ย่ำไปในป่าจินตนาการ : แพ็คเป้

การจะเขียนนิยายสักเรื่องต้องเตรียมอะไรบ้าง?

พล็อตเรื่อง โครงเรื่อง ชื่อเรื่อง ชื่อรายละเอียดบุคลิกตัวละคอน เนื้อหาโดยย่อ ปมปัญหา ปมขัดแย้ง จุดขมวดปมเรื่อง ฉาก ตอนจบ ตอนเริ่มเรื่อง ฯลฯ

หลายคนอาจร่างโครงเรื่องกำหนดบทตอนไว้คร่าว ๆ เป็นแผนที่เดินทาง ป้องกันอาการตีบตันซึ่งอาจเกิดขึ้นไม่รู้เวลาใดมิต่างตะคริวที่แวะทักโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำให้การเดินทางต้องชะงักงัน โครงเรื่องจะช่วยให้ผู้เขียนเก็บระยะทางไปได้เรื่อย ๆ แม้หนทางเกิดติดขัดยังสามารถย้ายไปเดินอีกเส้นทาง บางครั้งอารมณ์ไม่สอดคล้องกับบทตอนที่กำลังเขียนก็อาจเลือกหยิบบทรับกับอารมณ์เขียนขึ้นมาประเลง

นั่นน่าจะเป็นวิธีปลอดภัยสุดสำหรับการย่ำไปในป่าจินตนาการ

หลายท่านอาจแย้งว่าวิธีนี้แห้งแล้ง ไร้จินตนาการ รู้หมดแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้าพินาศวเนจรรสเสียสิ้น นั่นเป็นความจริงเพียงเจ็ดส่วน ขณะดุ่มเดินไปตามแผนที่เรายังสามารถแวะข้างทาง เลี้ยวออกทางเล็กทางน้อยตามแต่ใจ แวะทักทายผู้คนข้างทาง ไม่ก็นั่งพักดื่มน้ำรับประทานอาหารที่ชาวบ้านนำมาวางขาย แล้ววกกลับเข้าสู่ทางหลัก รสของการเดินทางยังคงอยู่ในรายละเอียดปลีกย่อยเต็มรสเต็มชาติ

แต่การเดินทางบางครั้งกลับไม่สามารถตระเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างได้เลย

ทั้งหมดอยู่ที่จุดเริ่มต้น!

เริ่มที่คำถาม ‘นิยายหนึ่งเรื่องกำเนิดขึ้นได้อย่างไร?’

บางครั้งเริ่มจากมีชื่อเรื่องผุดขึ้นมาแล้วนำไปสู่เรื่องราว บางคราวเกิดพล็อตเห็นเค้าโครงคร่าว ๆ บางครั้งมีภาพเหตุการณ์สำคัญของเรื่องผุดพรายขึ้น จากนั้นจึงปั้นแต่งเรื่องราวดำเนินเรื่องไปหา  บางทีเป็นเพราะมีชื่อตัวละคอนต้องใจ จู่ ๆ นามนั้นเกิดรูปร่างหน้าตามีชีวิตวิญญาณขึ้นมาแล้วเรื่องราวของคนผู้นั้นจึงดำเนินไป ฯลฯ

ที่มาต่าง ๆ เหล่านี้กำหนดความเป็นไปของนิยายเรื่องหนึ่ง หากเริ่มที่พล็อตภาพแผนที่เส้นทางถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ยังไม่ออกเดินทางจึงสามารถกำหนดโครงเรื่อง หากไม่เป็นเช่นนั้น..มีแต่ปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไปตามเหล่าตัวละคอนจะนำพา

ข้าพเจ้าฝึกใช้ภาษาไทยย้อนยุคมาร่วมปี ด้วยความตั้งใจจะเขียนนิยายย้อนยุคสักเรื่อง

ยามนั้นยังไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องอะไร? แนวไหน? ขอเพียงเป็นเรื่องซึ่งใช้ภาษาเก่าละมุนละไม

