เช้าวันอาทิตย์ (สายวันจันทร์) : ไม่ใส่ถ้วย ไม่ใส่ถุง เมษายน 7, 2008
Posted by ธุลีดิน in เช้าวันอาทิตย์.Tags: สิ่งแวดล้อม
trackback
@ ร้านหนังสือประทีป : ไม่ใส่ถุง ไม่นุ่งยาว
เช้าวันอาทิตย์
พี่ท่าน
สดับเรื่องนี้ทีไรผู้น้อยเลือดกายฉีดแทบกระฉูดด้วยเพลิงโทสะโมหะและเสมหะ มันง่ายคล้ายเขย่าก่อนเก็บนั่นแลพี่ท่าน รัฐบาลบ้านี่สั่งคำเดียว เลิกใช้กล่องโฟม ถุงก๊อปแก๊ป ถุงพลาสติก วัสดุพลาสติกทุกชิ้นจะต้องมีการใช้ซ้ำ เมื่อพังเสียหายให้ใส่ถังขยะแยกประเภท สั่งผู้ว่าจนถึงอบต. ใครทะลื่งทำเป็นเล่นเจอสอบวินัย
บอกประชาชีทั้งพระ,ฆราสาว อ้าว! เขียนสับกัน ทั้งแม่ชี ว่าอย่าล้อเล่นกับวัสดุพลาสติก ใช้ได้แต่ต้องไม่ใช้เป็นวัสดุสิ้นเปลืองมันฆ่ามนุษยชาติฆ่าโลกใบนี้ บาปหนาบาปใหญ่ แม้นรกก็จะไม่มีเหลือให้ตก!
อา..พูดไปก็ทำไม่ได้ใช่ไหม?
นี่ประชาธิปไตยนะเพ่! ไม่ใช่เผด็จการ (วงเล็บขยายความเสียหน่อย)(ประชาธิปไตย=ยินดีรับเงินสนับสนุนพรรคโดยสุจริต, เผด็จการ=ฟาดงบกลางเต็ม ๆ แบบไม่มีอ้อมแอ้มกระมิดกระเมี้ยนและยายเมี้ยนไม่เกี่ยว)
ข้าพเจ้าต้องทำเป็นมองไม่เห็น เอาหูไปนาเอาตาแช่อ่างเสียยามปั่นจักรยานวนเวียนอยู่ในสังคมอบต.ท่าบอน ณ ปลายไส้ติ่งสยามประเทศแห่งนี้
ถุงก๊อปแก๊ปเกลื่อนสองฟากถนน หน้าโรงงานกลายเป็นสังคมที่เติบโตตามเวรตามกรรม มีห้องเช่าเพิ่มขึ้นราวดอกเห็ดหน้าฝน กองขยะส่งกลิ่นไปกับลม (นั่นนับว่านิสัยดีทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง) ยังมีโยนถ้วยโฟมเรี่ยราดไปทั่ว กิน-ขายกันทุกวัน
พูดคุยกับคนทำงานการเมืองท้องถิ่นคำตอบคือ ไม่มีงบ ไม่มีที่ทิ้ง
ชาวบ้านปกติใช้การเผา
พี่ท่านคิดดู–มีไอ้เจ้าของโรงงานผลิตถุงก๊อปแก๊ปถ้วยโฟมอยู่กี่รายในประเทศนี้ที่กำลังนั่งดูตัวเลขบัญชีเพิ่มขึ้นทุกทีทุกที(เอาไว้จ่ายบริษัทยาไอ้กันตอนโคตะระพ่อโคตะระแม่เจ้าประคุณเป็นมะเร็ง) (ประทานโทษขะรับ หากอารมณ์ดูจะหยาบคายไปสักหน่อย)
คนมีจิตสำนึกปรับวิถีบริโภคตน มีแค่หยิบมือ ไม่ทันดอกขอรับกับกระแสบริโภคนิยมสาระเลว (มันผลิตขยะห่อทุกสิ่งทุกอย่าง สินค้าทุกชิ้นขายมาพร้อมขยะ!) ไม่ทันดอกขอรับกับชาวบ้านที่พวกเขาไม่ฉุกคิด
มีแต่การกระทำที่เป็นระบบ กดดันภาครัฐ รณรงค์ภาคเอกชน เข้าไปให้ถึงระดับท้องถิ่น โฆษณาชวนเชื่อทางทีวี(กระแสบ้าบอปลุกง่ายนักทีกระแสดี ๆ ทำไมจึงขี้เซาอย่างนี้!) ทุกกระทรวงสั่งการไปในทางเดียวกัน กระทรวงศึกษาบรรจุสำนึกดูแลขยะให้เด็ก ๆ ฝึกที่โรงเรียนนำไปใช้ที่บ้านและหมู่บ้านตน กระทรวงสิ่งแวดล้อมผลิตถังแยกขยะวางทุกจุดทั่วประเทศ กระทรวงมหาดไทยสั่งตำรวจคุมเข้มใครทิ้งขยะไม่เลือกที่เอาเข้าคุก! กระทรวงกลาโหมส่งหน่วยสวาทคอมมานโดแทรกซึมเข้าทุกพื้นที่ใครเผาพลาสติกยิงทิ้ง!
