• Live&Write quietly..shuuuu...

  • RSS Life in a Day

    • กาลครั้งหนึ่งฯ พฤศจิกายน 21, 2009
    • Talk2Win : เสียงจากโพ้นฟ้ากับเดอะแมจิกดราก็อน พฤศจิกายน 18, 2009
    • จดหมายจากดาวสีดิน : เพื่อเก็บเธอไว้..ตลอดไป พฤศจิกายน 9, 2009
    • ความน่าจะคล้าวบนลีโอพุ่ม : เจ้านาย..โดดเดี่ยวผู้น่าหยิก พฤศจิกายน 5, 2009
    • กล่องเครื่องมือฯ : คำพึงระวัง (อภินันทนาการจากท่านสายที่เคารพรัก) พฤศจิกายน 5, 2009
      เกษียณ เก๊ก (วางท่า) กบฏ (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กบฎ’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กระปอดกระแปด กะบึงกะบอน กะหนุงกะหนิง (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กระหนิงกระหนิง’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กิจจะลักษณะ ขะมักเขม้น โครงเหล็ก ช็อก (หมดสติ) แดงก่ำ เดียดฉันท์ ทะนุถนอม ทิวทัศน์ เบรก ปรานี (ก. เอ็นดู, เผื่อแผ่) ปราณี (น. ผู้มีชีวิ […]
    • ตะวันส่องฉาย : เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม? พฤศจิกายน 1, 2009
      เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้ นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? แวะฟังดนตรีในสวนเมื่อตะวันจาง กลับไร้คนเคยนั่งข้าง ยิ่งฟังยิ่งอ้างว้างว้าเหว่ใจ เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? พลิกหนังสือทีละหน้า แต่สายตาไม่เห็นอะไร เพียงเพราะว่าคนซื้อให้ ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไป เธอคงเป็นเหมือนกันใ […]
    • เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา ตุลาคม 31, 2009
      ๑๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร ๒๏ หวังกอบเก็บเก็จวลีมาพลีให้ แทนดอกไม้ลัดดามาลย์หมั้นสมร ทุกเช้าค่ำร่ำเร่คเนจร เพียงอักษรพจนามาจำนรรจ์ ๓๏ แม้นหมายมั่นฉันจิตพิศวาส อย่านิราศอย่างเคยเลยจอมขวัญ ไม่เห็นนิดคิดค้อนเป็นค่อนวัน กระไรกันกรรมหลากหนอยากนาน ๔๏ แม้นคนดีมีใจให้สักนิด หมายปลงจิตปรานีไมตร […]
    • เรไรร่อนร้อง : ขอรักคืนมา ตุลาคม 28, 2009
      ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ รัก ไมตรีมิจางอย่างวันเก่า รัก เรื่องราวหลากถ้วนล้วนยวนขำ รัก ถักสานถากรอยนั่งร้อยคำ รัก เรียงร่ายเริงร่ำระบำความ คืน ค่ำนี้เดือนมืดมาชืดช้ำ คืน เยือนย้ำย่ำใจให้เข็ดขาม คืน เงียบเหงาเศร้าอยู่ทุกครู่ยาม คืน เคลื่อนข้ามท่ามไหวในเอกา มา จำเรียงเพียงถ้อยละห้อยหว […]
    • Ano : ซำหม้อลงจอกระดาษ ตุลาคม 23, 2009
    • The Note Book : จดหมายถึงนักเขียน (โคตร) หนุ่ม ตุลาคม 19, 2009
      พี่ท่านขอรับ ช่วยตอบทีว่านานเท่าไรแล้วหลังจากจดหมายฉบับสุดท้ายสะบัดก้นจากตู้ prateep มาหล่นแหมะลงตู้ kratom แลกี่ครั้งแล้วที่เจ้าดิลล์มันรับจดหมายกลับหายเงียบฉี่ (ที่ไม่ใช่ไปฉี่) ใจนั้นใคร่เขียนอยู่ดอกขอรับ อยากเขียนจดหมายเป็นประจำอย่าง 'จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม' ของท่านหนก อยากส่งจดหมายลายมือบอกท่านป้าวนิดาว่าหลานน้อยคนนี้ยังคิดถึง (แต่ก็เกรงท่านอ่า […]

กล่องเครื่องมือ ฯ : Jason Pinter-ผิดเป็นครู

โดย : บงกช

คุณต้องเขียนเหมือนเป็นนักอ่าน เพราะหากข้อความตรงหน้าไม่สามารถสะกดให้คุณนั่งเขียนต่อไปได้ ผู้อ่านก็จะไม่ถูกสะกดให้พลิกหน้ากระดาษต่อไป

Jason Pinter  หนุ่มนักเขียนเรื่องแนวรหัสคดี ผู้อดีตเคยเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ชื่อดังก่อนผันเส้นทางมาเป็นนักเขียนเต็มตัว

จากประสบการณ์ที่พิจารณาต้นฉบับมามากมาย หากคุณคิดว่าเขาจะได้เปรียบนักเขียนคนอื่น—คุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะต้นฉบับงานนวนิยายเรื่องแรกหาได้รับการตีพิมพ์ไม่!

