อิล่อยป้อยแอ : มิตรร่วมทาง

ใต้เท้าขอรับ

จดหมายฉบับแล้ว กระผมเรียนใต้เท้าเรื่องมิ่งมิตรผู้หนึ่งค้างไว้ 

ด้วยกระผมบังเอิญอ่านพบคำท่านผู้เป็นนักเขียนอุโฆษนามแห่งสยามประเทศในยุคถัดกาละจากใต้เท้าและกระผมอีกช่วงเวลาหนึ่ง  ท่านกล่าวไว้ว่า “มิตรแท้เป็นสิ่งสำคัญข้อต้นในทางของการประพันธ์” หนต้นกระผมแคลงอยู่ว่ามิตรมาเกี่ยวข้องอันใดกับผู้ซึ่งคเนจรไปบนมรรคาแห่งประพันธการกันหนอ

 

ครั้นอ่านความของท่านจึ่งได้แจ้งใจ ที่แท้หลักซึ่งนักหัดเขียนพึงจดจำแลยึดเหนี่ยวไว้เป็นดั่งคาถาประจำตัวนั้น  หาใช่กลเม็ดเคล็ดลับวิธีเขียนต่าง ๆ ซึ่งถูกเรียบเรียงขึ้นเป็นตำราเล่มหนามีให้ศึกษากันมากมายไม่

หากเป็นคำคำหนึ่งคือ มิตรแท้

มิตรที่คอยให้คำแนะนำด้วยศุภปรารถนา อยากเห็นเราก้าวหน้าไปบนอักขระวิถี ยอมสละเวลาอ่านงานของเราด้วยกุศลจิต  วิเคราะห์พิจารณ์โดยใจเที่ยง คอยไต่ถามถึงความก้าวหน้าของงานเขียน ให้กำลังใจแลช่วยกันฉุดดึงไปยังทิศทางที่มาดหมาย

สายตาเราเองไม่อาจสำรวจตนสิ้นสรรพางค์ฉันใด งานเขียนก็ฉันนั้น เราควรมีใครสักคนหรือหลายคนเป็นเช่นกระจกเงาสะท้อนความเห็นต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไข 

กระผมพบคนผู้นั้นที่สำนักนี่แลขอรับ

เธอเป็นกระจกเงาแวววาวช่วยให้กระผมเห็นฝุ่นผงอันสมควรปัดกวาด  รอยเปื้อนควรเช็ดถูในงานเขียนตน  เธอเข้าใจสื่อหมายของอักขระเหล่านั้น ทำให้กระผมเกิดความมั่นใจว่ามานะอักษรซึ่งจัดเรียงด้วยสระพยัญชนะอ่อนเดียงสาได้กระทำหน้าที่ของมันดังใจผู้เขียนหมายมั่น

วันเวลาฝึกเขียนของกระผมที่คล้ายย่ำเดินไปบนหนทางเปลี่ยวร้าง นำตัวอักษรสัญจรไปโดยไร้ผู้คนสนใจ ยามยินเสียงเธอโต้ตอบกลับมาคล้ายมีคนเดินใกล้  หนทางกันดารเปลี่ยนเป็นผ่านสวนดอกไม้สะพรั่งละลานตา 
ใต้เท้าขอรับ งานเขียนของกระผมเริ่มออกเดินทางแล้ว โดยมีเธอเป็นแรงบันดาลใจ เป็นมิ่งมิตรร่วมทาง

หากจะมีใครสักคนบอกว่าหนแห่งประพันธการนั้นเปลี่ยวเหงา ยามนี้กระผมคนหนึ่งขอค้าน ผู้กล่าวเช่นนั้นคงลืมมองใครสักคนซึ่งเดินอยู่ข้าง ๆ  หากเขาเพียงเหลือบมองก็จะเห็นอีกหลายรอยยิ้มที่พร้อมจับมือกันก้าวเดิน

เมื่องานเขียนออกเดินทาง นั่นหมายถึงวันเวลาจะได้กลับบ้านใกล้เข้ามาแล้ว

กระผมจะเขียนมาเล่าความใต้เท้ามิยอมคร้านขาด

กราบมาแทบเท้า
อิล่อย ป้อยแอ

OOO
“มิตรแท้เป็นสิ่งสำคัญข้อต้นในทางของการประพันธ์” ยาขอบ

ใส่ความเห็น