• Live&Write quietly..shuuuu...

  • RSS Life in a Day

    • จดหมายจากดาวสีดิน : เพื่อเก็บเธอไว้..ตลอดไป พฤศจิกายน 9, 2009
    • ความน่าจะคล้าวบนลีโอพุ่ม : เจ้านาย..โดดเดี่ยวผู้น่าหยิก พฤศจิกายน 5, 2009
    • กล่องเครื่องมือฯ : คำพึงระวัง (อภินันทนาการจากท่านสายที่เคารพรัก) พฤศจิกายน 5, 2009
      เกษียณ เก๊ก (วางท่า) กบฏ (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กบฎ’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กระปอดกระแปด กะบึงกะบอน กะหนุงกะหนิง (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กระหนิงกระหนิง’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กิจจะลักษณะ ขะมักเขม้น โครงเหล็ก ช็อก (หมดสติ) แดงก่ำ เดียดฉันท์ ทะนุถนอม ทิวทัศน์ เบรก ปรานี (ก. เอ็นดู, เผื่อแผ่) ปราณี (น. ผู้มีชีวิ […]
    • ตะวันส่องฉาย : เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม? พฤศจิกายน 1, 2009
      เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้ นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? แวะฟังดนตรีในสวนเมื่อตะวันจาง กลับไร้คนเคยนั่งข้าง ยิ่งฟังยิ่งอ้างว้างว้าเหว่ใจ เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? พลิกหนังสือทีละหน้า แต่สายตาไม่เห็นอะไร เพียงเพราะว่าคนซื้อให้ ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไป เธอคงเป็นเหมือนกันใ […]
    • เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา ตุลาคม 31, 2009
      ๑๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร ๒๏ หวังกอบเก็บเก็จวลีมาพลีให้ แทนดอกไม้ลัดดามาลย์หมั้นสมร ทุกเช้าค่ำร่ำเร่คเนจร เพียงอักษรพจนามาจำนรรจ์ ๓๏ แม้นหมายมั่นฉันจิตพิศวาส อย่านิราศอย่างเคยเลยจอมขวัญ ไม่เห็นนิดคิดค้อนเป็นค่อนวัน กระไรกันกรรมหลากหนอยากนาน ๔๏ แม้นคนดีมีใจให้สักนิด หมายปลงจิตปรานีไมตร […]
    • เรไรร่อนร้อง : ขอรักคืนมา ตุลาคม 28, 2009
      ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ รัก ไมตรีมิจางอย่างวันเก่า รัก เรื่องราวหลากถ้วนล้วนยวนขำ รัก ถักสานถากรอยนั่งร้อยคำ รัก เรียงร่ายเริงร่ำระบำความ คืน ค่ำนี้เดือนมืดมาชืดช้ำ คืน เยือนย้ำย่ำใจให้เข็ดขาม คืน เงียบเหงาเศร้าอยู่ทุกครู่ยาม คืน เคลื่อนข้ามท่ามไหวในเอกา มา จำเรียงเพียงถ้อยละห้อยหว […]
    • Ano : ซำหม้อลงจอกระดาษ ตุลาคม 23, 2009
    • The Note Book : จดหมายถึงนักเขียน (โคตร) หนุ่ม ตุลาคม 19, 2009
      พี่ท่านขอรับ ช่วยตอบทีว่านานเท่าไรแล้วหลังจากจดหมายฉบับสุดท้ายสะบัดก้นจากตู้ prateep มาหล่นแหมะลงตู้ kratom แลกี่ครั้งแล้วที่เจ้าดิลล์มันรับจดหมายกลับหายเงียบฉี่ (ที่ไม่ใช่ไปฉี่) ใจนั้นใคร่เขียนอยู่ดอกขอรับ อยากเขียนจดหมายเป็นประจำอย่าง 'จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม' ของท่านหนก อยากส่งจดหมายลายมือบอกท่านป้าวนิดาว่าหลานน้อยคนนี้ยังคิดถึง (แต่ก็เกรงท่านอ่า […]
    • เรไรร่อนร้อง : เราหาใช่กวีดอกที่รัก ตุลาคม 11, 2009
      ๏ ไม่มีบทกวีดอกที่รัก เราเพียงถักสานทอก่อไยฝัน เรื่อยอักษรเรียงถ้อยร้อยรำพัน ผ่านคืนวันเพียงพร่ำประคำกรอง ๏ ไยเรียกว่ากวีเล่าที่รัก เราประจักษ์โลกเปล่านั้นเศร้าหมอง เราเติมคำแทนร่ำน้ำตานอง แปลงเสียงร้องโศกสลดเป็นบทกลอน ๏ ใครเล่าคือกวีนะที่รัก เขาอุทิศใจภักดิ์ในอักษร เขายืนยันก้าวย่างหนทางจร เขาทุกข์ร้อนเมื่อโลกถูกไฟรุม ๏ เราหาใช่กวีดอกที่รัก เราเพียงนักร่ำระ […]
    • คลื่นวรรณกรรม : ๑๐๐ ปีเกิด ไม้ เมืองเดิม นักเขียนใจ "นักเลง" ตุลาคม 10, 2009
      บทความโดย พีรยา อัชฌา จาก ศิลปวัฒนธรรม วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 09 ปี ๒๕๔๘ นี้นับเป็นปีสำคัญสำหรับวงวรรณกรรมไทย เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีเกิดของนักเขียนไทยหลายคนที่มีผลงานสำคัญฝากไว้เป็นมรดกทางวรรณศิลป์ของไทย หนึ่งในนักเขียนนี้คือไม้ เมืองเดิม อันเป็นนามปากกาของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้มีผลงานเรื่องสั้นและนวนิยายรวมกว่า ๓๐ เรื่อง๑ ที […]

