ลมปลายปีก : หกบรรทัด
ข้าพเจ้าไม่เคยเชื่อเลยว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยลองดูยอดจำหน่ายของไทยรัฐสิขอรับ(นั่นรายวันนะทั่น) ไหนจะนิตยสารดาราที่ผุดกันเป็นดอกอุตพิดหน้าฝน ไม่ทราบแหล่งข้อมูลเหล่านั้นเขาไปสำรวจที่ไหนกัน ผู้น้อยสำรวจแถว ๆ ร้านกาแฟหัวตลาด เห็นอ่านกันจนต้องนั่งคอยคิวหมดกาแฟไปสองแก้ว ชาร้อนอีกสามยังไม่ได้อ่านเลยทั่น
มีเสียงกระซิบว่า.. “เอาแต่อ่านข่าวสารไม่ประเทืองปัญญา”
“ก็แล้วหากอ่านเรื่องสั้น,นิยายทั้งปีทั้งชาติได้ปัญญาอะไรมาใช้ถอดแฟคตอเรียลมิทราบ มันก็แค่บันเทิงเริงใจ?” (ผู้น้อยกระซิบตอบ)
“ไม่เอานาอย่าพาล..อ่านเรื่องแต่งดี ๆ ให้แง่คิด เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้โลก ก็รู้อยู่อย่าแกล้งขวาง” (เสียงกระซิบมันบอก)
“มันก็แค่เรื่องแต่ง มีเรื่องจริงให้เรียนรู้เห็น ๆ อยู่ทุกวี่วัน อ่านวิธีว่ายน้ำให้ตายว่ายน้ำเป็นเสียที่ไหน มันต้องโดดลงไปในน้ำเซ่! ไม่ใช่มัวแต่นั่งอ่าน!” (ผู้น้อยยังตะแบง)
“เอาเถอะ–เอาเถอะ–” (เสียงกระซิบโบกไม้โบกมือเชิงขอเจรจาสงบศึก..กระซิบต่อว่า) “เอาเป็นว่าใช้ชีวิตไปอ่านไปดูไปฟังไปให้มันพร้อมกันไปเนี่ยแหละดีแล้ว..ว่าไง?” (แน่ะมีการถามย้อน!)
จริง ๆ นะทั่น ข้าพเจ้าเซ็งกระดองใจกับน้ำเสียงเจือหยามหลู่ว่าคนไทยไม่อ่านหนังสือ ฟังคล้ายไม่ชอบเรียนรู้! ไม่ฉลาด! น้ำเสียงนี้ดูเหมือนมาจากทางฟากผู้หากินอยู่กับการขายอักษร อะไรนะ!? พิมพ์สามพันเล่มขายทั้งปียังไม่หมด! อะไรประมาณเนี้ย!
มันอีหรอบเดียวกับพวกนักสร้างละครไทยที่ยัดเยียดด่า-ตบ-จูบพระเอกนางเอกโอเวอร์แอ็คให้คนไทยนั่งตาละห้อยกันทั้งสยามประเทศ แล้วก็บอกว่า คนไทยชอบอย่างนี้นั่นแหละขะรับ เจอซีรี่เกาหลีดี ๆ เข้าผู้คนเขาติดกันทั้งเมือง(แต่ก็ยังไม่สำนึก)
มันเรื่องของการเบี่ยงเบนประเด็นเสียมากกว่า!
หกบรรทัดต่อปีก็จะเป็นไร? เสียหายตรงไหน? หากเป็นหกบรรทัดที่มีคุณค่า อย่างท่านว่าล่ะขะรับ ต่อให้บรรทัดเดียวด้วยเอ้า! คารวะ @ ท่านขุนแสน : แม้จะแย่แต่ใช่ว่าจะแย่ที่สุด
อ่านแล้วชวนคิด สามารถนำมาใช้กับชีวิต สร้างสังคมให้อยู่ร่วมอย่างมั่นคง สงบ สมดุล (จะใช้คำว่าดีขึ้นเดี๋ยวถูกอ.บ.ต.ตีความไปในทางสร้างถนนเสียอีก)
Posted on พฤศจิกายน 25, 2007, in essay, Wing's Wind. Bookmark the permalink. ให้ความเห็น.