โอ..ท่านอิ่มขอรับ
หากผู้น้อยมีประวัติเห็นทีป่านฉะนี้คงถูกสันติบาลซิวไปแล้วเป็นแท้ จึงเป็นผู้ไม่มีประวัตินี่แลเหมาะสมแล้วล่ะทั่ลล์
ข้าพเจ้าคิดเห็นเช่นท่าน ใช้ชีวิตตามจิตใจต้องการ จึงออกสู่ชนบท เพียงหลงทางไปพักใหญ่ (แต่ไม่เป็นไร ยามนี้พิมพ์เขียวชัดแจ่มแล้ว)
ที่ว่าหลงทางคือหลงคิดไปว่าจะสามารถเลี้ยงกุ้งให้เป็นงานเกษตรธรรมชาติได้ เสียยิ่งกว่าหลงทางเสียเวลาหลงติดยาเสียอนาคตอีกขอรับ
เป้าหมายคือดำรงชีวิตกลมกลืนไปกับธรรมชาติ เป็นน้ำเนื้อดินเดียวกับท้องฟ้าอากาศ บริโภคพืชผักปลูกเอง (เห็นท่านทำเกษตรอินทรีย์ได้แต่นิยมชมชื่นขอเป็นแนวร่วมสุดใจ)
ทุกวันนี้อาศัยขนำน้อยคอยรักบนคันบ่อกุ้ง นั่งฝึกฝนวิชาเขียนไทย(ที่ไม่ทราบทำไมจึงยากเย็นเข็ญใจปานนี้ ตอนฝึกเลี้ยงกุ้งสี่เดือนเองท่าน ลงมือทำได้เลย ฝึกเขียนไทยร่วมสามปียังไม่เป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย)
เคยฝันอยากเป็นนักมวย(เด็กบ้านนอกใครซ้อมมวยล่ะเจ๋ง!) พอเข้ากทม.เห็นรถเมล์อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ โตขึ้นหน่อยอยากเป็นช่างภาพ(อย่างบี๋ ธีรพงษ์ เหลียวรักษ์วงศ์ เอาล่ะบอกตรง ๆ ก็ได้ อยากถ่ายนางแบบ) อยากทำงานลินตาสลีโอเบอร์เน็ตเป็นคลีเอทีฟ อยากเป็นแฟนหลินชิงเสีย(สงสัยเกิดจากปมอยากมีพี่สาว) อยากยืนกอดอกยักคิ้วให้ช่างภาพโดยหนีบนิยายที่ตัวเองเขียนไว้หว่างหัวแม่โป้งกับนิ้วชี้
เอาล่ะใกล้ความจริงแระ
ถึงยามนี้หมดสิ้นไฟฝันแล้วล่ะขะรับ รับทราบแล้วว่าทุกฝันเป็นเพียงมายาให้ตามไล่ไขว่คว้าพอเพลินใจ
ข้าพเจ้าเพียงฝังชีวิตไว้กับดินกับฟ้ากับน้ำ ห่างไกลอุปาทานตัณหายวนเย้า หนาวร้อนไปกับฤดูกาล ผันเคลื่อนไปตามตะวัน ได้สูดทุกลมหายใจในอากาศสะอาด กินอาหารที่ดี ดูแลอารมณ์ไม่ให้โกรธเกลียดแผ้วพาน ปฏิบัติโยคะดูแลร่างกายสังขารไปกว่าสิ้นลม นับว่าเปรมใจแล้ว
กว่าถึงวันนั้นคงเขียนหนังสือไปเรื่อย ๆ เพราะเลือกแล้วว่าจะละโลกนี้ในนามใด?
เป็นอย่างนี้ทุกทีสินา โม้เรื่องตัวเองเป็นไม่ได้ ยาวน่ะท่าน
ความยินดีท่านใคร่ทำความรู้จักใช่น้อยเลย เพียงพูดคุยถึงตัวเองทีไรเร้าอัตตาหลงตนเต้นตื่น เกรงพร่ำพรรณนาไปเสียยืดยาวให้ท่านต้องรำคาญสายตา
ไม่ทราบที่พล่ามมาพอจะตอบความท่านได้หรือไม่?
ควรไม่ควรแล้วแต่ท่านอิ่มจะโปรดพิจารณา
คารวะ
ใต้ชายคาขนำ
ระโนดลากูลน่า
Filed under: ปุจฉา-วิสัชนา | Tagged: ธุลีดิน
