเลสาบสงขลากับดอยแม่อะไรสักดอยที่เชียงใหม่
ท่านเลือกพำนักไหนเพราะอะไรขอรับ?..เรียนถาม..เรียนถาม
คารวะ
ไม่ได้ตามกระแสอะไรนักหรอก อันที่จริงโคตรรักทะเลเลย ยิ่งทะเลที่บ้าน ที่ภูเก็ตด้วยแล้วมันเป็นอะไรที่วิเศษสุดๆ แต่ความหลังฝังใจอยากจะเป็นเกษตรกร…ที่บ้านภูเก็ต มีอยู่ 100 ตารางวา มันน้อยเอามากๆสำหรับการทำเกษตรจริงจัง…ครั้นจะซื้อ ก็รู้อยู่ว่ามันแพงจนเกินเอื้อม…ไม่รู้ทำไมที่ดินทางใต้โคตรแพงเลย…
จนกระทั่ง บังเอิญเดินทางไปเชียงใหม่ เพื่อนแนะนำให้ลองไปทำงานถ่ายภาพนิตยสาร… ก็เลยลองเปลี่ยนบรรยากาศดู อยู่ไปอยู่มา ชักคุ้นเคย มันมีเสน่ห์ดีอีกแบบ แถมหนำซ้ำ พอรู้ว่า ที่ดินโคตรจะถูก !คือมันไร่ประมาณ 30,000 เองนะ (เดี๋ยวนี้ราคานี้ไม่ได้แล้ว) ก็เลยตัดสินใจอยู่ที่เชียงใหม่ มันใกล้ความฝันที่คิดไว้แล้วจะหันหลังกลับก็กระไรอยู่…ขอลองทำเกษตรอินทรีย์ดู (ลองเข้าไปดูที่ http://imaimgreen.wordpress.com) ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีบ้านอยู่ดี…ว่าไหม?
ที่ถามไป ก็เลยตามกลับมา…(เสียยืดยาว) เช่นนี้แหละ ขอรับ
อ่า..ท่านอิ่มขอรับ แท็งค์กิ้วมากมายสำหรับถ้อยวิสัชนาแจ่มชัด (ทั้งยังได้ราคามาด้วย)
ข้าพเจ้ามีถ้อยความยืดยาวอยากคุยแต่กระทำยามเช้ามิได้
อีกเรื่องที่ใคร่ถามคือสภาพสังคมขอรับ ผู้คนรอบข้าง ความเป็นไปรอบข้างเป็นอย่างไรบ้าง?
คิดเห็นอย่างไรเมื่อเทียบกับสังคมอย่างคนใต้?
บ่าย ๆ จะเข้าไปที่กรีนขอรับ
คารวะ
สภาพสังคมขอรับ ผู้คนรอบข้าง ความเป็นไปรอบข้างเป็นอย่างไรบ้าง?
คิดเห็นอย่างไรเมื่อเทียบกับสังคมอย่างคนใต้?
เอาแบบเน้นเลยนะ…ที่โน่น มีธรรมชาติขุนเขา ป่าไม้ดีเยี่ยม วัฒนธรรมดั้งเดิมดีเอามากๆ
1.สภาพสังคม+ความเป็นไปรอบข้าง- เป็นอะไรที่เรื่อยๆ ไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่กล้า ไม่บ้าบิ่น รักสบาย(จนเกินเหตุ) แต่ครั้นจะเหมาทั้งหมดก็ไม่ถูก…ต้องเข้าใจว่าผู้คนมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา เลยประมาณว่าจับมือใครดมไม่ได้ ว่าที่เป็นอยู่มันฝีมือใคร แต่ที่จะกล่าวโทษได้ ก็คงเป็นเพราะการเมือง! ผู้คนคุ้นเคยกับการได้รับ…มีคนชอบเอาปลามาให้ แต่กลับไม่รู้จักสอนวิธีจับ เลยจับปลาไม่เป็น…และไม่คิดจะลองจับ ถ้าผู้คนลองขยันจับปลาเอง รู้จักรักษาทรัพยากร ที่นี่คือสวรรค์บนดินดีๆนี่เอง…
2.ผู้คนรอบข้าง – เป็นอะไรที่เยี่ยมมาก เพราะอยู่ที่เราจะเลือกคบหา ชอบแบบไหน ก็จะเจอคนแบบนั้น อยากรู้เรื่องบ้านดิน ก็ไปหาเพื่อนที่ทำบ้านดิน อยากทำเกษตรอินทรีย์ ก็ไปคบชาวบ้านที่ทำเกษตรอินทรีย์ มันโอเคเลยล่ะ ส่วนไอ้ที่ไม่ชอบ ก็พยายามเลี่ยงๆ ไม่สนใจมัน มันก็จะค่อยหายหัวไปเอง…โดยปริยาย
เทียบกับสังคมทางใต้- อืม..ม ให้กลับไปดูที่ ข้อ 1และ 2 แต่ที่อยากจะบอกเพิ่มเติมนั่นคือ กลวิธีในการสื่อสารของผู้คน
ทางใต้เป็นอะไรที่ขวานผ่าซาก แต่มันจริง มันตรงดี กระผมชอบมาก!
