|
ค่ำแล้วสวัสดิ์ขอรับท่านคั่น
ชานกระต๊อบซอมซ่อรับการมาเยือนของท่านนับว่าน่ายินดีนัก ยามสุขใจสหายจะเริงเช่นไรหาเป็นเรื่องกังวลห่วงใยเลย ครั้นยามมีเหตุทุกข์ร้อนใจ สหายแวะเวียนมาบอกกล่าว นั่นจึงเป็นปรีดาปราโมทย์แก่อรัญวาสีผู้บำเพ็ญอักขระพรตอยู่ ณ ขนำน้อยชายป่านี้เป็นล้นพ้น จะได้ยินดีในระทมทุกข์แห่งท่านนั้นหาไม่เลย แต่เป็นยินดีได้ทราบว่าท่านยังไม่หลงลืมสหายต่ำต้อยหลีกโลกพร่ำภาวนาเพียงเดียวผู้นี้
อักษรเกษมสันต์ยามคิดได้เขียนออกนั้นเป็นเรื่องบำเรออารมณ์นัก กลับกัน ทุกข์เทวษแห่งอาการติดขัดไม่อาจขยับปลายนิ้วก็แรงโทมนัสไม่หย่อนกว่ากันเลย
ข้าพเจ้าเองก็หาพ้นไปจากวัฏฏารมณ์ดังท่านกล่าว
แต่ขอท่านสดับสักนิดเถิดขอรับ
ถือเสียว่าเราผ่านหลักกิโลอักษรต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านทั้งไม่อยากอ่านอยากเขียนต่างหาก, อยากเขียนแต่ไร้เสียซึ่งแรงขับจนไม่อาจขยับปลายนิ้ว, นั่งมองเหม่อพ่นลมหายใจออกมาเป็นเวลาว่างเปล่านาทีแล้วนาทีเล่า, จนถึง ‘กลัวเขียนออกมาไม่ดี ไม่แปลกใหม่’ กระทั่ง ‘คิดท้อใจ’ ‘เพียงใจอยากแทบไม่ช่วยอะไรเลย’
ใน ‘Neverending Story’ ซึ่งเขียนโดยมิคาเอล เอ็นเด้ชาวเยอรมัน อัทเทรอูกับม้าของเขาเดินทางผ่านหนองบึงแห่งความระทมทุกข์ ผู้ที่ย่ำลงไปในหนองน้ำนั้นจะหลงลืมความสุขที่เคยผ่านพบหลงเหลืออยู่ก็แต่ความทุกข์ในความทรงจำ ยิ่งล่องลึกเข้าไปความระทมทุกข์ยิ่งถมทับทวีกัดกร่อนหัวใจกระทั่งสิ้นไร้ซึ่งแรงจูงใจที่จะมีชีวิตอยู่ยินยอมให้ร่างกายจมลงในหนองน้ำโดยไม่คิดดิ้นรนต่อสู้
อัทเทรอูกับม้าของเขาไม่อาจต้านทานพลังของหนองน้ำแห่งความระทมทุกข์เรื่องราวหนหลังในแง่มุมร้าย ๆ บีบคั้นจิตใจจนไร้ศรัทธาที่จะดำรงชีวิตต่อไปจึงปล่อยให้หนองน้ำดูดกลืนร่างลึกลงไปทุกที
ม้าขาวของอัทเทรอูซึ่งเป็นม้าแสนรู้ไม่อาจต้านทานความระทมทุกข์แห่งหนองน้ำ ขณะที่ตัวอัทเทรอูเองก็เช่นกันแต่บังเอิญมีพลังของสัญลักษณ์แห่งราชินีจันทราซึ่งอัทเทรอูห้อยอยู่ช่วยไว้ อัทเทรอูจึงรอดชีวิต
ข้าพเจ้าอ่านหลายปีก่อนเห็นเป็นนิยายแฟนตาซีซึ่งก็สนุกดีเต็มด้วยเรื่องราวจินตนาการเฟื่องฝัน ครั้นกลับมาอ่านอีกครั้งจึงได้ตีความต่างไปจากหนก่อน
หนองน้ำแห่งความระทมทุกข์ก็คงไม่ต่างหลักกิโลอักษรต่าง ๆ ซึ่งเราผ่านมา เราผ่านมาได้ก็ด้วยสัญลักษณ์แห่งราชินีจันทราซึ่งจะเป็นสิ่งใดนั้นแล้วแต่เราจะพกพา อาจเหมือนหรือแตกต่างซึ่งก็หาเป็นไรไม่ เรารู้เพียงที่หมายเราเป็นเดียวกัน ก็คือไปให้ถึงจุดหมายไปเพื่อตั้งชื่อใหม่ให้ราชินีจันทรา สำหรับเรื่องราวเล่มใหม่ นิยายเล่มใหม่ บทกวีชุดใหม่
มีผู้คนสักเท่าไรจมอยู่ในหนองน้ำนั่น?
‘เขียนอะไรก็ได้ขอให้ได้เขียน’ นั้นตรงใจข้าพเจ้านัก เป็นเช่นเดียวกับ จะเดินทางอย่างไรก็ได้ขอให้เดินทาง อย่ามัวโอ้เอ้ร่ำไร
กลัวว่าจะออกมาไม่ดี ไม่สวย ไม่แปลกใหม่ ก็ย่อมเป็นความรู้สึกธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทุกผู้คน แต่..