การชื้อขายสินค้าแถมขยะ จะต้องมาพร้อมมาตรการกำจัดและรีไซเคิลขยะ ต้องกระทำพร้อมกันเหมือนการเลือกตั้งทั่วไป..ทั้งประเทศ
หลังสดับนักการเมืองท้องถิ่นแล้วดูเหมือนทางออกปัญญานี้มีทางเดียว–ปล่อยไปตามเวรตามกรรม!
ข้าพเจ้าหงุดหงิดเลือดกำเดาแทบทะลัก!
ว่าจะทำพาสะปอร์ตวีซ่ายอมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปยูไนเต็ตสเตตสักที จะไปตามซุปเปอร์แมน สไปเดอร์แมน มนุษย์ค้างคาว มาจัดการระบบขยะประเทศนี้เสียที มันหงุดหงิดเต็มที
ข้าพเจ้าตั้งอกตั้งใจอรรถาธิบายให้นักการเมืองท้องถิ่นผู้นั้นฟัง
“ทางการไม่ทำอะไรเราก็ทำเองได้” ข้าพเจ้าว่า
“ลงทุนซื้อถังขยะวางไว้ให้ทุกบ้าน แยกเป็นขยะเศษอาหาร และขยะแห้ง บริการล้างถังสะอาดสะอ้านน่าทิ้ง เก็บทุกวัน คิดค่าบริการวันละบาทต่อบ้าน ขยะอินทรีย์นำไปผลิตปุ๋ย ขยะแห้งแยกประเภทขายอีกที รับทั้งขึ้นทั้งล่อง”
พี่แกฟังแล้วยังทำหน้างง จากนั้นตามมาด้วยอุปสรรคนานัปการ จนข้าพเจ้าตะหงิด ๆ ทำแมล่งเสียเองดีมั้ง? รายได้เห็น ๆ ลูกค้า ๕๐๐ รายคูณ ๓๐ เป็นหมื่นห้า ขายขยะอีกสักห้าพัน เป็นสองหมื่นต่อเดือน หักทุนและค่าใช้จ่ายหมุนเวียนเดือนละหมื่นเหลืออีกหมื่น เข้ากระเป๋า
ความหงุดหงิดใจที่เห็นถ้วยโฟมเกลื่อนกราดจะได้หมดไปเสียที หมู่บ้านที่อยู่อาศัยสะอาดตา (ประมาณว่า–ตั้งตนเป็นหน่วยรีไซเคิลประจำหมู่บ้าน)
ผลต่างเห็นชัด และส่งผลยิ่งกว่าทำตัวเป็นคนรักษ์โลกสะพายย่ามไม่ใช้ถุงก๊อปแก็ปถ้วยโฟม เพราะบางครั้งทำแค่นี้เริ่มรู้สึกเหมือนนิ่งดูดาย มีหนทางทำได้ผลกว่านี้–ทำไมไม่ทำ!?
มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วพี่ท่าน อดทนอีกสองสามบรรทัดขะรับ
นั่นล่ะ..คืออานิสงส์ที่ผู้น้อยบังเอิญพบท่านเจ้าสำนัก
‘พึงตระหนักหน้าที่ตน’
หลักการเดียวปรับใช้กับทุกเรื่องชีวิต
หากเป็นเมื่อก่อน ขยะทั้งตำบลท่าบอนเสร็จข้าพเจ้าแน่!
