-1-
สิ้นเดือนนี้สหายจะลาออกจากงาน
ข้าพเจ้าหารู้ไม่ปัญหาชีวิตปัญหางานมากน้อยเพียงใด เป็นเช่นไร ยินเพียงเสียงร่ำร้องจากบางมุมของหัวใจสหายต้องการเขียนหนังสือ ชีวิตประจำวันกลับไม่เปิดโอกาสให้กระทำอย่างใจต้องการ
-2-
ในใต้หล้ายังมีผู้คนอีกมากหลายดำเนินชีวิตด้วยงานที่หาได้หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณตน ตาชั่งแห่งการตัดสินใจ ถูกเติมน้ำหนักทางโน้นทีทางนี้ที จนเข็มใจส่ายไปมา
ชีวิตที่แท้ควรทำงานใดกันแน่?
งานที่ตนรักแต่ผลตอบแทนน้อย
หรืองานที่ผลตอบแทนน่าพอใจ แต่ยินเสียงร่ำร้องจากส่วนลึกดวงจิตอยู่ทุกค่ำคืนจนหลับไป
-3-
ทุกชีวิตล้วนมีเส้นทางตน
ข้าพเจ้ามั่นใจไม่มีผู้ใดสามารถชี้นำกำหนดเส้นทางชีวิตใครได้ เนื่องด้วยองค์ประกอบชีวิตซับซ้อนนัก ซับซ้อนกระทั่งเจ้าของชีวิตเองมีบ้างยังคงสับสน
ข้าพเจ้าเพียงทราบเวลาสับสนต้องมีวันผ่านพ้นไป เมื่อมากวัย ผ่านพบเรื่องราวหลายหลาก ชีวิตจะค่อย ๆ ให้คำตอบ เพียงหมั่นทบทวนชีวิต ใช้ชีวิตโดยไม่ปล่อยปละละเลย
-4-
เขียนหนังสือคือองค์ชีวิตแต่เป็นคนละเรื่องกับการใช้ชีวิต
เขียนหนังสือไม่ต่างดูหนัง ดูละคร ออกกำลังกายหรือรับประทานอาหาร ซ้ำยังง่ายกว่าอีกเก้าหมื่นแปดพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเท่า มีเพียงกระดาษดินสอก็สามารถเขียนหนังสือ มีบ้างบางคนไม่มีมือยังสามารถใช้เท้าเขียน
-5-
ปัญหาใช่อยู่ที่ทำงานอะไร
แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่ลงมือเขียน!
ทุกคนล้วนตระหนักเขียนหนังสือต้องใช้เวลาฝึกฝนช่วงหนึ่ง เพียงฝึกฝนทุกวัน หาเวลาเขียนเฉกเช่นรับประทานอาหาร
เขียนวันละหน้าหากไม่สามารถกระทำได้
ไม่ว่าชีวิตประจำวันทำงานใด ผลตอบแทนเยี่ยงไร ท่านมิได้เดินไปบนมรรคาแห่งอักขระเลย ●
![]()
Filed under: กระท่อมน้อยฯ | Tagged: บันทึก

ยามเย็นสวัสดีขอรับ
จะเลือกทางไหน
จะไปทางไหน
จำเป็นไหมที่จะต้องตัดใจเลือก
ผมเคยคิด
ดูอย่างท่านพี่อานันท์สิเล่า
แกทำงานประจำเช้ายันเย็น
ยังมีงานได้ตีพิมพ์เรื่อย ๆ
แถมมีคอลัมภ์ให้อ่านได้ทุกอาทิตย์
แกเอาเวลามากจากไหนมากมายนัก
ส่วนผมวันวัน
นอกจากกินข้าว อ่านหนังสือพิมพ์ เล่นกะลูก อ่านหนังสือ
งานเขียนก็ไม่ค่อยได้ทำ
งานจึงออกมาน้อย
หากผมมุมานะได้เพียงครึ่งของท่านพี่อานันท์
ป่านนี้ ผมคงมีรวมเล่มตีพิมพ์ไปแล้ว (เอิ๊ก)
แต่ทว่า ผมเองก็พอใจในความเป็นไปเช่นนั้นของตน
แต่ทว่ามันก็มีความอาบอิ่มใจทุกครั้งที่ได้คิดและเขียน
แล้วมรรคผลแห่งอักขระมันมีมาตรวัดตรงที่ไหนหรือขอรับ
เพราะผมก็เชื่อเช่นกันว่า ท่านพี่อานันท์แกก็อิ่มเอมที่ได้คิดและเขียน
หรือมรรคผลมันอยู่ที่งานนั้นได้ตีพิมพ์เผยแพร่
ผู้คนกางแขนยอมรับ
เหนื่อยนะขอรับ
แต่ใครหลายคนก็เบนทิศทางเลือกเดินทางนี้
ทำไมกัน???
แฮ่..ประเด็นนี้ผู้น้อยเคาะผ่าน
ดึกดื่นสวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน
หากเขียนวันละหน้าไม่ได้…เขียนอาทิย์ละสองสามหน้าก็ได้
รวบยอดเรื่องราวในหนึ่งสัปดาห์…
หมายเหตุ…
สำหรับผมเขียนวันละหน้าละหรือ…ไม่มีทาง หากได้เขียนมันเกินทุกที..
อื้ม…ก็จริง
ปัญหาอยู่ที่ตัวเราเอง หาใช่งาน หรือสิ่งแวดล้อม
เหมือนหลักเศรษฐศาสตร์หรือเปล่า ที่ว่าทรัพยากรมีจำกัด แต่ความต้องการของมนุษย์ไม่สิ้นสุด
ก็เลยต้องเลือก…
ยอมรับว่า ช่วงหลังนี่ก็เขียนน้อยลง ๆ อาจจะเพราะไปเลือกอย่างอื่น
.
.
.
(เม้นแบบไม่ค่อยเข้าเรื่องเท่าไร แหะๆ)