เช้าวันอาทิตย์สวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน
โพสท์บ้านหนอนไม่ได้ล่ะสิ อิ อิ อิ
แทบทุกเช้าวันอาทิตย์ข้าพเจ้าจะไปนั่งตาละห้อยมีขี้ตาเป็นมู่ลี่กันแสงเช้าแผดตา สอดส่ายมองชีวิตผู้คนเดินไปเดินมาเหมือนละครเวที จ่ายค่าดูสิบบาทแถมชาร้อนหนึ่งแก้ว ข้าพเจ้าปากไม่สุขซดชาอย่างเดียวดูจะเหลวเป๋วไปสักหน่อย ระหว่างทางมาเพิงน้ำชาแวะหยิบปาโก๋สองตัว เด็ดเป็นสี่ท่อนใส่ชาตักเคี้ยวกรอบ ๆ นุ่ม ๆ
บางครั้งยังนั่งบ่น ‘ไปเอานิสัยนี้มาแต่ไรวา?” ยังมี ‘หง่อมป่านฉะนี้ติดนิสสัยกินเป็นเด็ก!‘
เป็นอันว่าชาวบ้านร้านตลาดเขาดื่มน้ำชาโดยการซด ข้าพเจ้าใช้ช้อนชาตักทีละคำละคำ เคี้ยวไปมองชีวิตผู้คนไปแลคิดถึงพี่ท่านไป
พี่ท่านอาจสงกา ‘มาคิดถึงตูข้าทำหยังวา?’ อีกหน่อย ‘ดูท่าจะลักเพศ!‘ นั่นน่ะสิขะรับ เป็นสาว ๆ ไปอย่าง คิดถึงเช้าเย็นน่าเพลิดใจ ทะลึ่งมาคิดถึงพี่ท่านหาตะบักตะบวยอะไร!
ข้าพเจ้าว่าเป็นเพราะเจ้าสวัสดีวันอาทิตย์เนี่ยะแหละขะรับ
นับแต่สวัสดีวันอาทิตย์เริ่มออกเดินทางในนาม Good Morning Sunday กระทั่งพี่ท่านเปลี่ยนหัว เป็นอักขระไทยโทษฐานภาษาสยามนิยมเหนียวแน่น เลยล่วงเวลาจนบัดเดี๋ยวนี้ ผู้น้อยคิดทุกครั้งคราถึงวันอาทิตย์ คิดทุกทีนั่งป๋อหลอมองสาว ๆ นวยนาดผ่านไปมาอยู่ในเพิงร้านน้ำชาตลาดนัด คิดจะเขียนความเรียงตามก้น ‘สวัสดีวันอาทิตย์‘ คิดจนสวัสดีฯ ล่วงวันครบปีข้าพเจ้าก็ยังคิดไม่เสร็จ ป่านฉะนี้ยังไม่ได้ลงมือสักที
โดนหมัดสวัสดีฯ พี่ท่านแย็บจนบวมปูดเป็นลูกมะกรูดเต็มหน้าแล้ว ยังไม่มีปัญญาสวนสักหมัด
เช้านี้เป็นอีกหนึ่งยกที่นั่งมองผู้คนไปคิดถึงพี่ท่านไป ใจนั่งเขียนบทความในอากาศ เรื่องโน้นก็ขำเรื่องนี้ก็ขำ (นั่งขำอยู่คนเดียว) อ่ะนะหากเอาไปแย็บแลกหมัดพี่ท่าน น่าออกรส แต่เอ..มันจะไปได้สักกี่น้ำกี่ยกกันวา ตลาดนัดรึมีอยู่แค่เนี้ยะ! คนก็หน้าเดิม ๆ แล้วจะเอาเรื่องอะไรมาโม้นักหนา เกรงฟุตเวิร์คสักสองสามยกหมดแรงม้วนเสื่อลงเวที
ชาเหลือก้นแก้ว สั่งข้าวต้มโจ๊ก
คิดต่อ..
‘จะอะไรนักหนา..หมดปัญญาก็ร้องเพลงอริสมันต์ยอมยกธงเซ่!‘ นั่นสินะจะเอาอะไรนักหนา ข้าพเจ้าคิดพลางนั่งผงกหัวหงึก ๆ ปากเคี้ยวข้าวต้มไป บนถนนเต็มด้วยผู้คน สายตาข้าพเจ้าสแกนแต่สาว ๆ
มีสาวเจ้าประจำที่ข้าพเจ้านั่งมองแต่ยังเด็กกะเปี๊ยกขี้มูกโป่ง ส่งยิ้มให้เจ้าหนูยิ้มเอียงอาย มายามนี้ข้าพเจ้าส่งยิ้มเดิม มุมปากก็องศาเดิม ๆ แต่น้องนางมองเมิน ชักมีจริตวัยสาว ความบริสุทธิ์ค่อยเลือนสลาย..ไม่เป็นไร..ข้าพเจ้าปลอบใจยิ้มที่กระเด้งกลับมาพลางลูบหัวมันเบา ๆ มันคงเข้าใจ..ส่ายหางดิ๊ก ๆ ตอบ
ผู้คนเริ่มวาย แม่ค้าเริ่มเก็บร้าน
นักสอดแนมตลาดนัดได้เวลาจรลี ข้าพเจ้าจ่ายค่าน้ำชา ข้าวต้ม ลุกเดินเลาะหลังเวทีโดยเดียว หันกลับไปมอง บนเวทีถนนตลาดนัดยังมีนักแสดงเดินไปเดินมา ก้มหยิบโน่นซื้อนี่อยู่ประปราย
ไม่มีใครจ่ายค่าตัว ทุกคนแสดงด้วยความเต็มใจ สวมบทถึงบาท ไม่มีโอเวอร์แอ็ค ไม่มีบทพูดแอ็บแบ๊ว
แล้วจะเสียเวลานั่งดูทีวีให้แสยงลูกกะตาทำไรนะพี่ทั่น คนพวกนั้นโผล่ตอนเดียวแกล้งทำสีหน้าเว่อร์ ๆ ส่งเสียงรำคาญแก้วหู รับตังค์สี่ห้าหมื่น สบายเฉิบ
ยิ่งดูก็ยิ่งส่งเสริม เงินสะพัดอยู่ดีกินง่ายกันถ้วนหน้า เห็นควรโยนทิ้งไปเลยขอรับทีวี!
หากพี่ท่านเกรงทิ้งขว้างแล้วก่อมลภาวะ พี่ท่านโยนมาทางขนำข้าพเจ้าก็ดีขอรับ!
คารวะ
ดิลล์
@ ร้านหนังสือประทีป : สวัสดีวันอาทิตย์
Filed under: เช้าวันอาทิตย์ | Tagged: ● ความเรียง