ข้าพเจ้าจะเปิดโรงแยกขยะมันเสียเลย มีโชว์รูปจัดวางสินค้ารีไซเคิลสภาพดีทุกชนิด ให้มันรู้กันไป..ทิ้งได้ทิ้งมา จะจับขายให้หมดเชีย!
แต่ยามนี้เข้าใจแล้ว
หน้าที่เขียนหนังสือก็จงคิดจงเขียนไป โลกนี้มีเรื่องให้ทำมากมายเกินไปแล้ว
เพียงกระทำหน้าที่ตนเต็มกำลัง เมื่อคิดเป็นนักเขียนนิยาย เอ็งก็จงเขียนนิยาย เอ็งจะเขียนนิยายขยะ นิยายรีไซเคิลก็เรื่องของเอ็ง แต่อย่าทะลึ่งไปเป็นหน่วยรีไซเคิลขยะประจำหมู่บ้าน เพราะนั่นไม่ใช่นักเขียนนิยาย
ข้าพเจ้าจึงจำทนดูเจ้าพวกถ้วยโฟมถุงก๊อปแก๊ปสองข้างทางนอนเอกเขนกส่งยิ้มเหยียดริมฝีปากเย้ยกระดองใจอยู่อย่างนั้น ยามข้าพเจ้าปั่นจักรยานผ่านพวกมันเสียงหัวเราะเยาะหยันระงมเชียวพี่ท่าน ข้าพเจ้าบางครั้งมีหงุดหงิดตะโกนกลับไป
“เออ..คอยก่อนเถอะพวกมึง..อีกไม่นานกูก็ตายแระ!”
คารวะ
ปล. พี่ท่านไม่ใส่ถุง..ระวังไว้หน่อยก็ดีนะขอรับ..เป็นห่วง..เป็นห่วง..


กรั่กๆๆ ท่านดินเจ้าคะ…ข้าเจ้าก็เกือบเล่นแล้วมุกนี้(ไม่ใส่ถุง)
เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกก
ข้าเจ้าเลิกบ่นมานานโข
หากอยากให้สังคมเป็นเช่นไรจงเริ่มต้นที่ตัวเราเอง…ข้าเจ้าบอกตนเองและปฎิบัติเช่นนั้นเจ้าค่ะ
สองอาทิตย์ก่อนที่เกิดเหตุขัดข้องทางจิตใจ
ที่ข้าเจ้าปิดบ้านนั้นหนา…ข้าเจ้ายื่นใบสมัครลมปากกับพี่ ngo ท่านหนึ่ง
จังหวะนี้พี่ท่านนั้นรอเพียงข้าเจ้าส่งประวัติส่วนตัวลงแผ่นกระดาษไปยื่น
แลคอยทวงถามจนข้าเจ้าชักเกรงใจ นิ่งคิดทบทวน อยากลงทำแบบเต็มๆ ตัวก็อยาก
แต่ห่วงแม่นี่ก็ห่วงน่ะสิ…เฮ้อ…
ไม่กี่วันก่อนพี่กวีที่เคยเป็นngoมาก่อนทราบเรื่อง
พี่ท่านเอ่ยทักท้วง…พี่ท่านว่า…เขียนหนังสือมันก็ช่วยเหลือสังคมได้ตามวิถีของการเขียน
ไม่ต้องถึงกับลงไปช่วยเหลือชาวบ้านด้วยตัวเองก็ได้
เหมือนคำท่านว่า…หากเราคิดทำนั่นนี่ทุกอย่างที่อยากทำนั้นมันช่างมากเกิน ตอนนี้หน้าที่เราคือการเขียน เราจึงควรรับผิดชอบในหน้าที่ตนให้ดีที่สุด ใช่ไหมท่าน
ด้วยจิตคาราวะ
กรั่กๆๆ หนนี้ไม่ได้แอ้มข้าเจ้าดอกหนา ข้าเจ้าท่องคาถาก๊อปก่อนโพสต์เรียบร้อย
ปล.เพิ่งอิ่มข้าวเที่ยงเมื่อครู่เองท่าน
เมื่อเช้ามืดพี่หมา…เอ๊ย…พี่หมอหมากลับถึงบ้านแล้ว
