• Live&Write quietly..shuuuu...

  • RSS Life in a Day

    • กาลครั้งหนึ่งฯ พฤศจิกายน 21, 2009
    • Talk2Win : เสียงจากโพ้นฟ้ากับเดอะแมจิกดราก็อน พฤศจิกายน 18, 2009
    • จดหมายจากดาวสีดิน : เพื่อเก็บเธอไว้..ตลอดไป พฤศจิกายน 9, 2009
    • ความน่าจะคล้าวบนลีโอพุ่ม : เจ้านาย..โดดเดี่ยวผู้น่าหยิก พฤศจิกายน 5, 2009
    • กล่องเครื่องมือฯ : คำพึงระวัง (อภินันทนาการจากท่านสายที่เคารพรัก) พฤศจิกายน 5, 2009
      เกษียณ เก๊ก (วางท่า) กบฏ (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กบฎ’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กระปอดกระแปด กะบึงกะบอน กะหนุงกะหนิง (ตามฉบับราชบัณฑิตยสถาน)(แต่บางฉบับ ‘กระหนิงกระหนิง’ นี้ก็ความหมายเดียวกัน) กิจจะลักษณะ ขะมักเขม้น โครงเหล็ก ช็อก (หมดสติ) แดงก่ำ เดียดฉันท์ ทะนุถนอม ทิวทัศน์ เบรก ปรานี (ก. เอ็นดู, เผื่อแผ่) ปราณี (น. ผู้มีชีวิ […]
    • ตะวันส่องฉาย : เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม? พฤศจิกายน 1, 2009
      เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้ นั่งคุยกันไป..ตลอดทาง เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? แวะฟังดนตรีในสวนเมื่อตะวันจาง กลับไร้คนเคยนั่งข้าง ยิ่งฟังยิ่งอ้างว้างว้าเหว่ใจ เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..? พลิกหนังสือทีละหน้า แต่สายตาไม่เห็นอะไร เพียงเพราะว่าคนซื้อให้ ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไป เธอคงเป็นเหมือนกันใ […]
    • เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา ตุลาคม 31, 2009
      ๑๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร ๒๏ หวังกอบเก็บเก็จวลีมาพลีให้ แทนดอกไม้ลัดดามาลย์หมั้นสมร ทุกเช้าค่ำร่ำเร่คเนจร เพียงอักษรพจนามาจำนรรจ์ ๓๏ แม้นหมายมั่นฉันจิตพิศวาส อย่านิราศอย่างเคยเลยจอมขวัญ ไม่เห็นนิดคิดค้อนเป็นค่อนวัน กระไรกันกรรมหลากหนอยากนาน ๔๏ แม้นคนดีมีใจให้สักนิด หมายปลงจิตปรานีไมตร […]
    • เรไรร่อนร้อง : ขอรักคืนมา ตุลาคม 28, 2009
      ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ รัก ไมตรีมิจางอย่างวันเก่า รัก เรื่องราวหลากถ้วนล้วนยวนขำ รัก ถักสานถากรอยนั่งร้อยคำ รัก เรียงร่ายเริงร่ำระบำความ คืน ค่ำนี้เดือนมืดมาชืดช้ำ คืน เยือนย้ำย่ำใจให้เข็ดขาม คืน เงียบเหงาเศร้าอยู่ทุกครู่ยาม คืน เคลื่อนข้ามท่ามไหวในเอกา มา จำเรียงเพียงถ้อยละห้อยหว […]
    • Ano : ซำหม้อลงจอกระดาษ ตุลาคม 23, 2009
    • The Note Book : จดหมายถึงนักเขียน (โคตร) หนุ่ม ตุลาคม 19, 2009
      พี่ท่านขอรับ ช่วยตอบทีว่านานเท่าไรแล้วหลังจากจดหมายฉบับสุดท้ายสะบัดก้นจากตู้ prateep มาหล่นแหมะลงตู้ kratom แลกี่ครั้งแล้วที่เจ้าดิลล์มันรับจดหมายกลับหายเงียบฉี่ (ที่ไม่ใช่ไปฉี่) ใจนั้นใคร่เขียนอยู่ดอกขอรับ อยากเขียนจดหมายเป็นประจำอย่าง 'จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม' ของท่านหนก อยากส่งจดหมายลายมือบอกท่านป้าวนิดาว่าหลานน้อยคนนี้ยังคิดถึง (แต่ก็เกรงท่านอ่า […]

มองชีวิตผ่าน..What Dreams May Come

-1-

ผมทบทวนหลายครั้งว่าจะเขียนบทความชิ้นนี้ดีหรือไม่  หลังสิ้นหวังแล้วที่จะได้อ่านข้อเขียนหัวเรื่องเดียวกันจากคนข้าง ๆ ที่เคยอยู่ร่วมผ่านทุกข์-สุขมาด้วยกันเนิ่นนาน…

เพื่อจะได้รับรู้วิธีคิด มุมมอง ทัศนคติของเธอผู้กลายเป็น..แยกกันอยู่คนละทิศ!

