ฤาชะตากรรมบรรณสารดี ๆ ล้วนระเนน

ไม่ทราบบรรณบุพเพสันนิวาสใดชักนำให้ปะท่านเพลงเข้าที่ร้านหนังสือประทีป กระทั่งสายลมชาตาหอบท่านเหินลอยละบ้านปลายฝนต้นลมหนาวมาปลูกเรือนร่มลานลั่นทมแขวนป้ายริมซุ้มประตู ‘บ้านปลายพันวา’

คล้ายวรรณารมณ์อักษราณมิตรสนทนาจะคืนกลับมาอย่างครั้งสามสหายพี่สองพี่สามป๋าไอซ์เคยงัดกระบี่ประเลงกระบวนยุทธ์อย่างไม่มีใครยอมใคร

บุปผาอักษรพรั่งพรู เกร็ดรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ พี่สองพี่สามปล่อยกันมาไม่มียั้ง เป็นธรรมดาสังขาร  เริงกระบวนท่านานเข้าชักล้า จากนั้นแยกย้ายหายหน้าต่างเสาะหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ตามแต่ใจคเนจร

‘มีสิ่งในโลกที่สูญเสียแล้วคืนกลับมาเหมือนเดิม?’

คงหามีไม่!

เราล้วนไม่อาจรักษาสภาพคงเดิมไว้  อย่าว่าแต่ความสูญเสีย แม้การดำรงอยู่เรายังเพียงรักษาการเปลี่ยนแปลงไว้ในนามของดำรงอยู่ การดำรงอยู่ของวันนี้ไม่เคยเหมือนวันวาน  

วันวานเพียงมีให้ระลึกถึง เป็นอุบายของธรรมชาติที่เตรียมไว้ให้เราได้พักผ่อนหย่อนใจ แม้ยามนี้มนุษย์จะรู้บันทึกเก็บอดีตไว้ในรูปแบบต่าง ๆ วัตถุประสงค์ยังคงเดิม พักผ่อนหย่อนใจ เสพย์สุนทรียะ เรียนรู้ แล้วแต่จะขานเรียก แต่ต้องไม่ใช่ย้อนอดีตให้เกิดขึ้นอีกครั้ง..ไม่ใช่แน่ ๆ แม้เดจาวู
เพียงแต่การเกิดขึ้นมาของบทความเช่น -ชีวิตที่กลับคืน- ชักนำให้หวนรำลึกบรรยากาศเก่า แน่นอนไม่เหมือน  แต่จะน่าสนใจกว่าเดิมโดยการลิ้งค์กันไปมาเป็นเครือข่ายบทความเกี่ยวเนื่อง 

คล้ายท่านเพลงจะทิ้งคำถามไว้ว่า ทำไมนิตยสารดี ๆ จึงอยู่ไม่ได้?  ทำไมนายทุนไม่สนับสนุนหนังสือดี ๆ?

เอาล่ะขะรับเรามาจับเข่าคุยกันตามประสา

ต้องเรียนก่อนเลยว่า “ไม่รู้เรื่องธุรกิจสิ่งพิมพ์เลยแม้น้อยนิด” ปรมาจารย์จางซันกุ๋ยแห่งหุบเขาดอกบ๋วยเค็มเคยให้โอวาทไว้ว่า “พึงกล่าวเฉพาะเรื่องที่รู้จริง” ผู้น้อยน้อมรับใส่เกล้า  แต่หากขืนกระทำเช่นนั้นผู้น้อยเป็นต้องเอาตะกร้อใส่ปากหุบวาจามันเสียทุกเรื่องไป ก็เพราะเรื่องราวในใต้หล้าที่ผู้น้อยรู้จริงนั้นมีเสียเมื่อไร  ที่รู้มาก็งู ๆ ไก่ ๆ ไปเสียทั้งนั้น

ไม่รู้แล้วยังบังอาจเอ่ยวาจา  ก็ด้วยเหตุเพียงหวังแลกเปลี่ยนบทสนทนาประดาอักษราณมิตร พร่องพลาดถูกผิดขออย่าได้คิดไยไพเลยขะรับ

เรามาดูกันที่คำ ‘นิตยสารดี ๆ’ ก่อน

เราเอาอะไรมาตัดสินว่าดี เนื้อหาดี? รูปเล่มดี? ภาพประกอบดี? ทีมงานดี? คอลัมนิสน์ดี? บทสัมภาษณ์ดี? แนวทางดี? หรือดีหมดทุกอย่างดี? กับประเด็นนี้ยังต้องเข้าไปอีกหน่อยว่าดีอย่างไรในแต่ละส่วนปลีกย่อย หากตีความพลาดเราก็จะหลงทาง เช่น แนวทางดี : นิตยสารเล่มหนึ่งเน้นวรรณกรรมเพื่อชีวิต มีเรื่องสั้น บทสัมภาษณ์ นวนิยาย ความเคลื่อนไหววงการหนังสือ เอาเป็นว่าแบบหนัก ๆ กับอีกเล่ม เน้นซุบซิบดารา ลงรูปหวือหวา คลิปหลุด หากเราเรียกเล่มแรกว่าดี เรียกเล่มหลังว่าไม่ดี เราหลงทางทันที ทำหนังสือไปก็มีแต่ขาดทุน ก็เพราะหลงทางเสียแต่แรกแล้ว

ขออนุญาตยกเรื่อง ‘ดี’ เป็นประเด็นก้าวผ่าน เพราะคงไม่เป็นที่ถกเถียงว่า ‘ดี’ ไม่ใช่ ‘ขายได้’ และ ‘ขายได้’ ไม่จำเป็นต้อง ‘ดี’

ในบริบทของความอยู่รอดเรามาคุยกันที่ ‘ขายได้’ ดีกว่าไหม?

