Category Archives: นิยายกำลังภายใน
อหังการ์ล่าผ่าปฐพี ตอน หมู่บ้านสนธยา
1
ม้าดำเหยาะย่างเชื่องช้ากวัดแกว่งหางไปมา ปลายจมูกเปียกเยิ้ม ส่งเสียงฟึดฟัดตลอดเวลา ผู้ขับขี่นั่งหลังงอร่างส่ายโงน มือกุมสายบังเหียนแนบแน่น สายลมสนธยากระโชกชักนำผงฝุ่นปะทะใบหน้า คนจรยกมือป้อง ร่างเสียหลักเกือบตกหลังม้า ม้าดำหันมองก่อนย่ำเท้าต่อ
ถนนฝุ่นทอดยาวไปยังหมู่บ้าน สองข้างทางเป็นกอหญ้าแห้งแกร็นจรดสันเขาขอบฟ้า เห็นเงาไม้ใหญ่เหลือแต่กิ่งก้านยืนโดดเดี่ยวในแสงสีสนธยา เสียงลมครางอู้พัดกลุ่มหญ้าลมกลิ้งตัดถนน
คนจรดึงสายบังเหียน ม้าดำหยุดยืนเขี่ยเท้าสะบัดหน้าส่งเสียงฟึดฟัดเหมือนไม่พอใจ เสาไม้ใหญ่สึกกร่อนเป็นร่องลึกตระหง่านสองข้างทาง
คนจรแหงนมอง
ลำแสงสุดท้ายของวันอาบแผ่นป้ายเก่าคร่ำ แดงฉานราวชโลมโลหิต คนจรขมวดคิ้ว บนป้ายเป็นอักษรโบราณเลอะเลือน
กระตุกสายบังเหียน ม้าดำเหยาะย่างอย่างเกียจกร้าน เสียงฝีเท้าทึบทึบส่งฝุ่นฟุ้งไปทางขอบฟ้าประจิม
2
จันทร์เสี้ยวลอยเด่น
อาทิตย์ใกล้อัสดง
เสียงนกการ่ำร้องจากฟ้าไกล
ถนนฝุ่นทอดยาวตัดกลางหมู่บ้าน เริ่มเห็นแสงไฟเป็นระยะ มีผู้คนบางตา สองข้างทางเป็นบ้านดินมุงหญ้าคาฝุ่นเกาะหนา เด็ก ๆ หน้าตามอมแมมนั่งเล่นกองทรายริมถนน ผู้เป็นมารดารีบวิ่งคว้าตัวเด็กหลบเข้าในบ้าน หญิงชรานั่งเก้าอี้หน้าบ้านชมอาทิตย์อัสดงเหมือนสนทนากับสหายร่วมวัย พลันลุกจากเก้าอี้มือไม้สั่นแทรกบานประตูปิดเสียงดังปัง
ม้าดำย่ำเท้าจังหวะสม่ำเสมอ คนจรส่ายตามองสองข้างทาง เห็นแต่ลูกตาหลบซ่อนหลังม่านหน้าต่าง ซอกประตู มีกลิ่นอาหารโชยมา คนจรเคาะขากระตุ้นม้าตามกลิ่นอาหารไป
หยุดตรงแสงโคม โน้มตัวถดลงจากหลังม้า ตบสีข้างมันเบา ๆ ผูกสายบังเหียนไว้กับคาน จากนั้นก้าวเท้าเข้าภายใน
กลิ่นอาหารลอยปะทะจมูก ยินท้องส่งเสียงร้อง ในร้านมีเพียงลูกค้านั่งโต๊ะชิดหน้าต่างสองคน ทั้งสองนั่งตัวแข็งจ้องผู้มาตาเขม็ง เสียงตะหลิวกระทะดังอยู่หลังม่านไม้ไผ่ คนจรยืนคอยครึ่งค่อนวันไม่มีผู้ใดออกมารับแขก เอื้อมมือคว้าไหสุราเคาะลงกับโต๊ะ เสียงตะหลิวหยุดลง ใบหน้าเปื้อนเถ้าถ่านเลอะเทอะโผล่จากหลังม่านไม้ไผ่
"รอก่อน" กล่าวสองคำแล้วผลุบหาย ยินเสียงตะหลิวอีกครา แต่แล้วหยุดชะงัก ใบหน้าเปื้อนถ่านโผล่มาอีกครั้ง เบิ่งตากว้างส่งเสียงแตกตื่น
"บุรุษ!"
คนจรฝืนยิ้มทักทาย ใบหน้าเปื้อนถ่านนั่นกลับผลุบหายหลังม่านไม้ไผ่ เสียงตะหลิวกระทะดังอีกสองสามครั้ง จึงเดินถือจานอาหารออกมา ติดตามด้วยผู้ช่วยตัวน้อยมีจานอาหารทั้งสองมือ คนทั้งสองเหลือบตามองขณะเดินไปโต๊ะลูกค้า ลูกค้าสองรายในร้านนั่งกระซิบกระซาบ อาหารพอดีวางลงบนโต๊ะก็เร่งลุกเดินหนีออกจากร้าน
"รอก่อน" คนใบหน้าเปื้อนถ่านกวักมือ "พวกเจ้ายังไม่กินอาหารจะเร่งร้อนไปไหน?"