อย่างน้อยยังหวังทำความเข้าใจคนที่ดูเหมือนว่า โลกทัศน์ ชีวะทัศน์จะห่างไกลออกไปทุกที

แต่หมดโอกาส

นั่นพิสูจน์ให้เห็นความแตกต่างโดยสิ้นเชิงของคนสองคน  ขณะคนหนึ่งหวังจะให้อีกคนเปิดแง่คิดมุมมองออกมาโดยผ่านหนังที่เขาเห็นว่ามีคุณค่า  เพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน?  มุมมองที่แตกต่างนั้นถ่างออกกว้างแค่ไหน? ยังพอหาช่องเชื่อมต่อได้หรือไม่?

แต่…อีกฝ่ายไม่ลงมือเขียน!
หรือไม่แน่..อาจจะไม่แม้คิดจะเขียน

อาจขี้เกียจ
งานยุ่งเกินไป
ไม่รู้จะคิดจะเขียนไปทำไม
อยากจะทำแต่ไม่ได้ลงมือเสียที ฯลฯ

ล้วนเป็นไปได้ทุกกรณี  ผลมีอย่างเดียว
ไม่มีการสื่อสารเกิดขึ้นสำหรับ  What Dreams May Come

นั่นอาจจะเป็นความผิดพลาดที่เลวร้ายของผม

การคาดหวังให้อีกคนคิดและทำสิ่งที่เราต้องการ  คาดหวังให้เธอตั้งใจดูหนังเรื่องนี้อย่างละเอียด  ค้นหาสาระเพื่อตอบคำถามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตคู่  เก็บเกี่ยวบทพูดดี ๆ ที่เตือนสติ  สะกิดใจ มาปรับใช้กับชีวิตจริง

การคาดหวังเช่นนี้..ผิด!
ผิดแน่นอน  ถึงจะดูเป็นความคาดหวังที่ดี

แต่อีกนั่นแหละ

ถึงรู้ว่าผิด
ทำไมยังคาดหวัง
ก็เพราะอยากมีความหวัง

หวังให้อีกคนมองภาพจากด้านบนที่แจ่มชัดไม่ใช่เห็นเฉพาะจากมุมของตน!

สุดท้าย…ผมตัดสินใจนั่งลงเขียน  อย่างน้อยได้บันทึกอะไรบางอย่างไว้  เพื่อระลึกถึง ‘คุณค่า’ ของหนังเรื่องหนึ่งที่มีส่วนช่วยผมให้ตะเกียกตะกายพยายามกลับมามีชีวิตอีกครั้ง….

spd_2007081915353_b

What Dreams May Come

-2-

ผมหยิบแผ่น DVD ขึ้นมาใส่ลงในเครื่องเล่นแล้วตั้งใจรอ..ที่จะพบกับเรื่องราวของพวกเขาอีกครั้ง…

ครอบครัวของคริสและแอนนี่  คริสเป็นกุมารแพทย์  แอนนี่เป็นจิตรกรและนักซ่อมภาพwhatdreams1

หนังดำเนินเรื่องผ่านการบอกเล่าของคริส  ช่วงไตเติ้ลเล่าเรื่องย้อนหลังตั้งแต่พวกเขาพบกัน แต่งงาน สร้างครอบครัวอบอุ่น  มีลูกชาย-หญิง ๒ คน จนลูกทั้งสองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์

แอนนี่เสียใจ ทุกข์ใจ โทษตัวเองที่ไม่ไปส่งลูกด้วยตัวเองทำให้พวกเขาเสียชีวิต  จนต้องเข้ารักษาอาการทางจิตในโรงพยาบาล  การไปเยี่ยมของคริสไม่ได้ทำให้อาการของแอนนี่ดีขึ้น  เธอต้องการอย่าเพราะ….

“เรามันต่างกันสุดขั้ว  ต่างกันจนทนอยู่ไม่ได้”

“ทำไมคุณไม่เป็นคนที่อยู่ในโรงพยาบาลบ้าแห่งนี้  ลูกทั้งสองของเราตายไปนะ” เธอบอกเขา

คำพูดเหล่านี้คนไม่ได้จมอยู่ก้นหลุมแห่งความทุกข์จะไม่มีวันเข้าใจ  ขณะแอนนี่ไม่สามารถทนรับความสูญเสียต้องรักษาอาการทางจิตในโรงพยาบาล  คริสกลับมองชีวิตต่างออกไป  เขาทำใจได้ เขายังดำรงชีวิตตามปกติ

แต่นั่นทำให้เขากับแอนนี่ห่างกันออกไปทุกที 

ความเข้าใจชีวิตทำให้คลิสผ่านความสูญเสียไปได้ แต่กลับแยกเขากับคนรักอยู่คนละโลก คริสใช้ความพยายามครั้งสุดท้ายด้วยคำสารภาพ…ตัวเขาเองที่มีปัญหา..เขาเชื่อว่า “เราไม่ควรทำลายตัวเองเพื่อที่จะรัก” เขาเลือกที่จะเข้มแข็ง  เขาไม่ได้ร่วมทุกข์กับเธอ  เขาเองที่เป็นคนผิด  ถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว  เขาเถียงกับสังคมแทนเธอเมื่อได้ยินเพื่อน ๆ เอ่ยถึง แอนนี่ด้วยความสงสัย ว่าทำไมแอนนี้จึงเป็นขนาดนั้น

