คมคำ

สหายพี่สองช่างเก็บถ้อยคำสวย ๆ
ผู้น้อยหวังเจริญรอยตาม
ต่อไปจะไม่เพียงผ่านตา
แต่จะคว้ามาเก็บให้หมดทุกเม็ดเชียว
..

10 Responses

  1. จาก…คนชายขอบ
    http://www.fringer.org/wp-trackback.php?p=260

    หัวใจสี่ห้อง กับสมองสองซีก

    1. สมองซีกซ้ายควบคุมซีกขวาของร่างกาย
    สมองซีกขวาควบคุมซีกซ้าย
    สมองซีกขวาสั่งให้เราหันหน้าจากขวาไปซ้าย
    สมองซีกซ้ายสั่งให้เราหันหน้าจากซ้ายไปขวา

    เพราะสมองซีกขวาเป็น ‘ศิลปิน’ มากกว่าสมองซีกซ้าย
    ผู้เป็น ‘นักคิดเลข’ ของเรา
    ภาษาที่อ่านจากขวาไปซ้ายจึงดูเหมือนภาพเขียน
    ภาษาที่อ่านจากซ้ายไปขวาจึงดูเหมือนสัญลักษณ์

    แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เราอ่านออกไปก็เท่านั้น
    เพราะเราจะไม่อาจได้ยินเสียงร่ำร้อง
    ของผู้เพรียกหาความเป็นธรรมผ่านตัวหนังสือ

    ……

    2. สมองซีกซ้ายเข้าใจลำดับเหตุการณ์
    สมองซีกขวาเข้าใจปรากฎการณ์ที่มีหลายสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน

    สมองซีกซ้ายจึงเข้าใจภาษาพูด อ่าน เขียน
    และสมองซีกขวาก็เข้าใจภาษาของแววตา สีหน้า และท่าทาง

    แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เราเข้าใจไปก็เท่านั้น
    เพราะเราจะเมินเฉยและชาชิน
    กับความทุกข์ยากของคนที่เพียรสื่อสารให้เราเข้าใจ

    ……

    3. สมองซีกซ้ายเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา
    สมองซีกขวาเชี่ยวชาญด้านบริบท

    เวลาได้ยินใครพูดเสียงห้วนว่า “คนบ้านนอกไร้การศึกษา”
    สมองซีกซ้ายจึงทำให้เรารับรู้ว่า ประโยคนี้หมายความว่าอะไร
    และสมองซีกขวาก็ทำให้เรารับรู้ว่า คนพูดตั้งใจถากถางอย่างไร

    แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เรารับรู้ไปก็เท่านั้น
    เพราะเราจะไม่สนใจคิดหาวิธี
    ที่จะทำให้คำแบบ ‘บ้านนอก’ หลุดพ้นจากอคติทั้งมวล

    ……

    4. สมองซีกซ้ายวิเคราะห์รายละเอียด
    สมองซีกขวาสังเคราะห์ภาพรวม

    สมองซีกซ้ายจึงช่วยให้เราบันทึกจำนวนผู้ยากไร้
    และสมองซีกขวาก็ช่วยให้เรามองเห็นความเกี่ยวโยง
    ระหว่างความยากจนกับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

    แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เราบันทึกได้และมองเห็นไปก็เท่านั้น
    เพราะเราจะไม่อาจบันทึกความหิวโหยของผู้ยากไร้
    หรือมองเห็นความอยุติธรรมใดๆ ในสังคม

    ……

    ในขณะที่สมองมนุษย์กำลังขยายใหญ่ขึ้นตามพรมแดนความรู้ยุคโลกาภิวัตน์
    หัวใจมนุษย์กลับหดลีบเล็กลงทุกวัน
    พักการบำรุงสมองไว้ชั่วคราว หันมาบำบัดหัวใจแทนบ้างจะดีไหม?