ยังไม่สิ้นเสียง เงาหลังคนทั้งสองก็สูญหายในความมืด คนใบหน้าเปื้อนถ่านเม้มริมฝีปาก ท้าวสะเอวหันมาทางคนจร ผู้ช่วยตัวน้อยกระทำตามราวนัดไว้
"ดีจริง ค่ำนี้มีลูกค้าแค่สองคน ท่านยังมาไล่เสีย กิจการค้าข้าพเจ้าเห็นทีป่นปี้ครานี้"
"ใช่! ป่นปี้ครานี้" ผู้ช่วยตัวน้อยส่งเสียงย้ำ
คนจรยกนิ้วชี้ตัวเองสีหน้าฉงน "ข้าพเจ้า"
"ใช่! ท่าน!" คนใบหน้าเปื้อนถ่านกล่าว
"ใช่! ท่าน!" ผู้ช่วยก็กล่าว
คนจรกล้ำกลืนวาจาเหลือบมองอาหารบนโต๊ะ กล่าวว่า
"อย่างมากข้าพเจ้ากินอาหารทั้งหมดนั่น"
"ท่านมีค่าอาหารหรือ?" คนใบหน้าเปื้อนถ่านถลึงตา
คนจรล้วงในเสื้อคลุมหยิบวัตถุเม็ดเล็กวางบนโต๊ะ แสงทองสุกปลั่งสะท้อนโคมไฟ คนใบหน้าเปื้อนถ่านรีบคว้าขึ้นขบ กล่าวว่า
"ข้าพเจ้าไม่มีทอน"
"ที่ข้าพเจ้าต้องการคืออาหารบนโต๊ะนั่น"
คนใบหน้าเปื้อนถ่านทั้งสองเร่งเคลื่อนย้ายจานอาหารวางตรงหน้าลูกค้าคนใหม่ กล่าวอย่างประจบประแจง
"ท่านต้องการอาหารใดเพิ่มโปรดประทานคำสั่ง หากรสชาติไม่ถูกปากยังสามารถเปลี่ยนใหม่"
"ใช่! ยังสามารถเปลี่ยนใหม่" ผู้ช่วยกล่าวเสริมสีหน้าจริงจัง
ลูกค้ามิได้ฟังคำ หยิบตะเกียบคีบอาหารส่งเข้าปากอย่างรีบร้อน อาหารหมดสองจานจึงเอ่ยปากถาม
"จริงสิ ท่านมีหญ้าให้ม้าบ้างหรือไม่?"
"ถิ่นนี้ไม่มีหญ้าสดนานแล้ว หญ้าแห้งพอใช้ได้หรือไม่?"
"เช่นนั้นก็ใช้หญ้าแห้งเถอะ ช่วยหาน้ำให้มันด้วย"
คนใบหน้าเปื้อนถ่านผงกศีรษะ ผู้ช่วยตัวน้อยวิ่งไปหลังร้านในบัดดล
"หุบเขาหัวกะโหลกห่างจากที่นี่กี่มากน้อย?" คนจรเอ่ยถาม ใช้ตะเกียบคีบอาหารในจาน
"ท่านจะไปหุบเขาหัวกะโหลก?"
คนจรพยักหน้า ส่งอาหารเข้าปาก
"ไม่เคยมีใครกลับจากหุบเขาหัวกะโหลก"
"ข้อนั้นข้าพเจ้าทราบ" กล่าวทั้งปากเคี้ยวอาหาร "ที่ไม่ทราบเป็นหนทาง"
"มีคนผู้หนึ่งสามารถบอกท่าน"
คนจรหันขวับ "เป็นผู้ใด?"
"เป็นชายชราผู้หนึ่ง อยู่หลังเนินเขาประจิมห่างจากที่นี่ไปสามวัน"
"มันเคยไปหุบเขาหัวกะโหลก?"
"มิทราบ" คนใบหน้าเปื้อนถ่านกล่าว "มันเป็นลูกค้าข้าพเจ้า ช่วงหลังมานี่ไม่พบหน้าหลายเดือนแล้ว"
คนจรล้วงทองคำอีกเม็ดส่งให้ "เตรียมเสบียงสำหรับสามวันให้ข้าพเจ้าด้วย"
"ไฮ้! ท่านจะออกเดินทางในบัดดล"
"ออกเดินทางเร็วขึ้นหนึ่งวันถึงเร็วขึ้นหนึ่งวัน"
"ไยเร่งร้อนเช่นนี้?"
คนจรมิโต้ตอบคล้ายไม่ต้องการกล่าวมากความ คนใบหน้าเปื้อนถ่านได้แต่ถอยเข้าหลังม่านไม้ไผ่ คนจรกินอาหารที่เหลือ
มีเสียงฝีเท้า
คนจรเหลือบมองประตูร้าน มีผู้มาใหม่สี่ห้าคน ทั้งหมดล้วนอิสตรีแต่งกายทะมัดทะแมง
สักครู่คนใบหน้าเปื้อนถ่านกลับออกมาพร้อมห่อเสบียงวางบนโต๊ะ
"นี่เป็นอาหารแห้งท่านพอจะใช้รับประทานสามวัน"
คนจรหยิบห่ออาหารขยับลุก
"ท่านยังไปไม่ได้" เสียงสดใสกังวาน ทั้งอ่อนหวานทั้งเปี่ยมพลังอำนาจดังขึ้น
(มีต่อ)