แอนนี่ฟื้นคืนสู่ชีวิต  เธอรับรู้แล้วว่ามีคนเข้าใจเธอ

แต่ ๔ ปีต่อมา

คริสประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะเอาภาพไปส่งให้แอนนี่  เขาอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมจากไป  คริสในร่างวิญญาณล่องลอย  คอยติดตามแอนนี่พยายามบอกให้เธอรู้ว่าเขายังอยู่ใกล้ ๆ  แต่ยิ่งพยายามยิ่งทำให้แอนนี่ที่กำลังเศร้าเสียใจมีอาการทางประสาท  สุดท้าย..คริสยอมจากไป

คริสวิ่งไปตามอุโมงค์สว่างจ้า
ปลายทางคือสวรรค์

สวรรค์ของคริสเป็นภาพวาดของแอนนี่ images2 ภาพบ้านและทิวทัศน์ที่ทั้งสองฝันไว้ว่าจะอยู่ร่วมกัน  ใช้เวลาแก่เฒ่าไปด้วยกัน  โลกของทั้งสองเชื่อมถึงกันด้วยสวรรค์ของทั้งสอง

ฝ่ายแอนนี่เมื่อสูญเสียสามีที่รักไปอีกคน  คราวนี้ไม่มีอะไรเหลือ  ไม่เหลือแม้ศรัทธาต่อชีวิต  เธอโทษตัวเองอีกครั้ง  คริสเสียชีวิตเพราะอาสานำภาพไปส่งให้เธอ

แอนนี่ฆ่าตัวตาย!
การฆ่าตัวตายทำให้เธอต้องไปสู่ขุมนรก!

คริสในสวรรค์พยายามไปช่วยเธอ  เขาเรียนรู้จากบทเรียนครั้งก่อน  จะไม่ปล่อยให้แอนนี่โดดเดี่ยวอยู่ในนรกอีก  เขาจะช่วยเธอให้ได้แม้ต้องแลกด้วยทุกอย่าง  หรือสุดท้ายอยู่ในนรกกับเธอ

-3-

ทั้งเรื่องเปี่ยมด้วยศรัทธาต่อชีวิตคู่ครอบครัวที่อบอุ่น อาทร ห่วงใยกัน เป็นกำลังใจให้กัน  ช่วยกันพาครอบครัวฝ่ามรสุมชะตาที่เอาแต่ใจไม่อาจคาดคะเน

ทั้งเรื่องถักทอผูกโยงด้วยสายใยสัมพันธ์ที่จะทำทุกอย่างเพื่อคนที่รัก  เพื่อการอยู่ร่วมอย่างมีความสุขพร้อมหน้า

หนังใช้โลกมนุษย์ นรก สวรรค์เป็นฉากเล่าเรื่อง  โดยให้ความตาย เป็นการเดินเรื่องจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง  ขึ้นกับการตีความของแต่ละมุมมอง  หากผู้อยู่ในลัทธิโลกนี้ – โลกหน้าหรือชีวิตหลังความตายตีความ  ทั้งเรื่องจะกลายเป็นแค่แฟนตาซีไม่มีอยู่ในโลกแห่งความจริง (เพราะเริ่มเรื่องก็ตายแล้ว)  ได้เพียงดูภาพสวย ๆ ประทับใจกับความรักของคู่แท้ในฝัน   
ทั้งหมดจะสูญเปล่า!

แต่หากมองความตายเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่  กับเหตุการณ์ใหม่
แน่ล่ะ..เรื่องราวชีวิตยังดำเนินต่อไป

โลกก่อนความตาย โลกหลังความตายก็คือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงชีวิตหนึ่งที่เราต้องพบปัญหาอุปสรรคต้องฟันฝ่า  บางครั้งชนะบางครั้งพ่ายแพ้  แต่สุดท้ายก็ยังหยัดยืนขึ้น

ความตายเป็นแค่การสิ้นสุดเพื่อเริ่มต้นครั้งใหม่  เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดเดิม ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก  สุดท้าย ก็เพื่อหาหนทางไปสู่ดุลยภาพของชีวิตนั่นคือ  ความสุขร่วมกัน 

หนังแสดงให้เห็นถึงจิตวิทยาการดูแลเด็ก  ต้องเข้าใจเขา  คิดอย่างเขา  อ่อนวัยอย่างเขา(คริส  ไม่ตำหนิที่หนูน้อยขีดเขียนรูปบนผนัง  ชวนหนูน้อยกระโดดเป็นกระต่าย เมื่อต้องการให้เธอทำอะไร เขาขอให้เธอช่วย  ไม่ใช่ออกคำสั่ง)

การเอาใจใส่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพ่อ – แม่ ล้วนมีความสำคัญกับลูก ๆ คริส ไม่ใส่ใจโลกความฝันของลูกสาว  ซ้ำยังดุตอนเธอเขียนเล่นลงบนรูป (เธอตัดพ้อว่า “จะแตกต่างอะไร  ก็พ่อไม่ได้ดูมันอยู่แล้วนี่”) นั่นทำให้เขาจำลูกสาวไม่ได้แม้อยู่ในสวรรค์ของเธอ จนเธอต้องเป็นคนบอกเขาเอง

แสดงให้เห็นความผูกพันของคู่ชีวิต  ที่ลึกไปกว่าความสัมพันธ์ทั่วไป การร่วมทุกข์ – ร่วมสุข  ไม่ใช่แค่การไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่ต้องเข้าไปอยู่ในความทุกข์ของอีกฝ่าย  รับรู้ แบ่งปันความทุกข์ในระดับเดียวกัน