‘ไม่ว่าจะอย่างไร การเขียนยังคงเดินหน้า’ (วินทร์ เลียววาริณ)
งานชิ้นเอกหาได้เกิดจากความตั้งใจขอรับ แต่เป็นความอยู่มือ
ปาป้าเฮมมิ่งเวย์รจนา ‘The Old Man And Tha Sea’ โดยไม่ได้คิดจะส่งให้คณะราชบัณฑิตพิจารณารางวัลโนเบล แต่เขียนไปตามทักษะขณะนั้น
ความอยู่มือเกิดจากสร้างงานครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำงานดีเลวคละเคล้าจนระดับทักษะเคลื่อนไปหาที่ทางของตนเอง ครั้นหันมองกลับไปในจำนวนงานชั้นเลวนับร้อยก็จะพบงานระดับยอดเยี่ยมแซมอยู่ ทั้งหมดเป็นการมองกลับหลัง แลการมองนั้นก็หาใช่หน้าที่ของเราแล้ว เป็นเรื่องของผู้คนในสังคม
ไม่มีทางเลยที่ศิลปินจะกำหนดกะเกณฑ์ไว้ล่วงหน้าว่างานชิ้นหนึ่งชิ้นใดจะประสพความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็นมาสเตอร์พีซ เว้นแต่มาสเตอร์พีซสำหรับความพอใจส่วนตน (ซึ่งนั่นก็ไม่เป็นเรื่องวิตกกังวลเลย เพราะเพียงสนองความพอใจตนเท่านั้น)
สิ่งหนึ่งข้าพเจ้าใคร่คุยกับท่านก็คือ อ่านและเขียนห้าสิบห้าสิบ
ให้อ่านเป็นอินพุทเขียนจะเป็นเอ้าท์พุท ทั้งสองต้องดำเนินไปด้วยกันที่สำคัญคือจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าอ่านอะไร? คำตอบจะยักย้ายถ่ายเทไม่ตายตัว จึงต้องคอยจับอารมณ์ตามให้ทัน ตรวจสอบความสัมพันระหว่างอินพุทกับเอ้าท์พุทตลอดเวลา
ยกตัวอย่างเช่นท่านสนใจมาทางกาพย์กลอน
ทางกลอนของท่านพัฒนาไวมาก ไวจนน่าทึ่ง(นี่มิใช่คำชม) จากสัมผัสธรรมดาเมื่อแรกผ่านตา ยามนี้ท่านรู้จะเล่นคำซ้ำ ใช้คำซ้ำในความหมายต่าง เล่นรูปแบบ เล่นสำเนียงสูงต่ำ เล่นสัมผัสพยัญชนะ ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้นักกลอนบางท่านเขียนกลอนมานานกลับหาเคยเฉลียวใจ ยังคงพึงใจอยู่แค่สัมผัสนอกสัมผัสใน จึงเป็นคล้ายติดกับอยู่ตรงนั้นไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปถึงความงามเพริศแพร้วพรรณรายได้เลย
ทั้งหมดข้าพเจ้าหาทราบไม่ว่าเป็นไปโดยตั้งใจหรือไม่ แต่เห็นได้ชัดว่าภายในระยะเวลาเดียวกันไปข้างหน้าหากท่านยังพัฒนาต่อเนื่องท่านจะเทียบชั้นประดานักกลอนแนวหน้าของสยามประเทศ (ไม่นับพวกที่ลงนิตยสารเสียซ้ำ เพราะบ่อยครั้งกลอนได้รับตีพิมพ์คุณภาพย่ำแย่ตามแต่อารมณ์ผู้คัดสรร)
ใจอยากอย่างเดียวช่วยอะไรไม่ได้จริงแท้ดังท่านกล่าว แต่จักต้องมีวิธีการ!
วิธีก็คือ อ่านวรรณคดีร้อยกรองให้มากสุดเท่ามากได้ งานทั้งหมดของสุนทร(ภู่) พระอภัยมณี ลักษณาวงศ์ พระไชยเชษฐ์ สมุทรโฆษคำฉันท์ อิเหนา ลิลิตพระลอ นิราศต่าง ๆ งานทั้งหมดของรัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๒ งานยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นทั้งหมด งานยุคอยุธยาโดยเฉพาะเจ้าฟ้ากุ้ง ฯลฯ
ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าท่านย่อมเคยผ่านตามามากแล้วกระนั้นที่เหลือก็ยังมากมายจนท่านต้องใช้เวลาอ่านนานทีเดียว แต่ไยต้องรีบร้อน เลิศวรรณคดีเหล่านั้นประดุจเกษียณสมุทรกว้างใหญ่มิรู้สิ้นสุด มิว่าท่านหยิบจับเล่มใดมาเสพย์ล้วนก่อรสเกิดตัวอักษรชุดใหม่ออกมาไม่ขาดสาย ชั่วร้ายดีเลวขออย่าได้ด่วนตัดสินใจล่วงหน้าเลย รจนาล่วงมาสักร้อยบทเถิดเมื่อมองกลับไปท่านย่อมรู้เลือกหยิบจับบทดีที่สุดออกมาอยู่เอง
ทางกลอนยุคอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมิค่อยใส่ใจสัมผัสในสัมผัสพยัญชนะ (เว้นแต่เจ้าฟ้ากุ้ง) จนถึงยุคบรมครูท่านสุนทร(ภู่) กลอนแปดจึงพลิ้วหวานด้วยสัมผัสแพรวพราย
ล่วงถึงยุคเรานี่แลขอรับจึงได้เห็นเหล่านักกลอนแถวหน้าสร้างงานอย่างที่หากเหล่าบุราณจารย์มายลเข้าคงยิ้มพยักด้วยความสุขใจ ทางกลอนนั้นเพริศแพร้วนัก
ย่อมสักวันหวังเห็นท่านเป็นหนึ่งในกระบวนนักกลอนแถวหน้าหมู่นั้น
คารวะ
|