• Live&Write quietly..shuuuu...

  • RSS Life in a Day

    • ฮุฮิ : เรื่องจานอย่าจดจำ พฤศจิกายน 25, 2009
      เวลานั่งกินกันอย่างช้าช้า กลิ่นปลาร้ายังลอยไล้ปอยผม มือก็จับน่องไก่งับให้จม นั่นลาบแจ่วจิ้มจ่มน่าชมชิม จานกองนัวในกระมังอันกว้างใหญ่ นี่ตาใครล้างล่ะว่าไงหา เธอบอก "อิ่มแระพุงตึง อยากผึ่งตา ดูละครช่องห้ามาพอดี" ฉันโดดคว้าเหนี่ยวคอแล้วตีศอก "ก็ไหนบอก คราวหน้าตาเธอเล่า!" "ตาหน้าไง ตาหน้าอย่ามาเมา ล้างเร็วเข้า เอ้า! ละครช่องห้ามาพอดี […]
    • The Note Book : สแกนกรรม พฤศจิกายน 24, 2009
    • กาลครั้งหนึ่งฯ พฤศจิกายน 21, 2009
    • Talk2Win : เสียงจากโพ้นฟ้ากับเดอะแมจิกดราก็อน พฤศจิกายน 18, 2009
    • จดหมายจากดาวสีดิน : เพื่อเก็บเธอไว้..ตลอดไป พฤศจิกายน 9, 2009
    • ความน่าจะคล้าวบนลีโอพุ่ม : เจ้านาย..โดดเดี่ยวผู้น่าหยิก พฤศจิกายน 5, 2009
    • กล่องเครื่องมือฯ : คำพึงระวัง (อภินันทนาการจากท่านสายที่เคารพรัก) พฤศจิกายน 5, 2009
      เกษียณ เก๊ก (วางท่า) กบฏ (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กบฎ’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กระปอดกระแปด กะบึงกะบอน กะหนุงกะหนิง (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กระหนิงกระหนิง’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กิจจะลักษณะ ขะมักเขม้น โครงเหล็ก ช็อก (หมดสติ) แดงก่ำ เดียดฉันท์ ทะนุถนอม ทิวทัศน์ เบรก ปรานี (ก. เอ็นดู, เผื่อแผ่) ปราณี (น. ผู้มีชีวิ […]
    • ตะวันส่องฉาย : เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม? พฤศจิกายน 1, 2009
      เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้ นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? แวะฟังดนตรีในสวนเมื่อตะวันจาง กลับไร้คนเคยนั่งข้าง ยิ่งฟังยิ่งอ้างว้างว้าเหว่ใจ เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? พลิกหนังสือทีละหน้า แต่สายตาไม่เห็นอะไร เพียงเพราะว่าคนซื้อให้ ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไป เธอคงเป็นเหมือนกันใ […]
    • เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา ตุลาคม 31, 2009
      ๑๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร ๒๏ หวังกอบเก็บเก็จวลีมาพลีให้ แทนดอกไม้ลัดดามาลย์หมั้นสมร ทุกเช้าค่ำร่ำเร่คเนจร เพียงอักษรพจนามาจำนรรจ์ ๓๏ แม้นหมายมั่นฉันจิตพิศวาส อย่านิราศอย่างเคยเลยจอมขวัญ ไม่เห็นนิดคิดค้อนเป็นค่อนวัน กระไรกันกรรมหลากหนอยากนาน ๔๏ แม้นคนดีมีใจให้สักนิด หมายปลงจิตปรานีไมตร […]
    • เรไรร่อนร้อง : ขอรักคืนมา ตุลาคม 28, 2009
      ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ รัก ไมตรีมิจางอย่างวันเก่า รัก เรื่องราวหลากถ้วนล้วนยวนขำ รัก ถักสานถากรอยนั่งร้อยคำ รัก เรียงร่ายเริงร่ำระบำความ คืน ค่ำนี้เดือนมืดมาชืดช้ำ คืน เยือนย้ำย่ำใจให้เข็ดขาม คืน เงียบเหงาเศร้าอยู่ทุกครู่ยาม คืน เคลื่อนข้ามท่ามไหวในเอกา มา จำเรียงเพียงถ้อยละห้อยหว […]