Pegasus : The Space Adventure ตอน เรือปีศาจแห่งดาวอาร์มอส 1

pegssus 

สวัสดีครับทุกท่าน

จำผมได้เปล่า?
ผมแอบผลุบโผล่อยูในจอเล็ก(ค.ห.)ของแม่เทพียูโรป้า คิดตามล่าแม่เทพธิดาผู้มีดวงตาสีม่วงไปสุดขอบจักรวาล จู่ ๆ หนูรินฯ หยุดเขียนซะงั้น ทำเอากระผมเหี่ยวเฉาไม่มีที่โผล่หน้าออกมาพูดคุย หลังรอนานพอดู (ปกติผมไม่มีความอดทนปานนั้นนะ แต่เพื่อหนูรินฯ ล่ะ คอยด้ายยย) ผมเลยตัดสินใจโผล่ออกมาทักทายทุกท่านที่จอใหญ่เป็นการฆ่าเวลาพอให้หายคิดถึงแม่เทพธิดา เมื่อไรเธอโผล่หน้ามา กระผมจะติดตามไล่ล่า(หัวใจ) ของเธอต่อไป

อ่า..สำหรับท่านที่ไม่เคยเจอะเจอกระผมมาก่อน

ขออนุญาตแนะนำตัวเสียหน่อย

กระผมนายพีกาซัส  สุดหล่อแห่งระบบดาวแอนโดรเมด้า

อายุ ๒๔ ย่าง ๒๕ ยังอ้างว้างเอกา ออกเดินทางตะลอนระหว่างหมู่ดาวกับเพื่อนซี้สุดเลิฟ ไมเคิล เอ้า! ไมเคิล แนะนำตัวซิ!

“ฮับ สวัสดีฮับ!” จอเจ้าไมเคิลสว่างวาบมีเสียงพร้อมตัวอักษร

“เออ พอแค่นั้นก่อน”

“ผมไมเคิลแอนเจลโล่” ไมเคิลยังไม่ยอมหยุด 

“บอกให้พอไง!”

“ผมเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเวอร์ชั่นล่าสุด…”

“ไมเคิล! สลีปโหมด!” หนอยแน่ต้องให้ใช้คำสั่ง พูดดี ๆ ไม่เคยฟังนะเจ้านี่

แหะ แหะ เพื่อนซี้ผมมันเป็นโน้ตบุ๊คน่ะครับ โน้ตบุ๊คพูดได้พล่ามทั้งวัน มันผลาญพลังงานทิ้งจากการพูด ๆ ๆ ผมต้องชาร์ตแบตฯ ให้มันบ่อยจนชักรำคาญ

แต่ดีอย่าง มันช่วยให้ชีวิตของผมไม่เหงา ผมแกล้งตั้งชื่อมันว่าไมเคิลแองเจลโล่ตามอย่างนินจาเต่าการ์ตูนยอดฮิตในอดีตประชดความเชื่องช้าของมันน่ะครับ (ที่บอกเวอร์ชั่นล่าสุดน่ะเมื่อปีมะโว้) เวลาถูกถามว่าทำไมตั้งชื่อมันว่าไมเคิลแองเจลโล่ ผมตอบไปว่าเป็นชื่อศิลปินใหญ่ผู้แกะสลักรูปเดวิดอันงดงาม มันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ (ไม่ต้องสงสัยนะครับ ผมใส่โปรแกรมอารมณ์ให้มันด้วย) จุ๊ จุ๊ แต่เรื่องนินจาเต่าเนี่ย อย่างได้บอกมันเข้าเชียว เดี๋ยวมีงอน

เราออกตะลอนจากดาวโน้นไปดาวนี้ด้วยยานคู่ใจเจ้าหอยทาก

คงสงสัยว่าทำไมชื่อที่ผมตั้งแต่ละชื่อสื่อไปทางเชื่องช้า ถ้าเทียบระดับความเร็วยุคนี้เจ้าหอยทากของผมคงไม่ต่างยานโบราณที่เรียกว่าเกวียน ฮา ฮา ผมได้มันมาจากร้านขายยานมือสองที่ดาวเคออส  แรกเจอก็ไม่ปิ๊งอะไรหรอกครับ แต่พอนั่งลงแล้ว แผงควบคุมต่าง ๆ เหมือนคุ้นมือจนไม่ต้องปรับตัว ราคาก็ไม่เกินสะตุ้งสตางค์ในบัญชี(ที่มีอยู่น้อยนิด) เราเลยออกเดินทางด้วยกันจนบัดนี้

หอยทากมันเป็นยานเล็กสะเทินน้ำ สะเทินบก สะเทินอวกาศ ที่นั่งเดี่ยวไม่มีเบาะข้างค็อกพิทเต็มด้วยแผงควบคุม ด้านหลังมีเบาะพักผ่อนที่ผมใช้เอนนอน เหยียดขา ดูถ่ายทอดบอล จิบเบียร์และก็..เอ่อ อย่าพูดถึงเลย

ความจริงด้วยสมองอัจฉริยะ ผมน่าจะได้ดิบได้ดีอยู่ที่ดาวใหญ่ ๆ สักดวง  แต่ต้องต๊อกต๋อย ตะลอนอยู่อย่างนี้ก็เพราะผมรักอิสระ ไม่ชอบอยู่ในคอกคำสั่งใคร เพื่อน ๆ ที่เคยเรียนมาด้วยกันพวกมันร่ำรวยบางคนมีดาวของตัวเองแล้ว  ขณะผมซึ่งตอนเรียนทำคะแนนดีกว่าพวกมัน แทบไม่มีเหลือในบัญชีสักเครดิต ผมไม่สนหรอกนะ ชีวิตใครก็ชีวิตใครสิ ผมรักชีวิตตะลอนของผมนี่นา

ผมมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากการเรียกใช้งานจิปาถะผ่านเจ้าไมเคิล  ลงประกาศไว้ในเว็บไซท์น่ะครับ ลูกค้าบอกปากต่อปาก งานไม่ถึงกับมากแต่เข้ามาเรื่อย ๆ พอให้ผมมีค่าอะไหล่เจ้าหอยทาก(ไม่มากขนาดจะยกเครื่องใหม่เสียที) มีตั้งแต่งานส่งของเล็ก ๆ น้อย, ตามหาคนหาย, เป็นพี่เลี้ยงเด็กดื้อ, สะกดรอยเมียสวยแอบมีชู้ (ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอดไว้จะเล่าให้ฟัง) อะไรอีกล่ะ โอ๊ย! ก็อย่างที่บอกจิปาถะ ผมทำหมดล่ะ! แค่ได้เลี้ยงปากท้องและท่องจักรวาลกว้างใหญ่ก็สุขใจแล้ว

ไปกับผมนะครับ ไปด้วยกัน…

เรือปีศาจแห่งดาวอาร์มอส 1

 

ดาวโอริออนเป็นดาวท่องเที่ยว ทั่วทั้งดวงดาวเต็มด้วยสถาปัตยกรรมโบราณที่เคยเจริญรุ่งเรื่องในอดีตกาลไกลโพ้น ทั้งยังมีป่าเขาต้นไม้เขียว ๆ หลงเหลือให้ได้ชื่นชม

ผู้คนจึงนิยมมาพักผ่อน (อย่างไรเสียออกซิเจนจากต้นไม้ย่อมสดชื่นกว่าออกซิเจนสังเคราะห์วันยังค่ำ ถึงโฆษณาจะบอกว่าออกซิเจนสังเคราะห์บริสุทธิ์กว่าก็เถอะ..ใครจะไปเชื่อ!)

ผมมีเพื่อนซี้เปิดร้านเหล้าที่นี่ตั้งชื่อซะชวนเมา ‘ดรั้งเคน ฟลาวเวอร์’ (Drunken Flower) 
ทีแรกได้ยินว่ามาทำงาน(มันจบวิศวกรโครงสร้าง) ด้วยความที่โดดเดี่ยวเดียวดายเลิกงานก็แวะร้านเหล้า ไม่รู้จะกลับเคบินทำต๋อยอะไรที่นั่นไม่มีใคร(มันว่า) นั่งเมาจนง่วงได้ที่แล้วค่อยกลับ เมาจนซี้คนทั้งร้าน ว่าง ๆ นักดนตรีขาดมันโดดขึ้นเล่นแทน (ฝีมือเจ้านี่ไม่เลวตอนเรียนก็น้อง ๆ จิมมี่ เฮนดริกรวมกับคารอส ซานตาน่าแล้ว แต่คงเป็นน้องคนสุดท้อง) เมามากเข้ามันเปิดร้านเหล้าเสียเลย มันบอกว่าไม่รู้จะกลับไปทำไมเมาแล้วก็นอนแ-งที่ร้านนั่นแหละ

ผมกับคู่ซี้ไมเคิลเดินแหวกนักท่องราตรีมองหาป้ายชื่อร้าน หาเท่าไรก็ไม่เจอจนเหลือบเห็นโต๊ะเล็ก ๆ ที่วางเรียงรายหน้าร้านมีรูปดอกลีลาวดีขาว สงสัยน่าจะใช่เลยผลักบานประตูเข้าไป

ภายในโปร่งสบาย แสงอ่อน ๆ ไม่ถึงกับมืด  มีกลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายกัญชาผสมธูปภารตะลอยกระทบจมูก นักดนตรีกำลังเล่น Don’t it makes my brown eyes blue เสียงเบสเหงาหงอยเหมือนเดินซึมเซาอยู่ใต้แสงสลัวของรัตติกาล ผมมองไปที่เคานท์เตอร์ ใช่มันจริง ๆ ด้วย! ผมจ้ำหา

