คลื่นใหญ่ (ต่อ)
พวกเพื่อน ๆ ตัดสินใจออกจากเกาะ(โดยเฉพาะสาว ๆ) แต่ท่านเซ้งไม่ยอมกลับผมจึงตกกระไดพลอยโจนกับมันไปด้วย เรารอข่าวสารช่องทางเดียวจากซีเล็ก อย่างน้อยยืนยันว่าเรือเฟอร์รี่สามารถข้ามฟากได้ตามปกติแล้วเพื่อนจะได้ออกเดินทาง รอจนเย็นได้รับข่าวยืนยันเรื่องเรือเฟอร์รี่..เพื่อน ๆ จึงเดินทางกลับ
ส่งเพื่อน ๆ ออกจากอุทยานฯ เสร็จเราเฝ้าโทรฯ เช็คด้วยความเป็นห่วงว่าจะข้ามไปได้หรือไม่ แต่โทรฯ ไม่ติด เราผลัดกันเดินไปหาจุดที่มีสัญญาณพยายามโทรฯ เป็นระยะยิ่งไม่รู้ข่าวคราวยิ่งทำให้กังวล ทั้งพยายามติดต่อทางบ้านกลัวคนทางบ้านจะเป็นห่วงแต่ก็โทรฯ ไม่ติด จนประมาณ ๓ ทุ่มจึงได้รู้ว่าเพื่อน ๆ ขึ้นฝั่งโดยปลอดภัย เราฝากให้เพื่อนติดต่อทางบ้าน
เป็นอันหมดห่วง..ทีนี้เหลือแต่เรา
ข่าวลือชิ้นใหม่บอกว่า…ช่วง ๕ ทุ่ม คลื่นจะมาอีก…คราวนี้จะสูง ประมาณ ๔๐ เมตร!
ข่าวอย่างนี้เล่นเอาผมประสาทกิน หากสูง ๔๐ เมตรจริงก็ไม่มีอะไรเหลือ คิดภาพตัวเองถูกคลื่นซัดแบบไม่มีทางรอดแล้วสยดสยอง! ซีเล็กชวนขึ้นไปนอนบ้านพัก จะอย่างไรก็ปลอดภัยกว่าลานอุทยานฯ เราตกลงย้ายข้าวของ ช่วยกันหาที่ทางเอารถไปจอดสูงขึ้นอีกหน่อย เพื่อนแค้มป์ฝรั่งทั้งสองขอให้ซีเล็กพาขึ้นบนเขา พวกเขาจะนอนที่นั่น ก็เป็นความคิดที่ดี ผมกับท่านเซ้งมองหน้ากัน แต่ผมกลัวงูพอ ๆ กับกลัวคลื่น เราเลือกนอนบ้านพักซีเล็ก
เรานั่งหลังพิงข้างฝาคุยกันสัพเพเหระจนท่านเซ้งซีเล็กเงียบเสียง
ผมยังนั่งเงี่ยหูฟังเสียงคลื่น (แบบว่า..ประสาทรับประทาน) เฝ้าเหลือบมองนาฬิกาจนพ้น ๕ ทุ่ม..ผมนั่งหลับไปแบบไม่รู้ตัว
รุ่งเช้า
เราออกสำรวจหน้าหาด ซากไม้เศษหินเศษปะการังกระจัดกระจายไปทั่ว กระแสน้ำยังไหลรุนแรงยากคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ไม่มีใครกล้าเดินไปที่ปลายแหลม
ทุกอย่างหยุดสนิทไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแม้รายเดียว เราไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้างจะออกไปก็ไม่กล้าเพราะเมื่อคืนรถโฟว์วีลส์ของอุทยานฯ โดนตะปูยางรั่วตอนกลับเข้ามาพร้อมข่าวเรื่องข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนถนน
สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ ก็คือความไม่รู้และอาการหวาดผวา ผมไม่สามารถลงไปว่ายน้ำในทะเลได้อีก..ลองลงไปแล้ว..เกิดอาการผวา..ไม่กล้าหันหลังให้ทะเล..ไม่กล้าก้มหน้าว่ายน้ำ..สุดท้ายไม่กล้าลงทะเลอีก ตอนนอนก็หลับไปทั้งหูคอยฟังเสียงคลื่น
วันถัดมา…พี่ชาติหัวหน้าซีเล็กชวนออกไปดูข้างนอกเราจึงได้เห็นสภาพความเป็นจริง
เราโชคดีที่อุทยานฯ เป็นเนินเขาจึงรอดพ้นหายนะ สภาพด้านนอกเสียหายยับเยินโดยเฉพาะบังกาโลว์ริมหาด บางที่เสียหายร้อยเปอร์เซ็น เราเห็นแต่ซากหักพัง ภาพฝรั่งกำลังคุ้ยเขี่ยข้าวของบนพื้นหาทรัพย์สินของตัวเอง
ทำให้น้ำตาซึม…
พี่ชาติรับฝรั่งสองคนมีเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นทรัพย์สินหลงเหลือไปหาเพื่อนซึ่งพักบังกาโลว์บนเนิน เมื่อไปถึงเราจึงได้เห็นภาพข่าวจากจอทีวี
ถึงกับตะลึง!