Writer Toolbox : หลักการเขียนสารคดี

หลักการเขียนสารคดี : สารคดีออนไลน์
โดย อรสม สุทธิสาคร

สารคดีเป็นวรรณกรรมชนิดหนึ่ง หากต่างจากวรรณกรรมอื่นที่เป็นเรื่องแต่ง (เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น หรือบทกวี) ตรงที่สารคดีเป็นวรรณกรรมที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ดังนั้น คุณค่าของสารคดีจึงเป็นงานที่สะท้อนสัจจะความเป็นจริง ให้ทั้งสาระความรู้ และรสของวรรณกรรม มิใช่เป็นงานที่สร้างจากจินตนาการที่อาจอ่านเพื่อความเริงรมย์ เพียงประการเดียว

“ข้อเท็จจริง” เหล่านี้ ทำให้คนเขียนสารคดีไม่สามารถนั่งทำงานอยู่ตามลำพังในห้องหับกับจินตนาการ ความฝันของตนเองได้ แต่ต้องก้าวออกไปหาข้อมูลจากภายนอก งานข้อมูลจึงถือเป็นหัวใจหลักของการทำงานสารคดี

หากจะเริ่มต้นเขียนสารคดีสักเรื่องหนึ่ง ควรเริ่มต้นอย่างไร ?

พื้นฐานแรกของการเขียนหนังสือที่ดี คือการเป็นนักอ่าน การอ่านเป็นพื้นฐานของการเขียน ทำให้เราได้รู้วิธีการเรียบเรียงความคิด ได้คลังคำ ได้ความรู้ นอกจากมีความรักในการอ่านแล้ว หากจะเริ่มต้นลงมือเขียน ควรเลือกเรื่องที่เราสนใจ หรืออาจเป็นเรื่องที่เราคุ้นชิน หรือเรื่องใกล้ตัว เพราะการเลือกเรื่องที่เราสนใจ ทำให้เรามีความบันดาลใจหรือแรงขับดันในการทำงาน ซึ่งมีผลให้เราทำงานด้วยความสนุก หรือการเลือกเรื่องใกล้ตัวที่เราพอคุ้นชิน ทำให้เราเริ่มต้นหาข้อมูลไม่ยากจนเกินไป

กฎของการเริ่มต้นมีว่า ให้ทำอะไรง่าย ๆ ไปก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อน จะได้ไม่ท้อ เมื่อเราสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เก่งกล้าขึ้นแล้ว ค่อยปล่อยวิญญาณความท้าทายโจทย์ยาก ๆ ให้เต็มที่ได้

เราจะหาข้อมูลได้อย่างไร ?

โดยหลัก ๆ ข้อมูลอาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือข้อมูลเอกสาร และข้อมูลบุคคล

ก่อนออกไปเก็บข้อมูลจากภาคสนาม หรือภายนอก เราควรค้นคว้า หาข้อมูลเอกสารไว้ก่อน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน เป็นการเตรียมความรู้ ความพร้อมของตนก่อนไปพบข้อมูลบุคคล

จากข้อมูลเอกสารที่มีอยู่ อาจทำให้เราได้รู้ว่ามีข้อมูลบุคคลท่านใดที่น่าสนใจที่เราจะไปพบได้ด้วย

ข้อมูลเอกสารนั้นอาจพอค้นคว้าหาได้จากห้องสมุด จากหนังสือพิมพ์ พ็อคเก็ตบุ๊ค หนังสือเก่า หอจดมหายเหตุ เป็นต้น แต่การไปพบแหล่งข้อมูลบุคคลนั้น ต้องอาศัยเทคนิคในการทำงานเก็บข้อมูลไม่น้อย

เคยมีผู้ถามผู้เขียนว่ามีเคล็ดลับอย่างไรในการสัมภาษณ์แหล่งข้อมูล เคล็ดลับของผูเขียนมีอยู่ว่าทำให้แหล่งข้อมูลรู้สึกว่าเขาไม่ได้ให้สัมภาษณ์เรา ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าอยู่ แต่กำลังพูดคุยอยู่กับใครสักคนซึ่งเป็นคนที่เขารู้จักคุ้นเคย เป็นเพื่อนหรือญาติมิตรของเขา การที่เขาไว้วางใจเรา เขาจะไม่รู้สึกเกร็ง แต่จะพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ธรรมดา ทำให้เราได้ข้อมูลอย่างที่เป็นจริง และลุ่มลึกกว่า

