อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านmafee
ขอบพระคุณสำหรับเรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
ขอท่านคิดเสียว่ามีมิตรน้อยหน้าตาเด๋อด๋าคิ้วเลิกสูงเหมือนใคร่รู้อยู่ตลอดเวลา ดวงตาจ้องเขม็งยามนั่งฟังท่านเล่า ปลายผมตกเคลียตาไม่ยอมปัดเพราะมัวจดจ่อน้ำเสียงท่าน
คำ “ปัจจุบันมิใช่เพียงจุดจุดหนึ่ง หากแต่เป็นเส้นที่ต่อเนื่องกันไป” นั้นเปิดตาเปิดใจนัก
คนเราถูกเงาอดีตตามหลอกหลอนจนส่งผลต่อบุคลิกภาพ วิธีคิด การดำเนินชีวิตปัจจุบัน ที่ร้ายโดยมากเป็นเงาแห่งความปวดร้าว ระทมทุกข์ เราล้วนปล่อยเงาร้ายครอบงำโดยไม่รู้ตัว ส่งผลเป็นคนมองโลกด้านลบ ก่อปัญหาต่อผู้คนรอบข้าง
เพียงค้นหาให้พบและชะล้างเงานั้นออก ชีวิตปัจจุบันของเราก็จะเต็มชีวิต
บทสรุปของเรื่องงามนัก หากท่านไม่เล่าจนจบไหนเลยข้าพเจ้ารับรู้สารนี้ได้ คงมีก็แค่ดวงตาเบิกค้างด้วยความสงสัยใคร่รู้
เพิ่งทราบว่าการเล่าเรื่องย่อจนจบคือการสปอย (ไม่ทราบเป็นคำเดียวกับตามใจจนเสียนิสัยหรือไม่ขอรับ?)
ผู้น้อยหาใช่นักรีวิว หรือนักอ่านรีวิวแต่อย่างใด เพียงอยากเสนอความรู้สึกตามประสาอักษราณมิตรต่ำต้อย
ผู้น้อยเชื่อว่าการเล่าเรื่องย่อบางครั้งหาได้ทำลายอรรถรสของนิยายนั้น ๆ ลงเลย เพราะองค์ประกอบแห่งนิยายนั้นซับซ้อนนัก เนื้อเรื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น บ่อยครั้งที่ผู้คนอ่านนิยายเรื่องหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาหาได้อ่านเพียงเนื้อเรื่องเป็นแน่
แต่การจะเล่าเนื้อเรื่องมากน้อยแค่ไหน โดยไม่ทำลายรสนั้น น่าจะขึ้นกับสารที่เรื่องนั้น ๆ ต้องการสื่อ คิดถึงหนัง ‘ซิกเซ้นส์’ (ที่บรู้ส วิลลิสแสดง)
ไฮไล้ท์ไม่ใช่เนื้อเรื่อง แต่เป็นการที่ตัวเอกของเรื่องหารู้ตัวไม่ว่าร่างตนที่ดำเนินเรื่องมานั้นได้เสียชีวิตแล้ว!
นักรีวิวสามารถเล่าเรื่องไปได้จนจบ โดยไม่บอกจุดนี้ออกไป เพราะหากบอกย่อมทำลายรสของหนังอย่างสิ้นเชิง
นั่นคือแก๊กของเรื่องซึ่งเราจะปล่อยให้ผู้เสพ รับรสด้วยตัวเอง
จึงคงเป็นวิจารณญาณของนักรีวิวที่จะจับจุดที่ว่าของแต่ละเรื่องอยู่ที่ใด และเราไม่เข้าไปเผยตรงนั้น
อย่างเช่นเรื่อง Reisei to Jounetsu no Aida: Rosso นี้ อรรถรสน่าจะอยู่ที่อารมณ์เปลี่ยวเหงาของหัวใจโหยหารัก ทั้งมีความรักล้อมใจอยู่อย่างนั้น ซึ่งจะสัมผัสได้ก็โดยการผ่านตาด้วยตัวเอง ขอท่าน mafee อย่างเกรงเลยว่าเรื่องย่อจะทำให้สูญอรรถรส
ผู้น้อยเข้าใจถูกบ้างหรือไม่..ท่าน mafee คิดเห็นเช่นไรขอรับ?
คารวะ
@ Planetarium : ร้อนแรงและเยือกเย็น
