เช้าวันอาทิตย์ : เศรษฐศาสตร์ชาวบ้าน

เช้าวันอาทิตย์

เช้าวันอาทิตย์® 5/108-1009

เพิงกาแฟตลาดนัดเป็นที่ข้าพเจ้าจ่อมก้นทุกเช้าวันอาทิตย์ นั่งไปซดกาแฟไป(บางครั้งก็ชา) มองผู้คนเดินไปเดินมา ส่วนมากก็หน้าเดิม ๆ จนชักสงสัยตัวเองตะหงิด ‘ก็แล้วนี่ตูข้าจะนั่งดูละครเรื่องเดิมดาราเดิม ๆ ไปทำอีหยังล่ะเนี่ย?’

จะว่าเรื่องเดิมเสียทีเดียวก็ไม่เชิง ถึงจะดาราหน้าเดิม ๆ นางเอกคนเดิม (เฝ้าดูตั้งแต่ยังตัวกะเปี๊ยกเดี๋ยวนี้โตเต็มสาวแล้ว วันหลังจะแอบถ่ายมาโชว์ตัว)(แต่เอ..จะดีเรอะ!) อย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนท่าเดิน เปลี่ยนชุดแสดง บางครั้งอาบน้ำผัดแป้งมาเลี่ยม บางคราขี้ตายังแฉะผมยุ่งมาเชีย

เพิงกาแฟเป็นที่พบปะของพวกสามีแม่ค้า ไม่อยากเรียกพ่อค้าเพราะพวกลอยตัวไม่ยอมขายของแบบว่าจอดรถจัดของเสร็จเป็นเวลาพักผ่อน เรื่องการขายปล่อยเป็นหน้าที่ของฝ่ายภรรยา เจ้าตัวมานั่งจับกลุ่มหิ้วนกกรงหัวจุกมาแขวน จิบน้ำชาไปหูเงี่ยฟังนกขัน ปากไม่ค่อยจะว่าง  เว้นจากจิบน้ำชากาแฟก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนู้นเรื่องนี้ไป

“แฟแกว” นายนวยผัวแม่ค้าผักขายอยู่ข้าง ๆ เพิงน้ำชานี่เอง ชักเก้าอี้รองตูด

“พรื่อมั้งหว้างนี้?” (แปลว่า ‘เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?)(ซวยล่ะสิ พวกเขาแหลงใต้กันแล้วนี่ข้าพเจ้ามิต้องกลายเป็นล่ามแปลมันทุกประโยครึเนี่ย!) นายชิดผัวแม่ค้าเนื้อนั่งซดกาแฟอยู่ก่อนร้องทัก  แม่เอ๊ย!เมียนายชิดนั่งสับเนื้อป๊อก ๆ อยู่บนกระบะที่เสียบท้ายหาถนนใช้เป็นร้านขายเนื้อระดับไดเร็กอินเจ็คชั่น

“หม้ายพรือผักขายดี๋หมึ้งแลอีแหม้ดแหล่ว” นายนวยปุ้ยไปทางเมีย ข้าพเจ้าพลอยหันมองตาม ขายดีแฮะ ลูกค้ายืนเรียงเต็มแผง คนขายทั้งชั่งทั้งรับตังค์ทอนตังค์แทบไม่ทัน (ผัวตัวดีมานั่งสั่งกาแฟจิบเฉยเชื่อเขาเลย) (อ้อ..คำแปล..’ไม่เป็นไรผักขายดีมึ.งดูสิจะหมดแล้ว’)

“บายนะหมึ้งรถไม่ตองผ้อน กู๋อีต๋ายแหล่วหมุ้นหม้ายทัน” ชิดว่า ข้าพเจ้าหันไปมองรถขายเนื้อบ้าง อิซูซุไฮแลนด์เดอร์สีทองใหม่เอี่ยม มีไมค์ ภิรมพรกำลังร้องเพลงกล่อมอยู่ในห้องโดยสาร

“ด้ายแล หมึ้งออกหล้อดมั้ย หล้อดกู๋เก๋าอีต๋ายแหล่ว” (ก็รถมึ.งมันใหม่ รถกูสิเก่าจะตายแล้ว) นวยยกกาแฟซด

