ครอบครู
๏ นบกรสุวันทา คณนาสมาทาน
แด่องค์ศิลปาจารย์ วิฆเณศวรวิเศษสรรค์
ศิษย์จักประจงจิต ริ้วลิขิตพิจิตรจาร
อ่อนด้อยด้วยเชิงชาญ ก็ประดิษฐ์โดยชวนเชิญ
ขอองค์ประเสริฐศิลป์ ปกจินตะจำเริญ
คล่องคิดพินิจเพลิน พจิพจน์ผจงใจ
อีกดัชนีนั่น จงสมมั่นจะมุ่งไป
แคล่วเขียนวิเชียรประไพ สุวิไลอักขระจำรูญ
คิดใดให้สมมาด มะนะวาดทวีคูณ
เอ็นดูด้วยอาดูลย์ ผัสสะอ่านมิผ่านไป
แกร่งกายสิแกล้วเขียน พละเพียรพลังไกร
กรำกล้าพลานามัย อุกฤษฎ์ในอักษรกรรม
น้อมเชิญพระทรงฤทธิ์ สุวิสิทธิเทิดธรรม
ปกเกศวิเศษนำ วิโรจน์ล้ำเลิศวรรณกรรมเทอญ ฯ

‘ปณิธาน’
.
เพราะเลือกที่จะรักความเรียบง่าย…ขอเพียงได้ผ่านวันคืนตื่นตาฝัน
อุ่นไอแดดแผดกล้ารับตาวัน…ชมแสงจันทร์แจ่มฟ้าคราค่ำคืน
เลือกจะอยู่อย่างคนไร้โขนครอบ…ถามก็ตอบกลับไปไม่แข็งขืน
ล้มก็ลุกทุกครั้งยังหยัดยืน…จะไม่ฝืนปั้นหน้าเข้าหาใคร
.
เลือกเลี้ยงชีพอย่างชนอิสระ…เลิก ลด ละ อัตตาเลิกคว้าไขว่
ปลดความอยากหยุดความหลงลงที่ใจ ..เดินทางไปสู่จุดหมายด้วยสายกลาง
หาพอได้จุนเจือเผื่อยามยาก…กินพอปากอิ่มพอท้องไม่หมองหมาง
เหลือพอเก็บยามเจ็บไข้ได้เบาบาง…หากมีบ้างช่วยเหลือเผื่อสังคม
.
แบ่งเวลาอีกครึ่งของชีวิต…ไว้ขบคิดขดร้อยถ้อยคำประสม
หัตถกรรมสานทอก่อคำคม…เป็นแผ่นพรมผืนงามตามใจจินต์
สุขได้สรรสร้างสานงานที่รัก…พอได้พักพิงใจในโลกศิลป์
ใช่จักงามยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน…หวังเพียงยินยลไว้ในอกตน
.
มีหนังสืออ่านเล่นไว้เป็นเพื่อน…ภาพเลือนเลือนพร่างพรายชมสายฝน
ฉ่ำสีน้ำชื่นใจยามได้ยล…ร่ายมนต์กวีวรรณเย้ยจันทรา
เพราะเลือกที่จะรักความเรียบง่าย…ยิ้มรับรอความตายไถ่ถามหา
เศร้า สุข โศก โลกล้วนอนัตตา…พอใจอยู่อย่างธรรมดากว่าสิ้นลม ฯ
.
