กระบี่ทลายฟ้า ภาค ๓. : ๓๒. หอหนึ่งในใต้หล้า (ต่อ)

titlekrabi31.jpg

สายอสุนีแปลบปลาบอยู่ในมวลเมฆหมอกปั่นป่วน
เสียงเปรี้ยงเปรี้ยงดังลั่นนาสิก
เงาร่างดำพุ่งทะยานขึ้นไปตามแนวอาคารศิลาด้วยความเร็วถึงที่สุด
มีเงาขาวอีกสายทะยานตามติดพร้อมประกายกระบี่ที่กราดเกรี้ยว
เงาร่างดำพลิ้วกายหลบหลีกขณะลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ
พลันโผไปยังผนังศิลาใช้เท้าสะกิดอาศัยพลังสะท้อน
ดีดกายเคลื่อนไหวไปมาราวมัจฉาแหวกว่ายวารี
รังสีกระบี่ยิ่งคลี่คลุมห้อมล้อม
ท่าร่างยิ่งพลิ้วไหวไปตามกระแสธารกระบี่
หาได้ต่อต้านขัดขืน
ธารกระบี่ยิ่งมายิ่งกราดเกรี้ยว
เงาร่างดำกลับพลิกพลิ้วราวมัจฉาเริงนที

ในรังสีกระบี่ที่ครอบคลุมแน่นหนาเงาร่างขาวตวาดเสียงสะท้าน

“ไม่คาดคิดศัตรูร้ายกาจที่สุดกลับเป็นตัวข้าพเจ้าเอง!”

“ข้าพเจ้าหาได้คิดเป็นศัตรูกับท่าน เพียงหวังให้ท่านล้มเลิกความตั้งใจ
ที่จะครอบครองหอหนึ่งในใต้หล้า”

“เหลวไหล! อีกก้าวเดียวจะถึงเป้าหมายท่านยังคิดขัดขวาง!”

“ตราบใดข้าพเจ้ายังมีชีวิต ข้าพเจ้าจะขัดขวางท่านถึงที่สุด”

“ดี! กล่าวได้ดี! ความแค้นมารดายิ่งใหญ่ ท่านไม่คิดสะสาง
ยังคิดขัดขวางข้าพเจ้า ท่านผิดต่อมารดา ผิดต่อบุญคุณมารดาที่เลี้ยงดู
ผิดต่อฟ้าดิน กระรอกน้อยท่านไม่สมควรเป็นผู้คน!”

“ท่านสิผิด! มารดาไม่เคยมีความแค้น มารดามีแต่ความรัก
มารดาไม่เคยต้องการให้ท่านฆ่าฟันเช่นนี้!”

“ท่านมันขี้ขลาด!”

สิ้นเสียงกระบี่ดาวตกใช้ท่าร่างวายุสุริยันฟาดกระบี่ออก
ประกายกระบี่สะท้อนเงาซับซ้อนเป็นร้อยเป็นพันสาย
คลี่คลุมหนาแน่นจนไม่เหลือช่องว่างให้แทรกกายหลบหลีก

กระรอกน้อยยามคับขันกวาดมือกรีดพลังปราณออกคุ้มครองกาย
ก่อเกิดวงแสงสีเพลิงขึ้นห่อหุ้มร่าง กระรอกน้อยอุทาน

“ปราการวชิระ!….หรือนี่คือพลังปราณที่มารดาสกัดไว้!”

กระบี่ดาวตกโถมเข้ารุกเร้า
กระบี่ที่กราดเกรี้ยวพอสัมผัสวงแสงปราการวชิระก่อเกิดพลังดีดสะท้อน
เงาร่างขาวกระดอนไปไกลมันพลิกตัวสะบัดกระบี่ชี้ตรงไปยังกระรอกน้อย

เป็นกระบี่ดาวตกที่เลื่องลือ
กระบี่ดาวตกที่ไม่เคยพ่าย
ปลายกระบี่สั่นสะท้านคล้ายพยายามเลี่ยงหลบ

กระบี่ดาวตกขับเคลื่อนพลังลมปราณเข้าควบคุม
ประกายแสงเจิดจ้าเคลื่อนผ่านจากด้ามไปยังปลายกระบี่
มันพลันตวาด “ดาวตกขับจันทร์!”