“หว้างหนี้ข้องขึ้นราคาแหม็ด” ชิดยกแก้วบ้าง “คนรวยมันหม้ายพรือชาวบานแหละอีต๋ายแหม็ดแหล่ว” บ่นเรื่องทำนองนี้ข้าพเจ้าได้ยินจนเฝือ  ไม่รู้จะบ่นกันไปทำไม  ไม่อยากสนใจฟังเลยเสมองหานางเอกประจำตลาดนัดวันนี้เป็นไงยังไม่ยอมมา

นวยวางแก้ว จัดแจงรินน้ำชา “หมึ้งอีกลั๋วไหร๋” เขาว่า “ข้องขึ้นเราก้อขึ้นของเราหมั่งแล” จิบชาแล้วสาธยายต่อ “กู๋ขึ้นผั๋กโลส้องบาทเพ่น” เขาบอกว่าเขาขึ้นราคาผักของเขาโลสองบาทรวด

“เอ๋อ..พันหนั่นกู๋ขึ้นเนื่อมั้ง” ชิดรับนโยบายทันควัน บอกว่าเดี๋ยวจะขึ้นราคาเนี้อบ้าง

พอดีคุณนายผักภรรยานายนวยคงทนรับสภาพเร่งรัดทางธุรกิจไม่ไหว ขมวดคิ้วกวักมือเรียกผู้สามี  นวยร้องบอกแม่ค้ากาแฟ

“แก้บเบีย!” เก็บตังค์ด้วย!

“ซิบซ้องบาท” แม่ค้ากาแฟร้องตอบ สิบสองบาท

“ไหร้วะ แก้วซิบบาทหม้ายช่ายเหอ” นวยว่าอย่างไรกันวะ แก้วสิบบาทไม่ใช่เรอะ?

“เอ๋อ..ตอแตหนี้ขึ้นแก้วซ้องบาทรวด” แม้ค้ากาแฟบอก เออ..ต่อจากนี้ขึ้นแก้วละสองบาทรวด คุณนายผักเร่งมือคราวนี้มาพร้อมเสียงให้พรสามี นวยรีบจรลีหันมาค้อนให้แม่ค้ากาแฟทีนึง ยังไม่ได้จ่ายตังค์ เรื่องของพวกเขาไม่จบลงแค่นี้  อาทิตย์หน้ายังต้องนำดีมานด์ซัพพลายมาหมุนเวียนกันอีก

ข้าพเจ้าคอยจนแน่ใจว่าละครเช้าวันอาทิตย์นี้ นางเอกไม่เข้าฉากเสียแน่แล้ว เป็นอันกาแฟเช้ากร่อยรสเกินทานทน ยินยอมขยับก้นกลับ

วางเหรียญไว้ให้สิบสองบาทแล้วลุกเดิน
แม่ค้าเรียกนำเหรียญส่งคืนสองบาท ®

-ธุลีดิน-

@ มุมกาแฟร้านหนังสือประทีป : เศรษฐศาสตร์ข้างถนน

4 Responses

  1. เรียนท่านดิลล์

    ข้าเจ้ามักชื่นชมเป็นพิเศษสำหรับคนที่ใช้ภาษาถิ่นในงานเขียน
    เหมือนการเยือนอุบลฯ ครั้งที่แล้วที่อิ่มใจยิ่งยามฟังพี่ท่านทั้งหลายเว้าลาวกันให้ม่วนซื่น

    ท่านดิน…กับบ้านหลังใหม่นี้ ข้าเจ้าก็แวะไปทิ้งรอยหายใจ ไปหยิบจับนู่นนี่บ้างล่ะนะ
    ไอ้ขึ้นบ้านใหม่…เห็นทีคงต้องรอแต่งบ้านให้งามก่อนกระมัง (ฮา)

    คือสิม่วนขนาด…หากท่านดินจะร่วมด้วยมาช่วยพี่สาวคนงามของข้าเจ้าขายกาแฟอีกแรง

    ว่าแต่ว่า…ท่านไปได้ข่าวจากไหนฤาเรื่องพ่อทยาลุ
    พ่อท่านสุขภาพแข็งแรงดี ยังคงเขียนบทกวีและออกแบบพุทธอักษรา
    ปลายๆ เมษา สโมสรนักเขียนมีไปจัดงานที่ ม.มหาสารคาม
    หากไปท่านคงได้พบปะท่านพ่อ ด้วยพ่อท่านนั้นปัจจุบันขณะ พำนักอยู่ณ เมืองนี้