การหลุดพ้นจากยึดติดรูปลักษณ์ภายนอกวิธีคิด  จิตใจต่างหาก  คือตัวตนของคนคนหนึ่ง ทุกคนที่ช่วยเหลือคริสบนสวรรค์ล้วนมีความผูกพันกัน  คริสกลับจำพวกเขาไม่ได้เพราะหน้าตาไม่เหมือนเดิม  แต่ที่สุดก็จดจำกันได้เมื่อสัมผัส ‘วิธีคิด’

สวรรค์คือที่ที่เวลาไม่มีตัวตน สวรรค์ของคน ๆ หนึ่ง คือ การได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักตลอดเวลา ที่ตรงนั้นเวลาจะไม่มีความหมายอีกต่อไป  คนสองคนจะอยู่ร่วมในสวรรค์เดียวกันเมื่อพวกเขามีใจผูกพันรักในสวรรค์ของกันและกัน ไม่เช่นนั้น…แม้จะอยู่บนสวรรค์พวกเขาก็ไม่มีวันหากันเจอ

นรก คือ บ้านที่ขาดการดูแล นรก ของแอนนี่  เป็นบ้านที่ปรักหักพัง  ต้นไม้เหี่ยวเฉา  ต้องอยู่กับความหวาดกลัวตลอดเวลา สิ่งที่เคยเป็นความสุขสูญหายไปหมด (ภาพเขียน หรือแม้แต่ใบหน้าของคนที่รักในความทรงจำ) 

การที่คนสองคนไม่สามารถร่วมทุกข์เพราะวิธีคิดแตกต่างกัน  หากไม่ปรับวิธีคิด  ทางแก้เหลืออยู่วิธีเดียว คือ  แยกจากกัน  เพราะการที่มนุษย์จมห้วงทุกข์เพียงลำพังยังดีกว่ารู้ว่ามีอีกคนที่เคยร่วมสุข  แต่ไม่สามารถร่วมทุกข์

เพราะความคิดที่แตกต่างกัน  ไม่เข้าใจกัน แอนนี่ บอก คริส ตอนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลว่า

“เรามันต่างกันสุดขั้ว  ต่างกันจนทนอยู่ไม่ได้”

“ทำไมคุณไม่เป็นคนที่อยู่ในโรงพยาบาลบ้า  ลูกทั้งสองของเราตายไปนะ”

เมื่อเราต้องผจญเรื่องราวแสนสาหัสจนไม่อาจประคองจิตวิญญาณต่อไป มีแต่คู่ชีวิตเท่านั้นที่จะประคองเรากลับคืนสู่ “ชีวิต” แอนนี่รู้ว่าการที่เธอฟื้นคืนสู่ชีวิตอีกครั้งเพราะคริสช่วยเธอไว้  ไม่ใช่เพราะหมอ โรงพยาบาล หรือ ยา

images1
-4-

ตลอดเรื่องเต็มด้วยบทสนทนาเตือนสติสอนใจแฝงหลักปรัชญา-ศาสนา

“เราจะสร้างสติจากความสูญเสียนี้ได้อย่างไร?”

“ภาพเขียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดน่าทึ่งที่สุดในโลก  รองจากสมองของคนเรา”

“เวลาไม่มีในความฝัน”

“พ่อกับแม่ฟังความเห็นกันและกันเสมอ”

“คุณกลัวว่าคุณจะหายไป  คุณไม่ได้หายไปไหน  แค่ตายไปเท่านั้นเอง”

“ที่ที่จะอยู่ร่วมกันในบั้นปลายของชีวิต  แก่เฒ่าด้วยกันไปจนวันสุดท้าย”

“ที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์หรอกคริส  มันจะจบเมื่อคุณอยากให้จบ”

“เราได้เห็นในสิ่งที่เราเลือกแล้ว”

“มโนจิตสิของแท้  กายเนื้อเป็นแค่ภาพมายา”

“มนุษย์อยู่กับห้วงคิดคำนึง”

“สิ่งที่เปลี่ยนตามอำเภอใจที่เรียกว่าชีวิต”

“นาทีที่เราจะต้องผ่านช่วงเวลาทุกข์ใจที่สุด  ผมจะอยู่ข้างคุณ  คุณไม่ต้องเผชิญคนเดียว”

“คู่แท้จะอยู่ไม่ได้หากขาดอีกครึ่งของดวงวิญญาณ”

“คุณเลือกที่จะหนีหน้า หรือจะแก้ไข”

“การเดินทางของชีวิต  ล้วนอยู่ภายใต้กติกาธรรมชาติ”

“นรกไม่ใช่กระทะทองแดงเสมอไป  นรกของแท้คือชีวิตที่เลวร้ายสิ้นดี”

“เราไม่ควรทำลายตัวเองเพื่อที่จะรัก”

“ดื้อด้านเกินไปเขาเรียกว่าโง่”

“ดวงตาเป็นเครื่องสร้างมายาของจินตนาการ”

“ขุมนรกมีอันตรายของแท้ที่รออยู่ คือ เสียสติไปเลย”

“เรามันต่างกันสุดขั้ว  ต่างกันจนทนอยู่ไม่ได้”

