ฝนมาเมื่อจวนพลบสวัสดิ์ขอรับท่านเจ้าสำนัก
เสียงฟ้ายังครางครืนอยู่คุ้งฟ้าฟากกระโน้น พายุฝนผ่านพ้นไปแล้ว มาอย่างไม่บอกไม่กล่าวหัวบ่ายอากาศยังร้อนอ้าวอยู่แท้ ใกล้พลบกลับพายุพัดอากาศเปลี่ยน หมู่เมฆทึบทะมึนมากับสายฝนถั่งฟ้า แรงลมโยกขนำจนโคลงปานจะรื้อถอนไปกับพายุเสียให้ได้ หลังคาสังกะสีเก่าพะเยิบอยู่ปึงปังข้าพเจ้านั่งฟังหัวใจระส่ำหากปลิวไปกับพายุเหมือนหลังคาเพื่อนบ้านเมื่อฝนก่อนเห็นทีหนังสือหนังหาข้าพเจ้าวอดวายป่นปี้
ลมแรงจนพวกนกไม่อาจบิน ร่อนลงเกาะเรียงบนสายไฟโยกไหวอยู่ในพายุฝน
ข้าพเจ้านั่งมองคิดถึงตนเองคงไม่ต่างนกพวกนั้นถูกแรงเงื่อนไขชีวิตกระหน่ำจนมือซึ่งคว้าจับสายอักษรอยู่นี้อ่อนล้านัก หลายครั้งพร่ำเตือนตนว่าไม่นานพายุก็จะผ่านพ้นขอเพียงอดทนแลมั่นไว้ในสิ่งอันได้เลือกแล้ว
นกพวกนั้นทานแรงลมไม่นานก็หลุดลอยไปทีละตัวจนไม่มีเหลือ ข้าพเจ้ามองตาม พวกมันถูกพัดหายไปในสายฝนกระหน่ำ
ในขนำน้ำเซาะไหลไปทุกรอยแยก ข้างฝาอาบฝนเปียกลามเสียสามด้าน ข้าพเจ้าลากชั้นหนังสือออกห่างชายฝายังต้องหลบหยดฝนจากหลังคาทำเอาทุลักทุเล
พายุโครมครืนอยู่พักใหญ่ก็เคลื่อนพ้น
ทิ้งเสียงครางไว้ราวยังอาลัยหา พัดออกทะเลไปแล้วไม่วายส่งเสียงล่ำลา ข้าพเจ้าโผล่ศีรษะออกจากขนำแล้วอมยิ้ม
ได้น้ำมาเกือบเต็มโอ่งเทียวขอรับ น้ำที่จะใช้กินอาบล้างถ้วยชามอย่างระมัดระวังไม่ราดทิ้งโดยย่ามใจ ใช้ให้พอกว่าฝนใหม่จะผ่านมา
ก้มมองมือตน มือที่อ่อนล้าจนยากจะจับสายอักษรมั่น มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะต่อเติมเรี่ยวล้านี้ให้คืนแรงก็คือเขียนอักษรมายังท่าน
สิ้นเดือนนี้จะผ่านครึ่งปีแล้วขอรับ
ผ่านมาหกเดือนข้าพเจ้าทำได้เพียงนิยายขนาดสั้นหนึ่งเรื่องกับบทความฝึกเขียนรายวัน เกลาเรื่องเก่าที่ฝึกเขียนแต่แรกเข้าสำนักยังค้างอยู่อีกหนึ่งเรื่องคิดจะให้แล้วก่อนสิ้นเดือน
สิ้นเดือนนี้ก็จะครบสองปีครึ่งเข้ามาฝากตัวใต้ชายคาสำนักหนอน สองปีครึ่งที่ฝึกเขียนหนังสือเอาจริงเอาจังกลับทำได้เพียงเพิ่งคล่องไม้คล่องมือ หวังใจไว้ว่าอีกหกเดือนข้างหน้าจะใช้ทักษะเท่าที่มีเขียนเรื่องยาวให้ได้สักเรื่อง ถึงวันสิ้นปีคลานมากราบท่านเจ้าสำนักอีกทีอยากมีบางอย่างควรแก่ความภาคภูมิคุยกับท่านเจ้าสำนัก
พายุฝนพ้นไปแล้วยังไม่ทราบเมื่อไรพายุเงื่อนไขชีวิตจะผันผ่าน ได้เขียนมาคุยกับท่านเหมือนสรุปการฝึกฝนแต่ละช่วงเวลา เป้าหมายครึ่งปีข้างหน้าแค่เรื่องยาวหนึ่งเรื่อง ข้าพเจ้าเพียงต้องการมือที่แข็งแรงเกาะสายอักษรไว้ให้มั่น
ข้าพเจ้าคิดว่าทราบ..กำลังเยี่ยงนั้นอยู่ที่ใด..
น้อมคารวะ
ธุลีดิน
ปล.ท่านเจ้าสำนักคิดเห็นอย่างไรกับการใช้ภาษาถิ่นในบทสนทนา? ใช้อย่างไรจึงเหมาะสม?
ข้าพเจ้าคิดเขียนเรื่องใช้ฉากอำเภอไชยาสุราษฎ์ธานี ติดที่บทสนทนาหากใช้ภาษาใต้ทั้งหมดเกรงผู้อ่านไม่เข้าใจ น้อมขอคำแนะนำสักหน่อยเถิดขอรับ
winbookclub
คำตอบ
ตอบเมื่อ: 2008-06-29 17:23:48
จดหมายน่าอ่านตามเคย
การใช้ภาษาถิ่นทำให้เรื่องที่เขียนมีความลึกขึ้น ก็คงใช้ footnote ช่วยอธิบายเพิ่มเติมสำหรับคนที่ไม่รู้ภาษานั้น ถ้ารู้แล้วก็สามารถข้ามไปได้ แต่คิดว่าคงลำบากกับคนอ่านหากใช้ภาษาถิ่นทั้งเรื่อง
ขอเอาใจช่วยให้ชีวิตการเขียนผ่านพ้น ‘การอภิปรายไม่ไว้วางใจ’ นะครับ!