งานเขียนสารคดีที่ดีต้องมีข้อมูลที่รอบด้านและลุ่มลึก จากข้อมูลที่รอบด้าน ลุ่มลึกนี้เอง ทำให้ผู้อ่านได้ข้อมูลใหม่ ๆ อันทำให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ ในการมองชีวิตในประเด็นเรื่องนั้น ๆ

การจะมีข้อมูลที่รอบด้าน ลุ่มลึกได้ ต้องมาจากการขยันหาข้อมูล ลงพื้นที่จริงนับครั้งไม่ถ้วน พูดคุยกับผู้คนหลากหลายชีวิต

ข้อพึงระวังคืองานสารคดีต้องมีความเที่ยงธรรม มีความเป็นกลาง และไม่ตัดสินผู้คน คนเขียนสารคดีเพียงเสนอข้อมูลผ่านงานเขียน วิจารณญาณเป็นของผู้อ่าน ไม่ใช่ผู้เขียน

สิ่งใดที่เป็นคุณสมบัติของคนเขียนสารคดี ?

เนื่องจากงานเขียนสารคดีเป็นงานที่ต้องใช้วิทยายุทธหลายด้าน หากจะอนุมานได้ง่าย ๆ คือต้องมีทั้งความเป็นนักฝัน หรือนักจินตนาการ และความเป็นนักปฏิบัติอยู่ในตัว ดังนั้น คุณสมบัติของคนเขียนสารคดีที่ดี จึงอาจมีหลายประการ พอประมาณคล่าว ๆ ได้ดังนี้

1. เป็นคนที่ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาอยู่ตลอดเวลา มีความสนใจใคร่รู้ กระตือรือร้น
2. เป็นคนละเอียดอ่อน ช่างสังเกต ช่างคิด
3. เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์
4. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน เข้าไหนเข้าได้ ปรับตัวให้เข้ากับผู้คนและสภาพแวดล้อมได้ง่าย
5. มีพลัง ความตั้งใจจริง มีน้ำอดน้ำทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดง่าย ๆ
6. มีความยุติธรรม มีเมตตา รักในเพื่อนมนุษย์ มีใจที่เปิดกว้าง ไม่คับแคบและไม่ตัดสินคน

สู่กระบวนการ ขั้นตอนการเขียน

เมื่อได้ข้อมูลมาทั้งหมด ก็ถึงขั้นตอนการเรียบเรียง การเขียน ก่อนลงมือเขียน ให้อ่านทบทวนข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด เพื่อทำความเข้าใจแล้วย่อยข้อมูล แบ่งหมวดหมู่ หัวข้อ ว่าส่วนไหนควรอยู่กลุ่มไหน หากได้ข้อมูลมาจำนวนมาก ถ้าลงทั้งหมดก็จะกินเนื้อที่หน้ากระดาษ อาจจำเป็นต้องตัดข้อมูลบางส่วนทิ้งไปบ้าง โดยให้เลือกคงข้อมูลที่น่าสนใจกว่า หรือเป็นข้อมูลใหม่ไว้

การร้อยเรียงงานเขียนให้น่าสนใจ น่าอ่าน ย่อมมาจากการเรียบเรียงความคิดให้เป็นระบบระเบียบก่อนจรดปากกา ดินสอ หรือกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์