“หน้าที่ของฉันคือใส่ความตื่นเต้น  และพาคุณผจญภัยในชีวิตคุณ  ส่วนคุณก็สอนฉัน” “อะไรเหรอ?” “จงอย่ายอมแพ้”

“สิ่งห่อหุ้มไม่สำคัญ  ทุกคนมีดีเหมือนกัน”

“สองตายายร่วมหัวเราะกับสังขารที่ร่วงโรยด้วยกัน”

“เวลาที่คุณได้คุณก็เสียเช่นกัน”

“บางครั้งเมื่อเรายอมเสีย  เราจะได้”

“เรื่องที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้  จริง ๆ แล้วเขาไม่เคยลองทำ”

“ฉันพร้อมเผชิญตราบที่มีคุณอยู่ร่วมชีวิต”

“เพื่อที่จะเลือกหนทางใหม่  พยายามอีกครั้ง”

“ทั้งชีวิตของมนุษย์สั้นเท่ากับหัวใจเต้นของที่นี่”

-5-

หนังจบลงด้วยเพลงที่เป็นบทกวี
ผมอมยิ้ม…
ใช้นิ้วปาดหางตา…
นิ่งฟังเพลงจนจบ
ดึงแผ่นออกจากเครื่องเล่น

นี่อาจจะเป็นรอบที่ ๔ หรือ ๕ แล้ว  แต่ละครั้งได้รายละเอียดมากขึ้นเรื่อย ๆ

เสียงเชลโล่ เสียงไวโอลินกังวานก้อง ต่างจากครั้งแรก ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจฟัง

คิดถึงตอนพบคริสและแอนนี่ครั้งแรกในโรงหนังซึ่งให้แสงด้อยคุณภาพจนทำให้หนังดูทึม ๆ อย่างน่าเสียดาย  แทนที่จะทำให้เธอคนข้าง ๆ ประทับใจอย่างหวัง  เราหลับทั้งคู่!  แต่เมื่อดูจากแผ่นในอีกหลายปีต่อมา  ผมก็พบคุณค่าจากเรื่องราวของพวกเขา

จนผมพบปัญหาชีวิต… 
เมื่อชะตากรรมเล่นตลก!

ผมบอก..ย้ำ..คนข้าง ๆ ให้ดูหนังเรื่องนี้
หวังให้หนังสื่อถึงสถานการณ์เลวร้ายที่เรากำลังประสพ
หวังให้หนังสะกิดใจค้นหาหนทางพากันผ่านพ้นช่วงเลวร้ายสาหัสนั้นไป

หรือ…อย่างน้อยเผื่อว่าเธอจะเข้าใจความทุกข์ของผม  กับช่วงเวลาที่คำพูด…คำอธิบาย….ไม่สามารถทำงานของมันได้

เธอไม่แม้จะหยิบแผ่นขึ้นมา
หรือไม่แน่ อาจไม่แม้แต่จะคิดดู

อาจขี้เกียจ….
งานยุ่งเกินไป….
ไม่รู้จะดูไปทำไม…
อยากจะดูแต่ไม่ได้ดูเสียที…ฯลฯ

ล้วนเป็นไปได้ทุกกรณี แต่ผลมีอยู่อย่างเดียว!
ไม่มีการสื่อสารเกิดขึ้นสำหรับ What Dreams May Come.
จนสัมพันธภาพเลวร้ายถึงที่สุด

ผ่านพ้นไป
เราตาย….จากกัน….

ผมกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากนรกเพื่อกลับมามีชีวิตใหม่

ผมพบเธออีกครั้ง….
บอกให้เธอดู What Dreams May Come อีก
เพราะอยากรู้ว่า….
ในภพใหม่…ชาติใหม่….เธอเข้าใจอะไรบ้างหรือยัง?
อดีตชาติให้บทเรียนอะไรกับเธอบ้าง?

เธอไม่ได้ดู…
คงจะไม่แม้จะคิด….

นรกของผม…คงไม่ใช่นรกของเธอ
เธอจึงหาผมไม่พบในนรกที่ผมเคยอยู่
และเช่นกัน….
เราคงไม่มีวันหากันเจอ…ในสวรรค์ของเรา 

***   

ที่ทะเลสาบimages3
เด็กน้อยสองคน…พบกัน
สำหรับการเริ่มต้นครั้งใหม่…สำหรับเรื่องราวใหม่
เรื่องราวของพวกเขาทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป..และต่อไป…

แต่สำหรับผม…คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง! 

OOO

Technorati Tags:

22 Responses

  1. [...] Silicon Republic placed an observative post today on มอà¸à¸à¸µà¸§à¸´à¸à¸à¹à¸²à¸..What Dreams May ComeHere’s a quick excerpt [...]