ทางโน้นเป็นอะไรที่พึงระวัง คำพูดเพราะๆ…ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นอย่างนั้น… ต้องฟังหูไว้หู !
หลายคนชอบถาม เหมือนอย่างที่ท่านถาม กระผมก็ตอบประมาณนี้แหละ!
ฟังดูอาจจะเป็นอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ใครหลงใหล…
แต่มันก็อยู่ที่การปรับตัว…และเลือกหา
กระผม…มีเหลือเวลาเหลืออยู่บนโลกใบนี้ไม่นานนัก อย่างมากสุดก็อีก 40 ปี อย่างน้อยก็พรุ่งนี้…
ก็เลยคิดได้ว่า…อยากทำอะไร? ก็ทำมันเถิด…อย่างน้อยก็ไม่ต้องติดค้างคาใจ…ว่าไม่ได้ทำ…
ท่านว่าไหม? ขอรับ!
แป้มื้อเที่ยงแล้วสวัสดิ์ขอรับท่านอิ่ม
เพิ่งกลับมาจาก ‘กรีน’
ตั้งใจแบกตัวอักษรไปฝากหลายชะลอมเลยเทียว ครั้นไปถึงไล่สายตาลงมาเรื่อย ๆ ทั้งชื่นชมโลโก้ ชื่นชอบภาพปก คอนเซ็ปชีวิต โอ้ย! อะไรต่อมิอะไร!
เป็นอันหมดกัน
ชะลอมอักษงอักษรเททิ้งไว้ข้างคันริมคูนั่นแลขะรับ เหลือถ้อยคำอยู่เพียงเดียว “ขอบคุณที่ท่านโผล่ทักทายเปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จัก” ขอบคุณ ขอบคุณ
ข้าพเจ้าขออนุญาตเก็บฟีดไว้ ท่านอัพวันใดจะได้ไม่พลาด
คารวะ
ปล. เห็นด้วยกับคำกล่าวทุกประการ เราช่างคล้ายจนสาใจที่ได้พบเจอ เพียงต่างกันนิดหน่อยที่ข้าพเจ้ายังมีเวลาเหลืออยู่บนโลกใบนี้อย่างมากสุดก็อีกสักร้อยปีน่ะขอรับ (กะว่าจะอยู่สักร้อยยี่สิบ)
มาร่วมรับฟังการสนทนาด้วยคนขอรับ
คนกรุงอย่างผมจึงฝันตามท่านสองอย่างตัดสินใจไม่ถูกเลยว่า จะขึ้นเหนือหรือล่องใต้…
ด้วยมิตรภาพ
อา..ข้าพเจ้าย้ายจนนับครั้งไม่ได้
บ่อยสุดก็ตอนเรียนปีสาม
(มีแววศิลปินไหม?)
……………….