“แจ็คออนเดอะร็อคแก้ว” ปีนนั่งบนสตูล เจ้านั่นเงยหน้ามอง

“เฮ้ย ไอ้พี!” มันร้องดังยื่นมือมาเขย่า ๆ ท่าจะดีใจเหลือประมาณ

“ฮ่า ฮ่า มาเยี่ยมว่ะ” ผมว่า “ตั้งใจจะมาตั้งแต่รู้ว่าเปิดร้านแล้วล่ะ แต่ค่าพลังงานมันแพงกว่าค่าเหล้าเลยเอาไว้ก่อนว่ะ ฮา ฮา เอาเหล้ามาอย่าให้คอยนาน!”

จีรานี่กุลีกุจอหยิบแก้วหย่อนน้ำแข็งรินแจ็คแดเนียลโยนแผ่นรองแผละแล้ววางแก้วตาม

“เป็นเจ้าของร้านประสาอะไรทำไมผสมเหล้าเองวะ?” ผมทักทาย “แล้วป้ายชื่อร้านก็ไม่มีหาแทบตาย!” ก็มันจริง ถ้าผมไม่บังเอิญเจอรูปดอกไม้บนโต๊ะ (ซึ่งร้านไหน ๆ ก็มีได้) ป่านนี้คงเดินหาเลยเถิดไปถึงไหน

“ร้านนี้ไม่รับขาจรโว้ย!” จีรานี่บอก “ที่เข้ามามีแต่คนคุ้นกัน กูขี้เกียจมีปัญหา แล้วก็..ไม่ได้มายืนผสมเหล้า มาดูความเรียบร้อยโว้ย!” มันยกแก้วขึ้นเช็ดแก้เก้อ “ว่าแต่มึงเหอะ..ตอนนี้ทำอะไร? รึยังตะลอนเป็นเจ้าไม่มีศาลเหมือนเคย” แน่ะ!..มันแขวะ

“มีกิจการส่วนตัวเล็ก ๆ โว้ย!”

“กิจการอะไร?”

“พีกาซัสซูปเปอร์อินเทลลิเจ้นท์เซอร์วิส”

“อะไรของมึง? พูดภาษาคนหน่อย”

“ก็เอ่อ..รับจ้างทั่วไป” ผมเสียงอ่อย

จีรานี่มองหน้าผม มันทำท่าเหมือนคนปวดท้องเข้าห้องน้ำ แก้มป่องเหมือนอมส้มโอเข้าไปทั้งลูก สักพักปล่อยก๊ากออกมาดังลั่น

“ฮ้า! ฮ้า! ฮ้า! สรุปว่ายังตะลอนเหมือนเดิม ฮ้า ฮ้า”

“ไม่เห็นต้องหัวเราะขนาดนั้นก็ได้นี่หว่า” ผมยกแก้วแจ็คขึ้นซดรวดเดียวหมด

“เฮ้ย! อย่าซดอย่างนั้นของแพงนะโว้ย”

“แพงแล้วเป็นไรก็ของฟรี”

“ฟรีบิดามึงสิ ๑๕๐ เครดิดจ่ายมา!”

“อ้าว..เพื่อนมาเยี่ยมทั้งที เลี้ยงเหล้าสักแก้วสองแก้วเป็นไร”

“เรื่องเลี้ยงน่ะเลี้ยงแน่ แต่ธุรกิจก็ต้องเป็นธุรกิจ..จ่ายมา”

“แหะ แหะ ไม่มีตังค์ติดตัวสักแดงว่ะ”

“กูว่าแล้ว” มันหยิบขวดแจ็คฯ รินเติมพอจูบก้อนน้ำแข็ง

“เยอะ ๆ ก็ได้ กูไม่ว่าอะไรมึงหรอก”

“เอาไปทั้งขวดซะเลยเป็นไง ไอ้ห่ะตังค์สักเก๊ก็ไม่มี”