  2. เป็นกำลังใจให้นะคะ..
    บางครั้งสิ่งที่เรารักมาก อาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับเรา (จริงๆ)
    ฉันเคยคิดอย่างนั้น
    เดินออกมาจากเส้นทางเดิม เราจะพบสิ่งใหม่ๆ ซึ่งบางครั้งอาจดีกว่าเดินทางเก่าที่มีภาพความรู้สึกที่ติดลบ
    ในทางที่เราเลือก แม้ไม่มีใคร ก็ยังดีกว่ามีน้ำตา

    วันหนึ่งเราอาจรู้ว่า เรามีชีวิตที่เข้มเข้งอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อผ่านความเจ็บปวดเหล่านั้นมาได้

  3. โอ..ขอบพระคุณขอรับท่าน Siriluck
    ข้าพเจ้าจะถนอมกำลังใจจากท่านไว้
    .
    เพียงหนนี้เป็นงานเขียนน่ะขอรับ แทนที่จะรีวิวเฉย ๆ ข้าพเจ้าใส่เรื่องซ้อนลงไป
    .
    โอ..ขออย่าเพ่อเข้าใจไปว่าข้าพเจ้าอกหักร้องไห้ขี้มูกโป่งนะขอรับ
    .
    ขอบคุณ..ขอบคุณ..

    คารวะ

  4. อ้าว.. แหะๆ (แป่ววว)
    ข้าพเจ้าตกใจหมด นึกว่าท่านเศร้าเพราะโดนความรักทำร้ายซะแล้ว
    ดีใจที่ไม่ใช่เรื่องจริงน้า.. :D

  5. จะอาวววเรื่องใหม่
    จะอาวววเรื่องใหม่
    เรื่องนี้ข้าพเจ้าอ่านไปสามรอบแล้วเจ้าค่ะ

    ว๊าก! ไม้ตียุง

  6. อ้อ..ลืมไป

    “หย่า” เจ้าค่ะ ไม่ใช่ “อย่า”

  7. ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
    ยังหาไม่เจอเลยอยู่ตรงไหน?
    แต่คงต้องหาต่อไป โทษฐานหย่าไม่ดูตาม้าตาเรือ ลูกหนึ่งแล้ว เจ็บใจจริง ๆ โธ่..นิโคล..
    .
    (อเวท้าร์มีลิ้งค์แล้วเก่งจัง!)
    ;)

  8. เคยมีคุณหมอท่านหนึ่งที่ถนัดเป็นศิราณีเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนมาขอคำปรึกษาปัญหาระหว่างตนกับแฟน โดยเพื่อนเล่าว่า
    “แฟนเราเวลาเข้าห้องน้ำชอบทำฝาโถส้วมเลอะ เจอทีไรหงุดหงิดทุกที”

    พอคุณหมอเจอแฟนเพื่อนเลยลองเลียบเคียงดู ได้ความว่า
    “แฟนผมเวลาเข้าห้องน้ำชอบไม่ยกฝาโถส้วมขึ้น น่ารำคาญจริง ๆ”

    และคุณหมอสรุปให้พวกเราฟังว่า
    “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้หญิงหรือผู้ชายที่ต้องยกฝาโถส้วมขึ้น แต่อยู่ที่ว่า ความรักมันจืดจางลงจนกระทั่งขนาดฝาโถส้วมยังยกให้กันไม่ได้ตะหาก”

    จบ

  9. โอ..
    ลองทบทวนดูขอรับ
    จะเห็นว่ากรณีตัวอย่างที่ยกมาขาดความสมจริง
    คล้ายต้องการชักตัวอย่างไปหาบทสรุป(ดังใจ)
    .
    ปัญหาแนวนี้คุยกับประภาสก็เคยตอบ
    .
    ประเด็นคือ นายคนนั้นติดยืนฉี่
    ไม่ว่ารองนั่งจะยกหรือไม่ พวกก็ยังยืนฉี่(ทำเลอะโถ)
    .
    ท่านประภาสตอบฝ่ายหญิงที่ถามมา..
    ต้องตัดสินใจว่าจะอยู่กับคนยืนฉี่รดโถได้หรือไม่?
    (ไม่ใช่ความรักจางนะ มาพบนิสัยตอนอยู่ด้วยกันแล้ว)
    .
    .
    เออนะ..ว่าแต่เกี่ยวใดกับรีวิวล่ะเนี่ย สงสัยมุกซ้อนหนังจะไม่เวิร์คเสียเป็นแท้ แหะ แหะ
    .
    ขอบคุณขะรับท่าน mafee
    .
    คารวะ

    ปล.ไม่ทราบท่านผ่านตาคอหอสองหรือยังอ่าขะรับ?

  10. ไม่เกี่ยวหรอกค่า เพียงแต่ไม่รู้จะเม้นยังไง เพราะเผลออินกับเรื่องจัดไปหน่อย
    คือพออ่านเกี่ยวกับ “เธอ” ที่ไม่ยอมดูหนังสักที เลยนึกขึ้นมาถึงเรื่องความรักที่มันจืดจางลง นิสัยที่มักง่ายขึ้นของคู่รักเมื่อคบกันนาน ๆ จนไม่มีความแปลกใหม่เหลือ
    นึกถึงอีกเรื่องละ The Way We Were ไง ถึงจะรักกัน แต่ “เรามันต่างกันเกินไป” เลยต้องจากทั้งรัก แค่ความรักอย่างเดียวมันคงจะไม่พอ (ไม่ได้ดูเองทั้งเรื่องหรอกนะ อาศัยอ่านรีวิวมาเหมือนกัน)

