ริ้วรางพร่างพริ้วเป็นริ้วลอก
สัพยอกลอกลมที่ห่มสาย
ลมหยอกเหย้าเคล้าผิวเป็นริ้วลาย
กระเพื่อมสายส่ายพริ้วเป็นริ้วคลื่น
กระชวยชุ่มชอุ่มสายในลายเส้น
ซ่านกระเซ็นกระเด็นสาดคล้ายวาดผืน
นทีหนุ่มชุ่มชื่นในดื่นคืน
มันจึงยื่นรอยยิ้มให้พริ้มจันทร์
เพียงแม้นมองก็หมองใจเข้าในจิต
เคยเพ่งพิจภาพเงาแลเฝ้าฝัน
นั่งมองน้ำคราวบรรจบพลบตะวัน
นั่งกอดกันกับนุชน้องถึงมองเดือน
นั่นพริ้มดาวเริ่มพราวแสงอีกแรงหนึ่ง
น้ำตาซึ้งก็ถึงคราหยาดมาเปื้อน
คิดถึงคืนสองเรานับดาวเดือน
เสียงน้ำเลื่อนกล่อมเพลงบรรเลงใจ
นทีหนุ่มไหลไปถึงไหนนี่
ฝากวจีถึงน้องยาข้าได้ไหม
ว่าข้ารอริมฝั่งท่าอย่างล้าใจ
เจ้าจากไกลทำใจพี่เสียยี่ยำ
หากนุชน้องมองน้ำในยามนี้
ขอให้มีภาพผุดพร่างของย่างย่ำฯ
ขอให้ยินเสียงหยอกเย้าเสียงเคล้าคำ
ที่พรอดพร่ำ “รักไม่จาง” กลางสายชล
ด้วยความเคารพครับพี่ท่าน
วันใหม่สวัสดิ์
คั่นฯ
Filed under: ระบำอักษรา