ข้าเจ้าเลยโชว์ฝีมือข้าวผัดมังสวิรัติ ระดมข้าวโพดหวาน แครอท ฟักทอง ก้านคะน้าใส่เต็มกะทะ ได้ข้าวผัดสีสวย ที่รสชาติอร่อยกำลังดียามกินเคียงคู่ ยำมะม่วงที่ดกเต็มสวน
บรรดาผักที่เหลือเก็บไว้ทำแกงของคนรักผัก อ้ะ…งงอ่ะดิ…แกงเลียงไงท่าน
เก็บผักหวานมาใส่เพิ่มอีกอย่างก็ได้แกงหม้อใหญ่แล้ว
อา…ถ้าใช้เครื่องปั่นปั่นพริกแกงมันจะอร่อยเหมือนตำเองหรือเปล่านหนอ
ด้วยวันนี้ข้าเจ้าปวดแขนขวาเกินกว่าจะยกสากแล้วสิ
เอ้อ…พูดถึงสกแล้วนึกขึ้นได้ ร้านส้มตำแถวบ้านเค้าใส่ถุงก๊อบแก็บให้สากกะเบือด้วยหนา ท่านดินเคยเห็นไหม
หมายเหตุ : “สก” คือชื่อเรียกย่นย่อของ “สาก” ยามสระอามันขอไปนอนกลางวัน
ฮา ฮา หมั่นใช้คาถาเป็นประจำนะขะรับ
ยิ่งใช้ยิ่งขลัง ฮ่า ฮ่า
.
แม่นแล้ว..”อยากเปลี่ยนแปลงโลก พึงเริ่มที่ตนเอง”-คานธี-
.
เขาใส่ถุงก๊อปแก๊ปให้สากกะเบือทำอีหยังล่ะขะรับ?
.
ดูแม่จะชาญการบ้านการเรือนเพียบพร้อมอาหารการกินเทียวนะแม่นะ ขอแม่จงจำเริญศรีเรือนจนไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชรนะแม่
.
รับกาแฟยามบ่ายสักแก้วไหมขะรับ?
.
คารวะ
ง่า…คำอวยพรนี้แปลตรงๆ มันแปลว่าขอให้ข้าเจ้ามีความสุขกับการขึ้นคานแม่นก่ท่านดินที่เคารพรัก
รับกาแฟไม่ทันด้วยพาแม่ออกไปธุระที่โรงเรียนแต่บ่าย
.
เรื่องถุงก๊อบแก็บผูกติดกับสากนั้น แม่ค้าส้มตำบอกนัยว่าเพื่มความสะอาดถูกสุขอนามัยให้ลูกค้า
ด้วยสากไม้นั้น ยามใช้ไปนานๆ มักมีคราบฝังลึกล้างไม่ออก ซึ่งอาจเป็นบ่อเกิดแห่งเชื้อโรคได้
ด้วยมิตรภาพ
สองสามเดือนก่อน ฟังข่าวทางการจีนให้เลิกผลิตถุงก๊อปแก๊ป ที่มีความหนาน้อยกว่า…?
เรื่องจริงขอรับ
แถมยังห้ามร้านค้าแจกจ่ายถุง (แถม) ใส่ลงสินค้า
คนซื้อถ้าอยากได้ ต้องซื้อ!!!
ห้างดังข้ามชาติ เคยใช้วิธีนี้ (ไม่เข้ากับเมืองไทย) คนซื้อต้องเตรียมถุงไปเอง หากไม่มี ก็ต้องซื้อ
คนไทยว่า มันหน้าเลือด แต่จริงหรือ?
ลองคิดให้มันลึกลงมากกกว่านั้น แล้วจะได้คำตอบมากกว่าผิวผิว
ไอ้เรื่องช่วยโลกนี่ คนอย่างเราคงไม่สามารถทำได้หมดทุกอย่างอย่างใจคิด แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่สร้าง ก่อความร้อนให้โลกได้ก็นับว่าดี
1 คนเปลี่ยน = 1 จุดเปลี่ยน
65 ล้านคนเปลี่ยน = 1 สังคมเปลี่ยน
555 จากคำขวัญของรายการ “จุดเปลี่ยน” ขอรับ
มอร์นิ่งสวัสดิ์