ส่งพลังลมปราณเคลื่อนเข้าควบคุมกระบี่
ก่อเกิดสภาวะกระบี่ที่เร่งร้อนรุนแรง พุ่งตรงเข้าทำลายเป้าหมาย
เงาร่างขาวทะยานตามติด
ประกายกระบี่เจิดจ้าบาดตาวาบตัดผืนฟ้าทะมึน
ดุจประกายดาวตกผ่านนภา

กระรอกน้อยเห็นแสงเจิดจ้าตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ต้องสะท้านกาย
มันตัดสินใจแลกชีวิต!
กระรอกน้อยผนึกลมปราณ
ส่งขุมพลังไปที่สองฝ่ามือ
จากนั้นตวาดเสียงกึกก้อง “ปราการวชิระอนันตรัย!!”

กระรอกน้อยที่ในวงแสงปราการวชิระส่งพลังลมปราณออกไป
เกิดเป็นวงแสงแดงโรจน์ลูกแล้วลูกเล่าหนุนเนื่องกัน
พร้อมลำแสงเจิดจ้าพุ่งจากสองฝ่ามือ

คมกระบี่ดาวตกสัมผัสวงแสงปราการวชิระ
เสียงระเบิดดังกึกก้อง กระบี่แหวกวงแสงเข้ามาอย่างเร่งร้อน

กระรอกน้อยเร่งเร้าลมปราณ
กู่ร้องสุดเสียง
พลังลมปราณกล้าแกร่งทะลักออกดุจภูผาพังทลาย

ในวงแสงเจิดจ้าพลันปรากฏใบหน้าอ่อนโยน แย้มยิ้ม
แต่ดวงตากลับคล้ายมีละอองหมอกใสเคลือบคลุม
เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่เศร้าสร้อยจนไม่อาจบรรยาย

กระรอกน้อยชะงักอุทาน “หรือเรา…อยู่ในความฝัน!”
ละอองหมอกจากดวงตาสวยเศร้าหยดเป็นประกาย
กระรอกน้อยรำพึง “มารดา…”

พลังลมปราณพลันชะงักงัน
ในพริบตา
กระบี่ดาวตกพุ่งวาบผ่านร่างกาย

กระรอกน้อยร่วงหล่นละลิ่วลงจากฟากฟ้า
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน
สรรพเสียงเงียบงัน
มันยื่นมือหมายไขว่คว้าเงาที่เบื้องหน้า
ปากร่ำร้อง “มารดา…มารดา…”
ขณะร่างละลิ่วลงไปสู่ความมืดมนไม่อาจหาที่สิ้นสุด

ความตายเป็นเช่นนี้เอง
เบาสบายสิ้นสุดทุกภาวะผูกพัน
สรรพสิ่งไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง

กระทั่งชีวิต!

ในความตายไร้บุญคุณความแค้น
ไร้โลภโมโทสัน
ไร้มิตรไร้ศัตรู
ไร้เกลียดชังไร้รัก…รัก….

อา…หลิวน้อย….

กระรอกน้อยพลันลืมตาฟื้นขึ้น
เห็นประกายกระบี่ดาวตกพุ่งตามลงมา
กระรอกน้อยประกบฝ่ามือส่งพลังทั้งมวลที่มีออกไป

กระบี่ดาวตกที่โผพุ่งตามมา ปะทะกับพลังรุนแรงไม่อาจหลบเลี่ยง
ร่างปลิวคว้างราวว่าวขาดป่าน
ร่วงหล่นลงกระแทกพื้น

กระรอกน้อยที่บาดเจ็บสาหัสพลิกกายวูบติดตามลงไป
มันหยิบกระบี่บนพื้นขึ้นมา
ก้าวช้า ๆ ไปยังกระบี่ดาวตกที่บาดเจ็บพอกัน

ประกายตากระรอกน้อยระริก
หยาดโลหิตไหลอาบกระบี่ลงเป็นทาง
กระบี่ดาวตกเขม้นมองอย่างเย้ยหยัน
เปล่งเสียงหัวร่อคลุ้มคลั่งจากนั้นแค่นเสียงกล่าว

“กระรอกน้อยเอย ท่านแต่เยาว์มีหรือสักครั้งที่เคยเอาชนะข้าพเจ้า”

กระรอกน้อยมองมันด้วยแววตาสะท้อนสะท้าน กระบี่ดาวตกกล่าวสืบไป

“ข้าพเจ้าไม่ควรปล่อยให้ท่านดำรงคงอยู่มาจนบัดนี้ จนขวัญกล้าปานนี้”

กระรอกน้อยกระชับกระบี่กล่าว

“วันนี้เรื่องราวระหว่างเราจบสิ้นกันเสียที”

กระบี่ดาวตกหัวร่อ ฮา ฮา กล่าวว่า

“หรือท่านคิดว่าเพียงมีกระบี่ในมือจะสามารถสยบข้าพเจ้า?”