“พี่จีเดี๋ยวหนูดูแลเอง พี่ไม่ต้องทำหรอก” ผมหันขวับไปทางเจ้าของเสียงหวานสดใส โอ..แม่เจ้า สวยหยาดเยิ้มหยดย้อย อกตูมเต่งตั้ง สะโพกผายเอวกิ่ว อย่าให้ผมบรรยายมากไปกว่านี้เลย เดี๋ยวรู้นิสัยใจคอผมหมด ที่เหลือจินตนาการเองละกันนะครับคุณผู้อ่าน

ไอ้จีของผมเปลี่ยนเป็นคนละคนทันที

“ไม่เป็นไรจ้ะ เพื่อนพี่เองมันมาเยี่ยมแป๊บเดียวเดี๋ยวมันก็ไปแล้ว”

“อ้าว!” ผมอุทาน

“อ้าว..เพื่อนพี่จีหรอกเหรอคะ ทำไมรีบกลับนักล่ะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก ลีนาค่ะ” ลีนายื่นมือ ผมสัมผัสมือนุ้มนุ่ม “พีกาซัสครับ ยินดีได้รู้จักเช่นกัลล์”

“ไม่กวนแล้วค่ะพี่” เธอหันบอกไอ้จี “ตามสบาย เดี๋ยวหนูไปดูแขกทางโน้น” ลีนาเดินจากไป  ผมมองตามก้นอวบพะเยิบ ๆ แล้วหรี่หางตามองไอ้จี

“พนักงานในร้านโว้ย” มันรีบบอก

“แหงล่ะ คงไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่มึงหรอก” ผมยังคงมองหางตาจับผิดไอ้เพื่อนชีกอ  จีรานี่ชื่อมันกระเดียดไปทางอิตาเลี่ยน  แต่ใบหน้ากระเดียดทางเคนย่าเอธิโอเปีย ที่ใกล้เคียงก็ไอ้นิสัยขี้หลีนี่แหละละม้ายคล้ายคุณเลี่ยนนัก

ผมซดเหล้าหมดแก้วแล้วส่งให้จีแต่มันกลับยืนเฉย ผมเคาะแก้วกับเคาน์เตอร์

“เฮ้ย! ไอ้ฮกอย่าลีลานา” มันยังยืนเฉย ตาค้างมองประตูร้าน

“เฮ้ย!” ผมร้องเสียงดัง จีรานี่ยืนนิ่งเหมือนถูกสะกด ผมมองตามสายตา ชุดดำสองคนเดินเข้ามา มีฮูดคลุมศีรษะ ดวงตาทั้งสองคู่สว่างจ้าอยู่ในเงามืด

“ใครวะ?” ไม่มีเสียงตอบ ผมหันกลับ “อ้าว!” ไอ้จีหายตัวไปแล้ว

“ไอ้พีกูอยู่นี่” เสียงดังจากใต้เคานท์เตอร์ “มึงอย่าเอ็ดไปโจทย์เก่ากูมา ไปคอยกูหลังร้านเดี๋ยวกูตามไป” เห็นดวงตาสองคู่นั้นก็ทะแม่ง ๆ แล้ว มันไม่มาดีแน่ ผมคว้าขวดแจ็คฯ เดินไปทางปลายเคานท์เตอร์ ถามน้องลีนา “ประตูหลังร้านไปทางไหนครับ?” น้องลีนายิ้มหวานหวาม ชี้มือไปด้านใน “ขอบคุณครับ แล้วเจอกันนะครับ” แหะ แหะ ผมก็ว่าไปงั้น

หลังร้านเป็นตรอกแคบ ๆ มีแสงสลัวจากเสาไฟตรงปากทาง มีคู่รักคู่รสยืนดูดดื่มในเงามืดสองสามคู่