มีแววเหมือนกัน…ตอนเรียนกระผมก็ขี้เกียจนับ… ย้ายเป็นว่าเล่น …เงินค่ามัดจำไม่เคยได้คืนกับเขาเลย เพราะอยู่ไม่ถึงระยะกำหนดสักกะที…
อื้อ…เกือบลืมถาม ตกลงท่านธุลีดิน เป็นคนมีประวัติหรือเปล่าเนี่ย? ขอรับ…กระผมเล่าเรื่องผมซะจนหมดพุง…แต่ไม่ยักกะรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับท่าน นอกจากว่า…พำนักอยู่ที่กระท่อมตรงลากูน…และเรียงร้อยอักขระต่อเติมฝัน…
โปรดเฉลยความเถิด…กระผมตั้งใจ ฟังอยู่…เยี่ยงประสาคนอยากรู้จัก
โอ..ท่านอิ่มขอรับ
หากผู้น้อยมีประวัติเห็นทีป่านฉะนี้คงถูกสันติบาลซิวไปแล้วเป็นแท้ จึงเป็นผู้ไม่มีประวัตินี่แลเหมาะสมแล้วล่ะทั่ลล์
ข้าพเจ้าคิดเห็นเช่นท่าน ใช้ชีวิตตามจิตใจต้องการ จึงออกสู่ชนบท เพียงหลงทางไปพักใหญ่ (แต่ไม่เป็นไร ยามนี้พิมพ์เขียวชัดแจ่มแล้ว)
ที่ว่าหลงทางคือหลงคิดไปว่าจะสามารถเลี้ยงกุ้งให้เป็นงานเกษตรธรรมชาติได้ เสียยิ่งกว่าหลงทางเสียเวลาหลงติดยาเสียอนาคตอีกขอรับ
เป้าหมายคือดำรงชีวิตกลมกลืนไปกับธรรมชาติ เป็นน้ำเนื้อดินเดียวกับท้องฟ้าอากาศ บริโภคพืชผักปลูกเอง (เห็นท่านทำเกษตรอินทรีย์ได้แต่นิยมชมชื่นขอเป็นแนวร่วมสุดใจ)
ทุกวันนี้อาศัยขนำน้อยคอยรักบนคันบ่อกุ้ง นั่งฝึกฝนวิชาเขียนไทย(ที่ไม่ทราบทำไมจึงยากเย็นเข็ญใจปานนี้ ตอนฝึกเลี้ยงกุ้งสี่เดือนเองท่าน ลงมือทำได้เลย ฝึกเขียนไทยร่วมสามปียังไม่เป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย)
เคยฝันอยากเป็นนักมวย(เด็กบ้านนอกใครซ้อมมวยล่ะเจ๋ง!) พอเข้ากทม.เห็นรถเมล์อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ โตขึ้นหน่อยอยากเป็นช่างภาพ(อย่างบี๋ ธีรพงษ์ เหลียวรักษ์วงศ์ เอาล่ะบอกตรง ๆ ก็ได้ อยากถ่ายนางแบบ) อยากทำงานลินตาสลีโอเบอร์เน็ตเป็นคลีเอทีฟ อยากเป็นแฟนหลินชิงเสีย(สงสัยเกิดจากปมอยากมีพี่สาว) อยากยืนกอดอกยักคิ้วให้ช่างภาพโดยหนีบนิยายที่ตัวเองเขียนไว้หว่างหัวแม่โป้งกับนิ้วชี้
เอาล่ะใกล้ความจริงแระ
ถึงยามนี้หมดสิ้นไฟฝันแล้วล่ะขะรับ รับทราบแล้วว่าทุกฝันเป็นเพียงมายาให้ตามไล่ไขว่คว้าพอเพลินใจ
ข้าพเจ้าเพียงฝังชีวิตไว้กับดินกับฟ้ากับน้ำ ห่างไกลอุปาทานตัณหายวนเย้า หนาวร้อนไปกับฤดูกาล ผันเคลื่อนไปตามตะวัน ได้สูดทุกลมหายใจในอากาศสะอาด กินอาหารที่ดี ดูแลอารมณ์ไม่ให้โกรธเกลียดแผ้วพาน ปฏิบัติโยคะดูแลร่างกายสังขาร ไปกว่าสิ้นลม นับว่าเปรมใจแล้ว
กว่าจะถึงวันนั้นคงเขียนหนังสือไปเรื่อย ๆ เพราะเลือกแล้วว่าจะจากโลกนี้ไปในนามใด?
เป็นอย่างนี้ทุกทีสินา โม้เรื่องตัวเองเป็นไม่ได้ ยาวน่ะท่าน
ความยินดีท่านใคร่ทำความรู้จักใช่น้อยเลย เพียงพูดคุยถึงตัวเองทีไรเร้าอัตตาหลงตนเต้นตื่น เกรงพร่ำพรรณนาไปเสียยืดยาวให้ท่านต้องรำคาญสายตา
ไม่ทราบที่พล่ามมาพอจะตอบความท่านได้หรือไม่?
ควรไม่ควรแล้วแต่ท่านอิ่มจะโปรดพิจารณา
คารวะ
ใต้ชายคาขนำ
ระโนดลากูลน่า
โอ้ว…แจ่มชัด เยี่ยงท้องฟ้าเดือนมกรา
กระผมเข้าใจ…อย่างที่ไม่ใคร่อยากรู้อะไรอีกแล้ว…นอกจากมิตรภาพที่อยากให้ดำเนินต่อไปเยี่ยงนี้…
ชื่นชมในความเป็นท่านเช่นกัน และประทับใจกับถ้อยคำที่ว่า “เพียงพูดคุยถึงตัวเองทีไรเร้าอัตตาหลงตนเต้นตื่น”
เห็นดีเห็นงามเช่นกัน บางเวลากระผมก็โดนอัตตามักเข้ามาสิงสู่ให้เกิดความว้าวุ่น…
“ความไร้อัตตา เป็นลาภอันประเสริฐ”
คารวะเช่นกัน
ใต้ชายคาตองตึง
แม่มาลัย นอร์ทเทิร์นฮิลล์
วิสัชนา>>
……………………………
ไม่ทราบท่านจัดการวัชพืชอย่างไร?