เริ่มประเด็นนี้ด้วยการตอบคำถามที่สองว่า ‘ทำไมนายทุนไม่สนับสนุนหนังสือดี ๆ?’ ก็เพราะ ‘มันขายไม่ได้’ หากเห็นแน่ชัดว่าขายไม่ได้ยังยอมลงทุน นายคนนั้นคงต้องไปอำเภอแลเปลี่ยนชื่อเสียใหม่เป็นนายขาดทุน

หนังสือที่อยู่ไม่ได้คือหนังสือที่ล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นด้วยโครงสร้างการจัดการ วิธีคิด งานการตลาด ไม่ต้องปฏิเสธเพราะในโลกธุรกิจ กำไรคือเป้าหมาย ไม่ใช่ ‘ดี’ หากไปไม่ถึงเป้าหมายแล้วยังยืนยันว่าหนังสือดี..เป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง

อันดับแรกต้องยอมรับก่อนว่า โลกนี้ไม่ต้องการหนังสือดี แต่ต้องการหนังสือขายได้ ความดีนั้นมีก็ดี ไม่มีก็ดี แต่ต้องขายได้!

เรามาลองสมมุติ : บรรณาธิการท่านหนึ่งคร่ำหวอดในวงการ มองเห็นโอกาสนิตยสารรายสัปดาห์น่าเข้าร่วมแชร์นัก สมมุติเล่มละ ๕๐ บาท ดูเหมือนราคาต่อหัวกำลังดีไม่มากเงินเกินไป  แต่หากคิดต่อเดือนสี่เล่มตกสองร้อยบาท  เทียบกับทำนิตยสารรายเดือนเล่มละสองร้อยคงขายยาก ทั้งต้นทุนก็สูงกว่าเมื่อเทียบกับประเภทแปดหน้ายกขาวดำเสียโดยมาก (ไม่ทราบเรียกถูกเปล่า?) ออกแต่ละรอบยอดไม่กี่พันเล่มก็คืนทุน กำไรเห็น ๆ 

คู่แข่งก็น้อย เพื่อนฝูงในวงการรึก็มากมาย เรียกรวมพลได้ทั้งทีมบริหาร ทีมนักเขียน

โอ..ยาวจังปวดตาเขียนไม่ไหวแล้ว โพสท์ก่อนดีกว่า 

@ บ้านปลายพันวา : -ชีวิตที่กลับคืน-

2 Responses

  1. รตีสวัสดีท่านดิน

    นั่นสิ…มันเริ่มจากตรงไหนข้าเจ้าก็ยังสงสัย
    อาจวันนั้นที่หวาดหวั่นบาดเจ็บจากโลกความจริง
    ข้าเจ้าจึงโผบินซบอกเพื่อนที่มาสร้างบ้านในโลกเสมือน
    เป็นโลกเสมือนที่ข้าเจ้าสามารถสืบต่อลมหายใจเหล่าท่านในโลกความจริงได้

    เรื่องอื่นติดไว้ก่อนนะท่าน…
    ด้วยข้าเจ้าต้องรีบเคลียร์ภาพให้เสร็จ
    ด้วยจะต้องไประหกระเหินร่วมอาทิตย์
    ไอ้ครั้นจะกลับมาทำ…คงโดนด่าเปิง

    อย่ากระนั้นเลย…ข้าเจ้าหยิบน้ำลอยดอกมะลิจากบ้านปลายพันวามาให้ท่านลองชิมด้วย
    แหม…ท่านดิน…ข้าเจ้าน่ะเด็กบ้านนอกนะ
    แม่ข้าเจ้าล่ะชอบนักน้ำลอยดอกมะลิ ((มะลิปลูกเองนะท่าน มะลิซื้อข้าเจ้ามิกล้านำมาลอยดอก))
    ทุกวันนี้…แม่ข้าเจ้าก็ยังดื่มน้ำแบบนี้อยู่
    ส่วนข้าเจ้าน่ะหรือ…ขอเอาไปแช่เย็นก่อนค่อยมาลอยมะลิแล้วกัน

    ไปก่อนละท่าน…

    ด้วยมิตรภาพ

  2. โอ..รตี
    นามนี้หลงลืมไปนาน
    ข้าพเจ้านำหล่อนไปซ่อนซุกเสียที่ใด
    เป็นจันทร์ฤาอาทิตย์หรือว่ากลม ๆ เหมือนโรตีกันหนอ?
    .
    อา..ท่านคงต้องสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นแท้ จึงมีเคลียร์ภาพ
    .
    ขอให้ได้ภาพงามดังใจขะรับ

    คารวะ

ใส่ความเห็น