ตอนยกขวดแจ็คฯ ราดลงลำคอได้ยินเสียงโครมครามจากด้านใน  ประตูหลังถูกผลักผลัว  พวกนักดื่มกรูออกมา ผมคิดขึ้นได้ไอ้เพื่อนตัวแสบกันผมออกจากร้าน หนอยแน่..ไม่รู้จักพีกาซัสซะแล้ว

ผมรีบวิ่งกลับเข้าในร้าน  เห็นข้าวของกระจุยกระจาย แสงไฟวูบ ๆ วาบ ๆ เหมือนหนังเอเลี่ยนผจญพรีเดเตอร์ คนในชุดดำกำลังรุมกินโต๊ะไอ้จี จะไห้มันส์ก็ต้องสองต่อสองเซ่!  ผมมองขวดเหล้าในมืออยากเขวี้ยงใส่ไอ้คนชุดดำนั่นแต่เสียดายเหล้าที่เหลือ ผมวางขวดมองหาของเหมาะมือ ไม่มีอะไรสักอย่างเลยคว้าเก้าอี้วิ่งเข้าไปเหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาสู้กับดาบโค้ง

“ไอ้บ้า! กูบอกให้คอยหลังร้านเสือกกลับเข้ามาทำไม!?” ไอ้จีหอบแฮ่ก ฟาดท่อเหล็กในมือปะทะคมดาบเกิดประกายไฟวิบวับ

“กูไม่ชอบคอยโว้ย!” ผมถลันหามันขณะคนชุดดำชะงัก “พวกนี้เป็นใครวะ?”

“พวกเรือปีศาจ”

“เรือปีศาจ!!” ผมทวนคำ แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“เออ ปีศาจ! มึงสู้ไปก็ป่วยการ มันตายไปแล้ว”

“ไฮ้! ตายไปแล้ว!” 

“เออ!”

“แล้วมัวยืนคุยกันทำไม หนีสิวะ ไป!” ผมควงเก้าอี้ใส่ปีศาจชุดดำ ดาบโค้งถูกขาเก้าอี้หนีบบิด ผมหมุนตัวกลางอากาศทิ้งศอกลงมา กะโดนเต็ม ๆ กลับพบความว่างเปล่า  ผมร่วงลงพื้น ไอ้พวกนี้เหมือนไม่มีตัวตน  ดาบโค้งฟันตามลงมาทันที ผมกลิ้งหลบแล้วดีดตัวขึ้น วิ่งกระโดดใช้เท้ายังผนังดีดตัวตีลังกากลับเหมือนเจ็ท ลี วงดาบโค้งฟันขวางเฉียดเส้นยาแดง  ผมยืนเลี้ยงตัวบนเก้าอี้ ได้ยินไอ้จีร้อง

“ไป!”

กระโดดตีลังกากลับหลังถีบเก้าอี้ใส่ปีศาจชุดดำ(ทำได้จริง ๆ นะ ไม่ได้โม้!) จากนั้นวิ่งตามไอ้จีออกประตูหลัง

เราวิ่งไปทางปากซอยโดยมีปีศาจชุดดำวิ่งตาม จะให้ถูกต้องบอกว่าลอยตามมามากกว่าเร็วเหลือเกินนี่นา เห็นอยู่ไกล ๆ พอหันกลับจะวิ่งต่อ ผมก็ถูกถีบหน้าคะมำลงพื้น ไอ้จีถูกปีศาจทั้งคู่หิ้วขึ้นบนอากาศ

“ไอ้พีช่วยกูด้วย!”

“เฮ้ย ๆ ๆ ไอ้จี พวกมันจะเอามึงไปไหน?” ผมร้องลั่นวิ่งตามไป “ไอ้จี!”

“ช่วย…..กู…….ด้วย……!!!!” เสียงไอ้จีหายไปในท้องฟ้ามืดมิด ผมจะเรียกหอยทากแต่คงเปล่าประโยชน์..มันหายไปแล้ว

continue