  11. ผมเคยดูแล้ว ไม่จบ เพราะไม่รู้เรื่อง บวกกับตอนนั้นเป็นตลับชนโรง

    ยิ่งเสียอารมณ์หนัก…

    เห็นแผ่นแว้บ ๆ ที่แผงหนังเก่าใกล้บ้าน ว่าจะหยิบ ก็ยังไม่กล้า ดันหยิบ พลาทูน กัมพ์ ก็อดฟาเธอร์ เลเจ้นออฟเดอะฟลอ ฯลฯ

    แต่ชอบเรื่อง แพทอดัม และ กู๊ดมอร์นิ่ง เวียตนาม ของโรบิน มาก ๆ และ อีกหลายเรื่อง แต่ยังไม่มีเรื่องนี้

  12. ชะตาคนบนฟ้าขีดหรือความอยากรู้อยากเห็นนำพาให้ข้าเจ้าเข้ามาอ่านเรื่องนี้?
    ณ จังหวะที่กำลังฟังเพลง “ชีวิตที่เจ็บปวดของคนป่วย” โดยมาโนช พุฒตาล พอดี!!!

    .

    “ต่างจากคนอื่นตรงไหน ชีวิตที่ฉันใช้ เป็นไปตามสัญญา
    โปรดเถิดช่วยตอบคำถาม ชีวิตต้องบอบช้ำด้วยเวรกรรม ทวงสัญญาคำสาป”

    หลังจากอ่านจบข้าเจ้าลุกจากเก้าอี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ อาบน้ำล้างคราบน้ำตา ท่านดิน…ท่านรู้อะไรไหม
    ข้าเจ้าเพิ่งเสียน้ำตาให้ในการเลิกลากับคนในอดีตเป็นครั้งแรก ตอนนี้-ที่นี่
    ทั้งๆ ที่ข้าเจ้ารักเขามาก แต่การไม่มีน้ำตาสักหยดทำให้เขาถอดความว่า…ข้าเจ้าไม่เคยรักเขาเลย

    เรานอนดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน จังหวะที่ชีวิตรักมีปัญหาเช่นกัน
    เราดู เราตระหนัก เรากลับมารักกันดีดีใหม่อีกครั้ง
    ทว่าสุดท้าย…เราก็ต่างต้องแยกย้ายเพราะไม่เคยมองอะไรตรงกัน

    .

    “เมื่อร่างกายเกิดเปลี่ยนแปลงตัวตนก็เปลี่ยนไป เนื้อร้ายในร่างกายทำใจเราเปลี่ยนแปร
    ร่างกายยิ่งอ่อนแอ อารมณ์ยิ่งอ่อนไหว ตัวฉันมีโรคร้าย”

    เราต่างกันสุดขั้วมาแต่ไหนแต่ไร
    ต่างกันทั้งความคิดและวิถีการใช้ชีวิต
    ความต่าง…โดยเฉพาะต่างในความคิด
    ก่อเกิดรอยแผลเล็ก เบิกทางให้เชื้อโรคเข้า ปล่อยให้หัวใจมีโรคร้าย

    .

    “ผิดบาปมาแต่หนไหน ทำเลวกับใครไว้ ต้องชดใช้ ใช่หรือเปล่า
    เชื่อว่าเป็นเหตุเป็นผล แต่ผลของเหตุผล ทนได้หรือเปล่า ความเป็นจริง”

    เพราะทุกอย่างในโลกมนุษย์ล้วนสัมพันธ์ไม่อาจแยกอยู่อย่างปัจเจก
    เหตุหนึ่งเพราะมนุษย์อ่อนแอเกินกว่าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียวได้
    แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็พังภินท์ ความรัก-ความฝัน-ความหวัง

    มิทราบว่าท่านเคยประสบเหตุการณ์โลกถล่มทลายย่อยยับต่อหน้าไหม
    หากเคย…ท่านคงรู้มันเจ็บปวดเพียงใดในการลืมตาทุกเช้า
    ตื่นขึ้นมายามเช้า เพื่อฆ่าตัวตายในทุกค่ำคืน ข้าเจ้าเป็นเช่นนั้นนานเนิ่นหลายเดือน

    .

    “ฉันจำเป็นต้องยอม ยอมรับความจริง ร่างกายไม่ใช่ทุกสิ่ง ความจริงคือเข้าใจ
    ฉันจะไม่ยินยอม ยอมแพ้ความตาย ฉันจะไม่ยินยอม ชีวิตเรานั้นยิ่งใหญ่”

    ครูสอนศิลปะข้าเจ้าบอกว่า “จงใช้ศิลปะในการบำบัดจิตใจตนเถิดหนา”
    ทว่าข้าเจ้าอ่อนแอเกินกว่าจักจับพู่กันมาตวัดวาดลงเฟรมผ้าใบด้วยสีน้ำมันได้
    ด้วยกลิ่นนั้นเรียกความทรงจำ ยามใครบางคนเคยนั่งวาดภาพเคียงกัน
    ที่สำคัญคือข้าเจ้าไม่เคยล้างพู่กันเอง ข้าเจ้าแพ้กลิ่นน้ำมันสน ข้าเจ้าจึงทนไม่ได้กับศิลปะประเภทนี้

    ท่านดิน…ท่านรู้อะไรไหม วันนั้นสีน้ำมันตรงหน้าข้าเจ้าถ้าผสมกันจริงๆ หลักร้อยก็ว่าได้
    กต่ไม่ว่าข้าเจ้าจะผสมยังไง เฉดสีเศร้าก็ปรากฎตนทุกครั้งไป

    ข้าเจ้าหาวิธีใหม่…ใช่การเขียน…พี่ชมพูบอกข้าเจ้าให้เขียน ยิ่งเขียนเหมือนข้าเจ้าได้เรียนรู้ตน

    เข้าใจและหันมองชีวิตตนใหม่ด้วยสายตาที่เอ็นดูมันยิ่งนัก!!!