เมื่อจะลงมือเขียน เราอาจแบ่งหัวข้อ หรือพล็อตเรื่องคร่าว ๆ ได้ดังนี้

1. การเปิดเรื่อง ผู้เขียนแต่ละคนอาจเลือกวิธีการเปิดเรื่องไม่เหมือนกัน เช่น บางคนเปิดเรื่องด้วยการเล่าเรื่องเป็นปมปริศนา เพื่อยั่วให้ผู้อ่านใคร่รู้ อยากติดตาม บางคนอาจเปิดเรื่องด้วยฉากอันเป็นไคลแม็กซ์ของเรื่อง เป็นต้น ทั้งนี้ การเปิดเรื่องอาจเป็นไปได้หลากหลาย ไม่จำกัดว่าต้องเป็นแบบใดแบหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่มีหลักง่าย ๆ ว่าขอให้การเปิดเครื่องเป็นไปอย่างน่าสนใจ สามารถตรึงอารมณ์ความสนใจของผู้อ่าน ทำให้อยากติดตามอ่านงานต่อไป
2. เนื้อเรื่อง อาจแบ่งออกเป็นประเด็นหรือหัวข้อย่อย ๆ หลายหัวข้อ (ทั้งนี้ อาจขึ้นกับสโคปของเรื่อง ความสั้นยาวของเนื้อที่ ฯลฯ) เช่น สกู๊ปเรื่อง ข่มขืน อาจแบ่งหัวข้อย่อยเป็น
ก. เคสของผู้ถูกกระทำ 2-3 ราย
ข. เคสของผู้กระทำ 1-2 ราย
ค. ผลกระทบด้านต่าง ๆ อันเกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่น ผลกระทบด้านจิตใจ ด้านร่างกาย ด้านกฎหมาย
ง. หนทางป้องกัน แก้ไขปัญหานี้
ฯลฯ

3. การปิดเรื่อง หรือการทิ้งท้ายบทจบของเรื่อง อาจมีได้ต่างแบบต่างสไตล์ บางคนมีกลวิธีการเล่นแบบเอาบทเริ่มต้นมาเป็นบทจบบทเดียวกัน บางคนจบแบบขมวดปมไว้ให้คิด บางคนอาจจบด้วยฉากสวย ๆ ตราตรึงอารมณ์ ทำให้ใจผ่อนคลาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สารคดีที่ดีก็คงเหมือนภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่อง คือเปิดมุมมองทางปัญญาให้กับผู้อ่าน คือจบแล้วเหมือนไม่จบ แต่มีข้อให้ขบให้คิดนั่นแล

ข้อคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนเริ่มต้น

งานสารคดีที่ดีไม่เพียงแต่มีข้อมูลที่ดี น่าสนใจเพียงประการเดียว หากงานเขียนสารคดียังถือเป็นวรรณกรรม ดังนั้น ด้วยพลังอำนาจของวรรณกรรม จึงต้องอ่านแล้วได้อรรถรส ได้อารมณ์ความรู้สึก ไม่แห้งแล้ง รกเรื้อด้วยข้อมูลที่ตายซาก เหมือนกระดูกที่เดินได้ การจะทำให้งานเขียนสารคดีมีชีวิต ผู้เขียนจึงต้องมีความละเอียดอ่อน ใช้ภาษาที่มีจินตนาการ สละสลวย ความช่างสังเกตพิจารณา เก็บซับบรรยากาศในขณะเก็บข้อมูล จะทำให้งานเขียนมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

เช่น ขณะไปเก็บข้อมูลเรื่องการทำแท้งในคลินิกทำแท้งของแพทย์ปริญญารายหนึ่ง บนเตียงตรวจอายุครรภ์ในห้องแพทย์ ผู้เขียนเหลือบมองไปที่ฝาผนังห้อง เห็นภาพพระสยามเทวาทิราชสีทองสุกปลั่งอยู่บนหิ้งบูชา หากอยู่ในบ้านคนธรรมดาทั่วไปหรือในห้องพระ ก็คงเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ภาพอันขัดแย้งนี้ทำให้บรรยากาศในห้องดูมีเสน่ห์ น่าสนใจสำหรับคนอ่าน

หากเราไม่ใช้ความสังเกตหรือไม่มีความละเอียดอ่อนพอ เราก็จะเลยผ่านภาพนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

สารคดีจึงเป็นงานที่ทั้ง “อ่านเอาเรื่อง” (เพราะมาจากเรื่องจริง อ่านแล้วได้ความรู้) และ “อ่านเอารส” (เพราะเป็นงานวรรณกรรม)

จรรยาบรรณต่อแหล่งข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากคนที่ทำงานสารคดีไม่อาจทำงานตามลำพังตนได้ ต้องอาศัยแหล่งข้อมูลโดยตลอด แม้ว่าเราอาจไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับการกระทำของแหล่งข้อมูลเสมอไป