ฤดูกาลของโลกฝันต่างจากโลกแห่งความจริง ที่นี่อากาศแปรปรวนบัดเดี๋ยวมีลมบัดเดี๋ยวพายุฝน พัดมาเพียงครู่ก็อาจหยุดนิ่งสนิทไม่มีแม้ไหวใบไม้ บางวันสามารถเขียนได้ลื่นไหล แต่บางวันกลับไม่อาจขยับมือแม้สักวรรคสักบรรทัด
ในเปรมสุขของครรลองชีวิตอย่างใจปรารถนายังมีระทมทุกข์ที่ไม่อาจกระทำได้ดังใจต้องการ คล้ายคนชเลที่รักผืนน้ำปรารถนาล่องเรือไปสุดขอบฟ้าแต่หารู้วิธีบังคับใบ ไม่รู้จักร่องน้ำสายน้ำกระทั่งทิศทางลม ที่สุดได้แต่ลอยลำไปตามยถากรรม
ยามข้าพเจ้าหน่ายใบหน้าอันครัดเคร่งของจอขาวเปล่าว่าง ข้าพเจ้าเชื่อมต่อออกสู่โลกที่เต็มด้วยตัวอักษรละลานตา อ่านทุกสิ่งทุกอย่าง อ่านจนรู้สึกว่าโลกภายนอกช่างมีตัวอักษรมากมายเสียเหลือเกิน มากจนแม้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจอ่านได้หมดสิ้น
ข้าพเจ้าพบตัวอักษรของเพรง
เพรงเขียนบทกวี
ด้วยถ้อยคำหวานไหวบอกเล่าถึงหัวใจอ่อนโยนของหญิงสาว ตัวอักษรของเพรงทำให้อักขระที่เราใช้กลับกลายเป็นท่อนไม้แข็งกระด้าง วรรณรสแห่งบทกวีที่หากผึ้งน้อยพบพานคงไม่อาจตัดใจบินผ่านโดยไม่แวะลิ้มชิม เพรงมองผู้คนมองโลกผ่านหน้าต่างแห่งจิตวิญญาณ เอ่ยถ้อยคำผ่านริมฝีปากแห่งวิจิตรอักษร ประโลมโลกอ้างว้างด้วยอ้อมปีกนวลละมุนอบอุ่นและอ่อนโยน
กับตัวข้าพเจ้าเอง มิอาจเอ่ยขานเรียกอักษรต่ำต้อยแห่งตนแม้เศษกวี ด้วยคำกวีในจิตสำนึกข้าพเจ้านั้นสูงส่งเกินปุถุชนจะสัมผัส เป็นดั่งเทริดที่ควรน้อมเชิดไว้ก็แต่เหนือเศียร กับตัวอักษรของเพรง ข้าพเจ้าขานคำกวีอย่างไม่มีขัดเขินขัดคำ
คล้ายดังคลื่นกระทบฝั่ง ก่อระลอกคลื่นต่อ ๆ กันไม่สุดสิ้น
บทกวีของเพรงประดุจสายลมที่พัดมาประโลมสระน้ำโบราณในหุบเขาห่างไกล เสียงกระซิบแห่งสายลมก่อระลอกคลื่นอักษรลูกแล้วลูกเล่าขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เสแสร้งแกล้งแต่ง ข้าพเจ้าเขียนโต้ตอบลงไปด้วยหัวใจที่เชื่อมโยงผ่านหน้าต่างแห่งจิตวิญญาณบานนั้น ก่อเกิดงานเขียนชิ้นแล้วชิ้นเล่า
ครั้นเพรงตอบกลับมาบอกว่าเธอรออ่านอยู่ ยิ่งทำให้หัวใจซึ่งแห้งแล้งแทบไร้สิ้นแรงฝันกลับพองฟู ตัวอักษรทะยอยออกมาราวสายน้ำไหลหลั่ง