    เพราะถึงแม้สมองของเราจะมีสองซีก
    หัวใจของเราก็มีตั้งสี่ห้อง.

  2. บ้านนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงใช่ไหมท่านดิน..

    ๑. ขยายขอบเขตของสีขาวๆ หน่อยสิท่านดิน แบบว่า มันแคบไป ทุกอย่าง เบียดกันไปหมด เพราะว่า ตัวหนังสือก็ใหญ่.. กว้างๆ หน่อย จะได้สบายตา

    ๒. … คิดไม่ออก..

  3. อา…แท้งค์กิ้วหลาย ๆ
    นี่ล่ะที่ต้องการ
    ขอบคุณขอรับขอบคุณ

    คารวะ

  4. มาเพิ่มต่อ.. เดี๋ยวคนแก่จะน้อยใจ หาว่าไม่สนใจบ้านนี้

    ๑. ขนาดของ theme image กว้างกว่า ขนาดของพื้นที่สีขาว อีกนะท่านดิน

    ๒. ทำให้ส่วน เนื้อหาในโพส กับ ส่วน comment แบ่งแยกชัดเจนได้ไหมอ่ะท่าน.. เวลาไล่อ่าน แล้วมึน สีเดียวกันหมดเลย อ่านไปอ่านมา นึกว่าเขียนต่อๆ กัน

    ๓. ถ้าทำได้ ไหนๆ ก็แต่งเองได้ ลองเอาพวกเมนู content ไว้ด้านบนของบล็อก น่าจะหาได้ง่ายกว่า

    ๔. และเพื่อไม่ให้รกเกินไป.. ท่านเพิ่มอีกหนึ่งหน้า สำหรับพวก FeedBurner, Technorati, Bloglines etc.. น่ะท่าน.. เอาไปรวมหน้านั้นหน้าเดียว จะได้ไม่งง

    ลองดูว่าดีไหมแล้วกัน.. แก้ไขได้อย่างไร จะมา comment อีกเน้อ

    ปล. ท่านดิน ก็เขียนมันทั้ง ๒ บ้านพร้อมๆ กัน แต่แยกแนวเขียนก็ได้.. นะ นะ.. หึหึ

  5. อา…ท่านมุกขะรับ
    แท็งค์กิ้วอีกหลายหลาย

    เขียนทั้งสองที่คงไม่ไหว
    ข้าพเจ้ารักเดียวใจเดียว
    ไม่เคยมีสองบ้าน อิ อิ อิ

    ตอนนี้ขยายเต็มจอ
    ตัวอักษรใหญ่ไม่ทราบพออยู่บนจอ ๑๗ มันจะกลายเป็นหม้อแกงไปไหมท่าน?

    คารวะ
    ดิลล์

  6. ข้าพเจ้าเพิ่งสร้างบ้านอีกหลังที่ WP เสร็จเจ้าค่ะ.. ๕๕๕ เล่นมาสองสามวันละ ตบแต่งกันมันเมา เมามัน

    อีกบ้านเป็นบ้านเสริม เอาไว้เขียนเล่น ฝึกปรือ ภาษาปะกิด คงไม่มีใครอ่าน ๕๕ แล้วก็เอาไว้ เวลาไปอ่านบล็อกภาษาปะกิด ก็จะได้ทิ้งลิงค์ปะกิดเอาไว้.. ให้สอดคล้องกัน

    ส่วนบ้านปัจจุบันเป็นบ้านหลัก ที่พักใจ.. (ฮิ้ววววววววว)

    .

    .. เป็นเด็กเป็นเล็ก หัดมีบ้านเล็กบ้านน้อยเสียแล้ว เหอๆ

    ..

    กลับมาเรื่องบ้านท่านดีกว่า..