>>ถอน! ถาง! แล้วก็ถอน!
จัดการต้นหญ้าที่งอกแล้วงอกเล่างอกยาวอย่างไร?
>>ส่วนใหญ่ก็พยายามปลูกพืชคลุมดินไว้แทนเช่นตระกูลถั่ว หาฟางข้าวคลุมในแปลงพืชเท่าที่จะหาได้
สถานที่อาศัยล้อมรอบด้วยทุ่งนาใช่ไหม?
>>เปล่าขอรับ หุบเขาและเชิงเขา…
หน้าแล้งชาวนาเผาตอข้าวหรือเปล่า?
>>เห็นจนชินตาขอรับ แต่ปีนี้ดีขึ้นเยอะ เพราะมีกฎหมายกำหนด เยี่ยม!
ท่านลงแปลงเกษตรเองหรือจ้างทำ?
>>กระผมมีผืนดินของตัวเองแค่ 2 ไร่เองนะขอรับ…เลยทำคนเดียวล้วนๆแค่พอไว้เลี้ยงชีพ แต่ถ้าเป็นของเครือข่ายละก็รวมกันแล้วก็เยอะอยู่…ส่วนใหญ่ก็ต้องจ้างคนงานชาวดอยนะขอรับ…
ได้แหล่งน้ำจากไหน?
>>โชคดีที่ใกล้ผืนดินมีอ่างเก็บน้ำ แต่ก็ต้องสูบนำขึ้นไป…เปลืองไฟฟ้าระดับหนึ่ง…ตอนนี้กำลังจะไปทดลองใช้พลังงานลมขอรับ…
เอ่อ…ฝนตกอีกแล้ว…หนักด้วย ไปเก็บผ้าก่อนนะขอรับ…เดี๋ยวจะมีคนงอนที่ไม่ช่วยเก็บ!
อา..ขอบคุณขอรับ ขอบคุณ
ฟังแล้วเรื่องใคร่รู้ผุดขึ้นยังกะดอกเห็ดต้นฝนอย่างไรอย่างนั้นเจียวทั่น
แต่นั่งโม้ไม่ได้เดี๋ยวติดลม ไม่เป็นอันเขียนเรื่อง
ไว้อาทิตย์หน้า ข้าพเจ้าจะหิ้วป้านชาไปนั่งสนทนาที่นอร์ทเทิร์นฮิลล์ขะรับ
คารวะ
อรุณสวัสดิ์ขอรับ…เจอกันตั้งแต่รุ่งสาง…แม้ท้องฟ้าฝั่งตอนเหนืออาจจะดูหมองหม่นไปสักนิด แต่ก็อย่างน้อยก็รู้ว่าหลังเมฆสีเทาๆ ยังมีดวงอาทิตย์รอส่องแสงทักทายชีวิตเบื้องล่างอยู่…และก็คงเป็นอย่างที่ท่านเอื้อนเอ่ย ว่าบนเส้นทางกันดารนั้น…ก็ยังมีสหายร่วมทาง แม้เจออุปสรรคใด? อย่างน้อยก็ยังมีรอยยิ้มจากสหายอยู่…
ว่าแล้วก็ชวนจิบน้ำชากันดีไหม? ในป่านชาของท่านเป็นชาเยี่ยงใด? ใคร่ขอรับรส สักจอกจะได้ไหม? ขอรับ…
เพื่อนมันบอกว่าชาจากดอยตุงขอรับ แถมบรรยายสรรพคุณพร้อมชื่อเรียกขาน ข้าพเจ้า..ซดอย่างเดียว
ขอให้เป็นวันที่ดีขะรับ
พี่เล็ก
โลกโคจร มาบรรจบ พบกัน อีก
เมืองหลวงกำลัง วุ่นวาย
ยามนี้ มีแต่คนนึกถึง ให้อิจฉา ชีวิต เรียบง่าย
แต่หรู ด้วยความสุข อย่างพี่ จัง
ผมเอง
บอล
น้องชาย คนหนึ่ง ที่ เดินตามธุรีดิน
ฮ่า ฮ่า บอล ดีใจได้พบกันอีก ตามลิ้งก์ไปที่ชูโขแล้ว คงเป็นออฟฟิศ มีบล็อกหรือเฟสบุ๊กมั้ย?