***
![]()
ทักทายสวัสดิ์ขอรับ
ข้าพเจ้าขออนุญาตแนะนำตัวสักเล็กน้อย นามต่ำต้อยธุลีดินได้มาจากภาพยนตร์กำลังภายใน ‘ฟงหวิน’ ขี่พายุทะลุฟ้า ซึ่งชอบเสียเป็นนักหนา หมายใจไว้ว่าสักวันจะต้องเขียนเรื่องที่สาสมใจอย่างฟงหวินไห้ได้สักเรื่อง
ข้าพเจ้าจึงเพียรฝึกหัดขีดเขียน แลนำตัวอักษรซอมซ่อออกมานวยนาดชวนระคายตาผู้คนโดยละแล้วซึ่งความอายทั้งมวล ด้วยเพียงหวังว่าจะได้รับคำชี้แนะโดยมุทิตาจิตให้ผู้น้อยได้แก้ไขปรับปรุงตนไปสู่ทักษะงานเขียนที่ถูกที่ควร
ผู้น้อยตอกเสามุงหลังคากระท่อมขึ้นมาหวังชายคาพักกาย ยามสหายกรายผ่านได้ฝากข้อความถึงกัน แลเป็นยุ้งฉางเก็บเมล็ดอักษรอัปลักษณ์ที่เผื่อว่าสักวันอาจโชคดีเติบหน่อแตกก่อขึ้นเป็นกล้าลีบ ๆ ได้หล่อเลี้ยงวิญญาณผู้น้อยผู้เฝ้าคอยไถคอยหว่าน
สำหรับอาคันตุกะผ่านทาง หากต้องการฝากข้อความกรุณาใช้ Page ‘เก้าอี้นั่งเล่น’
ด้วยเหตุว่า..สำนึกตัวเป็นนักหัดเขียนเตาะแตะ ยังต้องก้มหน้าถักสานชะลอมอักษรแต่โดยเดียว เวลาชีวิตโดยมากจึงใช้ไปกับมุดศีรษะอยู่ในกะลาเพื่อเขียนนิยาย หากจะโผล่ออกมาดูโลกก็แค่พักผ่อนทักทายสหายฉันเพื่อนร่วมเดินทาง จากนั้นได้แต่มุดกลับเข้ากะลาใบเก่า
ข้าพเจ้ายังคงพอใจชีวิตในกะลาที่เงียบเหงาอยู่กับเงาตนไปวันวัน สาส์นข้าพเจ้าส่งออกมาสู่โลกภายนอกเป็นตัวอักษรซอมซ่อซึ่งหาได้มีสื่อหมายใด เพียงท่อนไม้แกะสลักยังเต็มด้วยริ้วรอยของสิ่วของค้อน เป็นภาพเขียนเลอะ ๆ เห็นแต่เส้นลายดินสอยุ่งเหยิง หวังใจว่างานเขียนอันยังไม่นับเป็นงานเขียนอันใดเหล่านั้นจะช่วยฝึกข้าพเจ้าให้แคล่วคิดคล่องมือชำนิชำนาญขึ้นวันละเล็กละน้อย
ทั้งสิ้นทั้งมวลเพียงหวังผ่านเวลาชีวิตด้วยกิจที่ตนรัก จนกว่าจะถึงวันจากโลกไปอย่างเงียบงัน อักษรมอซอเหล่านั้นไม่ว่าถูกตัดสินดีเลวเพียงใร ก็หาเป็นสิ่งใดนอกเสียจากรอยจารอักขระที่จารึกไว้บนผิวน้ำ
คารวะ
ธุลีดิน
มีอะไรใน กระท่อมธุลีดิน
เก้าอี้นั่งเล่น : สำหรับฝากคำทักทาย
ชั้นวางอักษร : ชั้นเก็บตัวอักษรแยกตามหมวดหมู่และชื่อเรื่อง (ดู ก่อนเปิดลิ้นชัก)
ตะกร้าอักษร : ใช้เก็บอักษรแยกตามเดือนที่โพสท์
Posts By Day : แยกตามวันที่โพสท์ ท่านเพียงวางเม้าส์ไว้ตรงวันที่ จะปรากฏป๊อบอัพรายชื่อหัวเรื่องที่โพสท์วันนั้น ๆ
Toolbox : ใช้เก็บเครื่องมือประพันธการซึ่งพบเจอะตามที่ต่าง ๆ
Poem : เก็บหัวเรื่องร้อยกรอง
Novel : เก็บหัวเรื่องนิยาย
Essay : เก็บหัวเรื่องความเรียง
Shortstory : เก็บหัวเรื่อง-เรื่องสั้น
หากต้องการค้นหาหัวเรื่องที่ไม่แน่ใจให้ลองใช้กล่อง search ขอรับ
คารวะ
ธุลีดิน