    ๑. ตัวหนังสือ ขนาดนี้ กำลังดีเจ้าค่ะ.. อันก่อน ใหญ่เกินไป กินที่

    ๒. ส่วนที่ขยายส่วนสีขาว ข้าพเจ้าเห็นแล้ว เมื่อตอนกลางวัน แอบแว๊บเข้ามาดูหน่อย (แต่เพราะมัวแต่แต่งบ้านใหม่ เลยยังไม่เขียนไรไว้) อันนั้น ใหญ่ไป บานไปหมดเลย

    .. ขนาดเท่าตอนนี้ กำลังดีเจ้าค่ะ

    ๓. อืม.. อันนี้ความคิดส่วนตัวนะเจ้าคะ.. คิดว่า ขนาดตัวอักษรใน column ด้านซ้าย ควรจะเล็กกว่านี้.. เพื่อให้เห็นความแตกต่าง ระหว่าง ส่วนที่เป็นบล็อก และส่วนที่เป็นอย่างอื่นน่ะเจ้าค่ะ มันจะชัดเจนดี.. แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็โอเคแล้วล่ะ

    ๔. ขนาดตัวหนังสือของหัวข้อด้านซ้ายเล็กไปไหมเจ้าคะ? อ่านไม่ค่อยออก

  7. รับทราบ..เจ้าค่ะ
    แล้วจะตามไปนั่งเล่นที่บ้านใหม่นะเจ้าคะ

    ดิลล์

  8. คืนเดือนมืดสวัสด์ครับพี่ท่านฯ

    ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าผมต่อสู้กับเทคโนโลยีชนิดเอาเป็นเอาตายเลยกว่าจะเข้ามาโพสข้อคิดเห็นในบล็อคของพี่ท่าน เห้อ..ลิงได้มือถือโดยแท้ผม เป็นอย่างไรบ้างครับช่วงนี้สบายดีไหมขอรับ ทนความคิดถึงไม่ไหวครับพี่ท่าน ก็พี่ท่านเล่นห่างหายจากบ้านหนอนทีละนานโขกระผมไม่ได้สนทนากับคนคอเดียวกันก็พาลร่ายอะไรไม่ออกเอาเสียเลย
    ไม่รู้จะเริ่มเกริ่นนำจากตรงไหนเอาเป็นว่าขอนางทางไปรษณีย์ท่านพี่ตรงๆเลยแล้วกันนะขอรับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปส่งมาให้กระผมหน่อย bugbluesky@hotmail.com

    ด้วยความเคารพและคิดถึงขอรับ

    ที่คั่นหนังสือ

  9. ท่าน’ปราย

    “กาลเวลาช่างโหดร้าย
    ถ้าใครอันเป็นที่รักยิ่งตายจากไป
    แล้วเราก็ลืมเขาได้จนหมดสิ้น”

    “น้ำตาไม่ใช่ความโศกเศร้าที่แท้จริง”

    “สิ่งที่เราทำลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละวันของชีวิต
    จะหล่อหลอมให้เรากลายเป็นบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา”

  10. ขึ้นรถเมล์จากอนุสาวรีย์…คิดว่าน่าจะผ่านกระท่อมท่านแต่ผิดสาย…มันดั๊นไปดอนเมือง..เลยต้องนั่งเครื่องบินวนอีกรอบ..เพื่อไปลงหาดใหญ่แล้วต่อรถสองแถวตามหากระท่อมแต่หลงทาง…สองแถวใจดีเลยพาไปทิ้งไว้ที่ขนส่งแทน..เลยขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ…เดินหลงทางอยู่แถวสายใต้…โบกรถตู้ให้ไปส่งที่อนุสาวรีย์อีกที..แล้วขึ้นรถเมล์จากอนุสาวรีย์…(อ่านซ้ำอีกรอบ)

    อิอิ…
    ความจริงจะแค่เข้ามาเอ่ยคำทักทายท่านนันยาง…แต่ดูเหมือนจะสั้นๆไป เลยเขียนไปให้มันยาวหน่อยเพื่อการบันเทิงใจแตะเล่นแต่เพียงข้างเดียวเท่านั้นแล

ใส่ความเห็น