ความรุนแรง..ความสูญเสีย..ยิ่งกว่าเราเห็นที่ลันตาอีกหลายเท่า!
วันต่อมาเราช่วยกันเก็บเศษขยะจนอุทยานฯ อยู่ในสภาพสะอาดตาเหมือนเดิม แต่…ทุกอย่างหยุดสนิท
จนผ่านวันส่งท้ายปีเก่าที่เคยคิดกันว่าต้องเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวก็เงียบสนิท ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแม้รายเดียว ขณะผ่านคืนวันเงียบเหงา คุณนามาลาด้วยน้ำตาไม่อยากจากไปแต่ครอบครัวมาตามเพราะความเป็นห่วง ผมกับท่านเซ้งอยู่ผ่านช่วงปีใหม่มาอีกหลายวัน เราก็ตัดสินใจกลับ
OOO
บทส่งท้าย:
วันเวลาเดินทาง?
หรือว่าชีวิตเราเดินทาง?
ผมเคยสงสัยว่า..หากเราอยู่นิ่ง ๆ เราจะเดินทางได้มั้ย?
แล้วผมก็ได้คำตอบ
กับการเดินทางของผม..ผมแทบไม่ได้ไปไหนไกลเลย
ผมใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะลันตา
เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านมา-ผ่านไป เกิดขึ้น-จบลง
ล้วนนำชีวิตผมเดินทาง..ผ่านความสุข..ความเศร้า..ดีใจ..เสียใจ..
ผ่านความรัก..ความชัง..ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่..ความเห็นแก่ตัว..ฯลฯ
เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไป…
ก็ได้คำตอบว่า..ทั้งหมดล้วนเป็นภาพมายา…
ทุกอย่างล้วนผ่านพ้น
แม้เราอยู่นิ่ง ๆ ทุกอย่างก็จะเดินทางผ่านพ้นเราไป
ผมเรียนรู้ที่จะเลือกเก็บไว้แต่สิ่งดี ๆ
พยายามคิดและกระทำสิ่งดีต่อผู้คนรอบข้าง
เผื่อว่า..สักวัน..เมื่อเราเดินทางย้อนอดีตได้..
เราจะได้นั่งดูภาพสวย ๆ…ความทรงจำดี ๆ
…ด้วยกัน
-จบ-
ขอบคุณ
พี่สุมิตร… สำหรับประสบการณ์ของนักอนุรักษ์และคำชวนไปแค้มป์ถ้ำที่พวกเรายังใจไม่ถึง
พี่ชาติ…สำหรับเหล้าทุกแบน..มิตรภาพทุกหยด
คุณริน…สำหรับอาหารอร่อยทุกจานที่พวกเราไม่เคยได้ช่วยล้าง และเบต้าดีนที่ผมไม่ได้คืน
ช่างโก…สำหรับเบ็ดที่ผมทำติดโขดหินบ้าง…ติดปากปลาปักเป้าไปบ้าง
กุ้ง, สายชล, จอย, ม่อน,….ที่ทำให้วันเวลาของผมไม่เงียบเหงา
เหล่า F4 ที่ช่วยกันกวาดลานทุกวัน (จนรากไม้โผล่ขึ้นมาให้ผมเดินสะดุดหัวทิ่มยามค่ำคืน)
เป็ดและภรรยา…สำหรับการช่วยเหลือ…บทเรียนเรื่องขับ Off Road และ ข้าวผัด, ราดหน้าอร่อยทุกจาน
วิทย์…สำหรับข้าวสาร ๒ กิโลแรก
ป้า…สำหรับการดูแลทำความสะอาด
อุ๊….คงเป็นคุณแม่คนใหม่แล้ว
ขอโทษ…ฉิม…ผมไม่ได้แวะเยี่ยมที่ ร.พ.
และสุดท้าย..ซีเล็ก..ผู้สอนให้ผมรู้จักมิตรภาพที่เต็มหัวใจ..
ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันรักษา..ต้นไม้ทุกต้น..ก้อนหินทุกก้อน..ทรายทุกเม็ด..สรรพสัตว์ทุกตัว..ให้คงอยู่กับอุทยานฯของเรา
-ธุลีดิน-
๕ มกราคม ๒๕๕๑

ขอพรคุณพระคุ้มครองท่านสหัทยาให้ทุกอย่างผ่านพ้นด้วยดีแข็งแรงในเร็ววันขอรับ
Filed under: แรมทาง, ● ความเรียง | Tagged: ท่องเที่ยว, ลันตา