“หรือไม่สามารถ?”

“ย่อมไม่สามารถ!”

“ข้าพเจ้าจะลองสักครา” กระรอกน้อยขยับกาย

“พกพากระบี่พิชิตทั่วหล้า ที่ฆ่าคนหาใช่กระบี่
กลับเป็นจิตใจของผู้ถือกระบี่ ! จิตใจท่านอ่อนปวกเปียก
อย่าว่าจะฆ่าคน แม้มดปลวกยังไม่อาจกำจัด
ท่านหรือมีปัญญาฆ่าข้าพเจ้า!”

กระรอกน้อยชะงักงัน
มือขวาที่กำกระบี่สั่นสะท้านแววตาสะทก
ตลอดมากระบี่ดาวตกล้วนล่วงรู้ความในใจมัน
มันกลับไม่อาจล่วงรู้ว่ากระบี่ดาวตกนึกคิดสิ่งใด
มันอ่อนแอเสมอมา มันไม่เคยกล้าตัดสินใจ
ทุกเรื่องทุกครั้งกระบี่ดาวตกจะเป็นผู้ตัดสินใจ
มันล้วนอาศัยพึ่งพาคนผู้นี้

กระบี่ดาวตกเขม้นมองมันแน่วนิ่ง แค่นเสียงเย้ยหยันกล่าว

“ลำพังตัวท่าน ไม่อาจมีชีวิตรอดจนบัดนี้
กี่ครั้งที่ข้าพเจ้าช่วยเหลือท่านจากการถูกรังแกข่มเหง
กี่คราที่ท่านล้มลงจนไม่อาจขยับเขยื้อน
ใช่ข้าพเจ้าหรือไม่ที่ฉุดมือท่านลุกขึ้น! ท่านช่างกตัญญูนัก!”

กระรอกน้อยนิ่งอึ้ง
จริงดังกระบี่ดาวตกว่า
หรือมันเป็นเพียงเงา เพียงเงาร่างสายหนึ่งเท่านั้น
คนเบื้องหน้าสิคือตัวจริงที่มีเลือดเนื้อจริง ๆ
หรือมันเป็นเพียงผู้มาอาศัยร่างกระบี่ดาวตก!

กระบี่ดาวตกยิ้มหยันกล่าว

“ท่านเป็นเพียงเงาของข้าพเจ้า เงาที่ไร้ค่า!
ถึงเวลาแล้วที่ควรกำจัดท่านเสีย มีท่านไว้รังแต่จะถ่วงข้าพเจ้า”

กระรอกน้อยกระชับกระบี่ในมือ
กระบี่ดาวตกมองกระบี่กล่าวอย่างลำพองใจ

“อย่าพยายามเลย ท่านสู้ข้าพเจ้าไม่ได้หรอก”

กล่าวจบมันซัดฝ่ามือออก
กระรอกน้อยไม่ทันระวังถูกฝ่ามือปลิวไปไกลบาดเจ็บจนไม่อาจลุกขึ้น
กระบี่ดาวตกทะยานตามไปแค่นเสียงกล่าว

“ข้าพเจ้าปล่อยให้ท่านมีชีวิตอยู่ก็เพื่อใช้ท่านนำทางสู่หอหนึ่งในใต้หล้า
บัดนี้นับว่าท่านได้นำข้าพเจ้ามาส่งถึงประตูหอแล้ว
ท่านทำหน้าที่สำเร็จลุล่วง นั่นเป็นคุณความดีเพียงหนึ่งของท่านที่น่าชื่นชม”

“ท่านจะไม่มีวันเข้าสู่หอหนึ่งในใต้หล้า!”

“ท่านยังคิดขัดขวาง?”

“ข้าพเจ้าจะขัดขวางท่านถึงที่สุด!”

“ท่านสามารถ?”

“มาตรว่าข้าพเจ้าเป็นเพียงเงาของท่าน เป็นเพียงเงาที่ไร้ค่า
ไร้ชื่อเสียง ยังมีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ามีแต่ท่านไม่มี!”

กล่าวจบกระรอกน้อยเกร็งลมปราณตวัดกระบี่เข้าสู่ร่างตัวเอง
ปลายกระบี่ทะลุออกด้านหลัง
บุปผาโลหิตพร่างพรู

กระบี่ดาวตกสะท้านกาย
แววตาฉงนก้มลงมอง่ร่างตนที่ค่อย ๆ เลือนหายไป
พลันอุทาน

“กระรอกน้อยท่.า..น!”

krabi4s.jpg