    .

    “ท้องฟ้าสีคราม แม่น้ำลำธารช่างสวยงาม เมื่อยามเรามอง
    เป็นสุขเถิดในวันนี้ อย่ารอถึงพรุ่งนี้ ทำดี”

    ข้าเจ้าผ่านพ้นภาวะจะเป็นก็ไม่เป็นจะตายก็ไม่ตายตรงนั้นมาแล้ว

    บางคนว่า…เพราะข้าเจ้ามีคนใหม่
    บางคนว่า…เพราะข้าเจ้าไม่เคยเสียใจในการเลิกลา
    บ้างว่าอีกว่า…ดีแล้วหนาที่เลิกกัน

    ทุกวันนี้เรายังคงมองอะไรไม่ตรงกัน

    วันหนึ่งขณะที่ข้าเจ้าเดินทางไปมหานทีสี่พันดอน
    ข้าเจ้าสูดอากาศของที่นี่ด้วยหัวใจเบิกบาน
    ที่นี่ไง…ที่ที่ครั้งหนึ่งคนในอดีตข้าเจ้าเคยมาเยือน
    ข้าเจ้าเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวลาวใต้ ณ ครั้งนั้นว่า
    มหานทีสี่พันดอนสร้างความพึงใจที่จะมองเขาอยู่ข้างหลังเยี่ยงนี้ตลอดกาล

    ทว่าเขากลับถอดความว่า…ข้าเจ้าต้องการกลับไปสู่ความรักนั่นใหม่

    เที่ยงคืนพอดีเป๊ะ…หลากคำพูดมิอาจพรั่งพรูดังใจคิด

    ด้วยหัวใจข้าเจ้าตอนนี้มันเริ่มไม่รักดี มันบอกข้าเจ้าว่า “พาฉันไปจ่อมจมกับอดีตครั้งนั้นหน่อยได้ไหม”
    ดูสิท่านเจ้าหัวใจมันพูดได้กระไร
    มันช่างไม่นึกถึงหัวใจของใครอีกดวงเอาเสียเลย

  13. ฟังสิหัวใจฉันพูดว่าไง?
    หรือมันจะไม่
    เหมือนหัวใจ
    ของใครอีกดวง?

    -คนไร้ใจ-

  14. เดี้ยนชอบฉากที่ คริสไปตามหาแอนนี่ในนรกอ่ะคร่ะ
    คือเป็นฉากที่แสดงถึงความรักจริงใจที่คริสมีให้แอนนี่

  15. ฉากนั้นใช้งานศิลปะคลาสสิคหลายชิ้น
    กระทั่งตกลงไปยังโบสถ์กลับหัว และบ้านที่ขาดการเอาใจใส่ดูแล(สื่อความเป็นนรก)
    ..
    ขอบคุณที่แวะร้านกล้วยฯขะรับ
    .
    คารวะ

  16. ผมหลงรักหนังเรื่องนี้จับใจครับดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อครับ

  17. วิชวลคาเฟ่ของท่านจ๊าบดีขอรับ

  18. สวัสดีค่ะ ท่านดิน
    สบายดีมั๊ยคะ แวะมาทักทายค่ะ :D

  19. อา…หลังนี้ยังมีความเคลื่อนไหว

    มาเยี่ยมขอรับ

  20. เคลื่อนไหวหมดล่ะขอรับพี่ท่าน
    เน็ตข้าพเจ้าช้า(มั่ก) เลยเปิดแต่หน้า GFeed ที่เดียว เก็บทุกอย่างไปรวมอยู่ที่นั่นน่ะขอรับ (ทั้ง Posts ทั้ง Comments ของร้านประทีปะด้วย)

    คารวะ

  21. หนูดูหนังเรื่องนี้ครั้งเดียวก็ติดใจเนื้อหาดีจริงๆ อยากให้เด็กรู่นเดียวกัน(ประมาณม.ต้น)
    หัดดูหนังแบบนี้บ้าง มันล้ำค่ามากเลย ทุกอณูของมันเป็นการถ่ายทอดสิ่งดีๆ ถ่ายทอดความรักที่ถูกต้องในแบบที่มันควรจะเป็น ไม่ว่าจะนรกหรือสวรรค์ก็อยู่ที่เรานั่นหล่ะ ดูจบแล้วสะอึกสะอื้นค่ะ ดูเท่าไรก็ไม่เบื่อจริงๆ ภาพก็สวยเนื้อเรื่องก็น่าประทับใจสุดยอดจริงๆ ต้องขอขอบคุณคุณพ่อของหนูเลยนะ ที่เอาหนังดีๆมาให้ดู สมัยนี้คงหาหนังแบบนี้ยากมากเลยนะ
    ส่วนชีวิตคงต้องดำเนินต่อไปค่ะ

    ว่าแล้วก้อไปจิ๊กพ่อมาดูกันอีกรอบดีกว่า…
    เน๊อะ

ใส่ความเห็น