ที่สุดข้าพเจ้าจึงได้พบว่า..เราหาได้เขียนเพื่อผู้คนมากมายที่ไหนเลย ตัวอักษรทั้งหมดของเราเพียงเพื่อคนคนเดียว คนเดียวที่เฝ้าอ่านด้วยหัวใจรอคอย ผ่านตาทุกตัวอักษรอย่างระมัดระวัง พร้อมสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกระจกเงาใสที่ไม่เคยบิดเบือนภาพตรงหน้า
โลกฝันข้าพเจ้ากลับคืนชีวิตชีวา ข้าพเจ้าเขียนแม้ในความฝัน
หลังม่านแห่งความแปลกหน้าถูกคลี่ผ่าน ตัวอักษรของเราเคลื่อนหากันดุจหยดน้ำจากธารเดียวที่ถูกพรากจากกัน จึงได้พบว่าโลกฝันของเราช่างคล้ายกันเหลือเกิน เพรงฝันถึงชีวิตในชนบท ท้องฟ้า แสงดาว แมกไม้ สายน้ำ ลำคลอง ครั้นข้าพเจ้าบอกไปว่าข้าพเจ้าฝังสังขารอยู่ในภาพฝันนั่น เพรงกระตือรือล้นใคร่ฟังเรื่องราวของข้าพเจ้าเหมือนเด็กน้อยตาโตรอฟังนิทานก่อนนอน
เพรงส่งหนังสือมาให้ข้าพเจ้าหลายเล่ม ล้วนเป็นหนังสือที่ช่วยเปิดโลกการอ่านอันคับแคบของข้าพเจ้าไปสู่สวนอักษรละลานตา ช่วยเพิ่มจำนวนถ้อยคำจำกัดจำเขี่ยในกะโหลกเปล่ากลวงให้ได้ใช้ได้เลือกหยิบจับมาเรียงร้อย
ข้าพเจ้ารู้สึกติดค้างน้ำใจไม่อาจตอบแทน ด้วยหนังสือนั้นสูงราคานักสำหรับผู้ดื่มกินความฝันเช่นข้าพเจ้า ได้แต่ก้มหน้าตั้งตาขีดเขียนอักษรทดแทนมิตรไมตรีอันได้รับมา ด้วยรู้ดีว่าที่เพรงให้มาหาได้หวังสิ่งใดตอบแทนนอกจากอยากเห็นข้าพเจ้ารุดหน้าไปบนหนแห่งประพันธการนี้ และสำหรับข้าพเจ้า ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะควรค่าทดแทนศุภปรารถนาจากเพรงนอกจากตั้งใจเขียนหนังสือ
เพราะนั่นคือทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามี..เพราะนั่นคือชีวิตข้าพเจ้า
OOO
Picture : ห้องภาพหนอน
Filed under: ฝากไปกับสายลม | Tagged: นิยายออนไลน์

คาราวะท่านดิน…น้ำชาเย็นๆ ยามบ่ายสักแก้วไหมท่าน
น้ำชาเย็นๆ จากมิตรแม้นไม่อาจไม่อาจสร้างแรงใจให้ท่านดั่งถ้อยรจนาจากกวีสาว
ทว่าข้าเจ้าคิดว่า…มันคงดับร้อนได้ในบ่ายที่แดดแรงจัดนี่ดีนักแล
ด้วยมิตรภาพ
เขียนดี+ขยันเขียน อย่างนี้ต้องเข้ามาเป็นลูกค้าบ่อยๆซะแล้ว อิอิ
อา..มีลูกค้าเพิ่มแล้ว
เช็ดโต๊ะ
เช็ดโต๊ะ
กวีสาวคนนั้นรออ่านอยู่หรือไม่ ข้าเจ้ามิอาจหยั่งรู้
หากข้าเจ้ารออ่านอยู่นะท่านดิน
รับทราบขะรับ
วานซืนเผลอ(ซัดไปหลายขวด)เลยวิ่งตกลู่
.
กำลังคลานขึ้นมาขะรับ
[...] ช่องว่าง ระหว่าง นักเขียน นักอยากเขียน และ … 16 03 2008 แรงใจ : by ทั่นดิน … http://tuleedin.wordpress.com/2008/03/14/blower-4/ [...]