    หรือไม่สะดวยหากท่านอยากส่งความระลึกถึงไปให้พ่อท่าน ส่งเมลมาแล้วข้าเจ้าจักส่งที่อยู่พ่อท่านไปให้ท่านได้คึดฮอด

  2. 1. ขอบคุณสำหรับข่าวคราวพ่อท่านทยาลุขอรับท่านเพลงชะเอิงเอย
    .
    2. ท่านเอ่ยถึงในบันทึกการเดินทางของท่านไงขอรับ(จำได้บ่?)
    .
    3. สมควรเป็นจิตสำนึกของคนเขียนนะขอรับ สำเนียงภาษาจะบอกฉากของเรื่อง บอกประวัติที่มาบุคลิกตัวละคร จึงควรใช้ตามความเป็นจริง..ใช่ไหมขอรับ?
    .
    4. บ้านใหม่หากเป็นที่ WP อาจก่อความลำบากยากใจกับคนคุ้นเคยแต่งบ้านให้เป็นดังใจพอแรงอยู่
    .
    เพราะใส่อะไรไม่ได้เลยขอรับ ข้าพเจ้าเคยอึดอัด เผ่นหลายคราแล้ว แต่ระบบของที่นี่ดีเหลือหลาย ดีจนต้องคลานกลับมา พยายามลืมเรื่องบ้านควรสะท้อนบุคลิกผู้อาศัย หันมาใฝ่ใจแต่งานเขียนซึ่งก็ดีไปอย่าง แต่ซักพักต้องออกอาการเบื่ออีกแน่ (สงสัยว่าบุคลิกข้าพเจ้าคือ..ลูกคุณช่างเปลี่ยน..แฮ่ ๆ)

    พักเที่ยง..กินข้าวล่ะ!
    คารวะ

  3. ท่านอ่านบันทึกการเดินทางทันหรือนี่

    ข้าเจ้าปิดบ้านเร็วหลังจากเกิดเรื่อง ไม่คิดว่าท่านจะท่านทัน แหะๆ

    ข้าเจ้าพักยกไปทานข้าวบ้างดีกว่า
    หลังจากสายนี้ไปเจองานท่านประทีปใน ค.คน กลับมาไม่สนใจต้นไม้แล้ว
    ขอจัดการฝึกฝีมือดังท่านว่าดีกว่า

    ด้วยมิตรภาพ

  4. แหะ แหะ มีแว่บอ่าน
    .
    ถึงตระหนักเป็นงานเสนอสาธารณะสายตา กระนั้นผู้น้อยก็ยังรู้สึกคล้ายแอบอ่านบันทึกหญิงสาวอยู่ดี ให้ขัดเขิลล์ใจพิกล โดยมากข้าพเจ้าจึงหลบแนวบันทึกประจำวัน ไดอารี่ แต่จะอ่านเฉพาะที่เป็นงานปั้น อินสตอลเลชั่น(เดาะภาษาปะกิด)อะไรประมาณนั้ลล์
    .
    ส่วนพี่ทั่นประทีปะของข้าพเจ้าน่ะ มิต้องกังวลห่วง ข้าพเจ้าเคยโม้ไว้ใน ‘ชื่อนั้นสำคัญไฉน’ นามท่านติดทำเนียบนักเขียนแห่งสยามประเทศแน่นอน
    .
    ไม่ใช่เพราะความมุ่งมั่นชัดเจนในเส้นทาง, ไม่ใช่เพราะความหนักแน่นคงเส้นคงวาทั้งทางอารมณ์และวินัย, ไม่ใช่เพราะคนวัยหนุ่มเช่นพี่ทั่นสามารถกำหนดทิศทางชีวิตแจ่มชัดเป็นที่สรรเสริญของสัตบุรุษ, ไม่ใช่เพราะหัวใจเปิดกว้างพร้อมรับความเห็นแลปรับปรุงเสมอ, ไม่ใช่เพราะมิตรไมตรีมีให้สหาย, ไม่ใช่..
    .
    ไม่ใช่เพราะอะไรต่อมิอะไรเหล่านั้น..
    .
    ไม่ใช่!
    .
    ไม่ใช่แน่ ๆ
    .
    แต่ต้องเป็นเพราะชื่อ! ชื่อแน่ ๆ! ฟันธง!
    .
    ลง ค.คน(อีกแย้ว)คารวะ
    ดิลล์

ใส่ความเห็น