อาจด้วยไฟของนักเขียนใหม่แรงนักระหว่างรอผลการพิจารณาเขาก็ปั่นต้นฉบับแนวรหัสคดีต่ออีกเรื่อง ซึ่งในเวลานั้นรหัสลับดาวินชีกำลังติดลมบน สิ่งที่เขาทำคือเขียนเรื่องทวนกระแสที่ไม่มีแม้แต่รหัส หรือปริศนาใดๆ รวมทั้งสถานที่โบราณหรือองค์กรลับด้วย มันเป็นเพียงเรื่องเขย่าขวัญที่ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วและรุนแรง และนั่นก็คือ The Mark นวนิยายที่ได้รับการตีพิมพ์เล่มแรกในชีวิต และเป็นเล่มหนึ่งของซีรีย์ที่ตามติดมา เพราะ The mark ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักวิจารณ์และนักอ่าน

The Guilty เล่ม 2 ที่ตามมา จอห์นยอมรับว่าแตกต่างจากเล่มแรกชัดเจน มีการศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก โครงเรื่องซับซ้อนมากกว่าเดิม และเนื่องจากการค้นพบข้อผิดพลาดเล็กน้อยใน The Mark ด้วยเรื่องเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้เขาเสียใจมาก และเพราะเขาต้องการเป็นนักเขียนมืออาชีพ หาใช่แค่มีอาชีพนักเขียนไม่ เจสันจึงคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่หนังสือทั้งสองเล่มจะต้องไม่เหมือนกัน

และอาจเป็นเพราะข้อผิดพลาดที่ผ่านมาทำให้นักเขียนผู้นี้ใส่ใจกับการตรวจแก้ไข (edit) ต้นฉบับอย่างมาก

แต่วิธีการของเขาคือจะตรวจแก้ไขต่อเมื่อเขียนต้นฉบับเสร็จสิ้นจนจบแล้วเท่านั้น เพราะในฐานะนักเขียนเขาต้องการให้เรื่องลื่นไหลเวลาลงมือเขียน ดังนั้นการตรวจแก้ไขไปด้วยจะทำให้การเขียนสะดุด การตรวจแก้ไขเมื่อเขียนเรื่องจบแล้วดีตรงที่ ถ้าเห็นว่ามีอะไรจำเป็นต้องเปลี่ยน ซึ่งจอห์นรู้ดีว่าเรื่องดำเนินต่อไปอย่างไรจึงทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะเจาะ

นอกจากนี้เขาจะอ่านในฐานะนักอ่าน ดังนั้นถ้าเห็นว่าฉากตอนใดไม่ดึงดูดใจพอ เจสันก็สามารถแก้ไข หั่นตัดได้…และสุดท้ายเมื่อถามถึงคำแนะนำแก่นักเขียนใหม่ในฐานะที่เขาเคยเป็นบรรณาธิการมาก่อน

เจสันได้เอ่ยถึง 3 R ได้แก่ READ, RITE [write] และ REVISE นั่นคือ การอ่าน การเขียน และการตรวจแก้ไข รวมถึงการตรวจการสะกดคำด้วย

เขายอมรับว่าให้ความสำคัญกับการตรวจแก้ไขมาก และคิดว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการเขียน สำหรับเรื่อง The Mark เขาเขียนทั้งหมด 9 ร่างก่อนที่เอเย่นต์จะนำไปให้สำนักพิมพ์

เขาเตือนอีกว่าในฐานะนักเขียนใหม่ คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องต่อสู้กับต้นฉบับจำนวนมากมาย หากหนังสือของคุณไม่ได้ผ่านการเขียนและการขัดเกลาอย่างดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้แล้วอาจหมายถึงการทำลายความฝันและความตั้งใจของคุณเอง

ดังนั้นจงตรวจแก้ไขหนังสือไปจนกว่าคุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้สักคำหนึ่ง!

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์