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นตรงนี้ ตรงความตั้งใจที่จะเขียนเรื่องราวบรรยากาศย้อนยุค ส่วนจะหยิบยกเรื่องราวใดมาประเลงนั้นไม่มีอยู่ในกะโหลกเลยแม้น้อย ข้าพเจ้าจึงได้แต่ปล่อยให้วันเวลาผ่านไป หวังแค่ว่าสักวันคงมีเรื่องมาสะกิดใจ

แล้วจุดสนใจมาหยุดลงที่ ‘พหุยุทธ์มวยไทย’

ข้าพเจ้ายังไม่ได้อ่านนายขมมต้ม(หรือกระทั่งดูละคอนทีวี) เท่าทราบน่าจะมีเรื่องเดียวที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย ช่วงต่อมามีหนังไทยชื่อ ‘ไชยา’ ออกฉาย ข้าพเจ้าโพล่งขึ้น ‘ใช่เลย! มวยไชยา!’ ด้วยความที่อยู่ไกลปืนเที่ยงนักเรื่องดูหนังโรงนั้นไม่สามารถแม้จะคิด ได้แต่รอจนหนังออกโรง ลืมไปพักหนึ่งจึงได้หนังแผ่นมาผ่านตา

พบว่าหนัง ‘ไชยา’ จับบรรยากาศตรงรอยต่อยุคสมัย นำเสนอความผูกพันผองเพื่อนเป็นหลัก หาเน้นที่มาความเกรียงไกรแห่งแม่ไม้มวยไทยเมืองไชยาดังชื่อหนัง ข้าพเจ้าเห็นสมควรหยิบตรงนั้นมาบอกกล่าว บันทึกที่มา ความยิ่งใหญ่แห่งมวยไชยาไว้ด้วยรูปนวนิยายรักบรรยากาศท้องทุ่งในยุคสมัยของต้นกำเนิดตระกูลมวยที่เคยเข้าไปสำแดงความยิ่งใหญ่ถึงเบื้องพระพักตร์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน

การสืบเสาะค้นหาประวัติมวยไชยาจึงเริ่มแต่บัดนั้น

ล่วงเวลาร่วมปี รู้สึกขึ้นมาว่าได้เวลาลงมือเขียน แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้! รายนามตัวละคอนเล่าก็มีแต่ตัวเอกสองตัวซึ่งเป็นนามที่ชมชอบฝังใจมานานแต่ครั้งเยาว์ความ(เพิ่งมาทราบทีหลังว่าเป็นชื่อตัวเอกในนิยาย ดิน น้ำ ลม ไฟ) ตัวละคอนที่เหลือยังไม่รู้!

นิยายเรื่องนี้เริ่มแต่เจตนารมณ์โดยแท้!

เจตนารมณ์ที่หวังสืบทอดบันทึกพหุยุทธ์มวยไทยไว้ให้อนุชนสยามได้ศึกษาเรียนรู้ เป็นคล้ายแก่นของเรื่องที่ยังคงต้องอาศัยเหล่าตัวละคอนและเรื่องราวของพวกเขาผูกร้อยเพื่อยึดแก่นนี้ไว้ให้มั่น เรื่องจะเป็นอย่างไร? ภาษาสยามย้อนยุคผู้น้อยเพียรเฝ้าฝึกฝนจักใช้ได้แค่ไหน? ล้วนยังเป็นปัญหาให้ต้องขบคิดทดลอง

นิยายซึ่งมีที่มาด้วยเจตนารมณ์ไหนเลยมีพล็อตเรื่องโครงเรื่อง

การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นอีกครั้งข้าพเจ้าดุ่มด้นโดยไร้ซึ่งแผนที่เข็มทิศ คงอาศัยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันต่อวัน จะไปได้ไกลแค่ไหน? เพียงไร? ความเร้าใจเช่นนี้เองมิใช่หรือที่ชักนำปลายนิ้วของเราออกเดินทาง! ●

ใส่ความเห็น