
เหล่าองครักษ์ซัดฝ่ามือโดยพร้อมเพรียงไปยังตำแหน่งเดียวกัน
เงาดำบัดเดี๋ยวชัดเจนบัดเดี๋ยวจางหาย
เสียงหัวร่อยิ่งมายิ่งดังกึกก้องจากทุกทิศทาง
แฝงพลังลมปราณที่แกร่งกร้าวทำลายโสตประสาท
จนผู้คนไม่อาจทานทน
คนของป้อมพยัคฆ์คำรณต้องเอามืออุดหู
เหล่าองครักษ์หลังซัดฝ่ามือสูญเสียพลังลมปราณ
อีกทั้งได้รับบาดเจ็บภายในต้องกระอักโลหิตออกมา
เกี้ยวดำเลือนลอยลงต่ำ
สาวกอสูรเทวะพลันปรากฏกายขึ้นราวภูติพราย
จู่โจมเข้าสังหารคนป้อมพยัคฆ์คำรณ
เกิดการต่อสู้ชุลมุน
เจ้าป้อมสะกิดเท้าละลิ่วร่างไปยังเกี้ยวอสูร
ซัดฝ่ามือกระหน่ำใส่เกี้ยวดำทะมึนราวห่าฝน
ฝุ่นศิลาฟุ้งกระจายขึ้นรายรอบเกี้ยว
ร่างเจ้าป้อมยามเข้าใกล้เกี้ยวกลับกระเด็นกระดอนออกมา
ราวปะทะผนังศิลา เจ้าป้อมคายโลหิตคำโต
ผนึกลมปราณหมายทะยานเข้าโจมตีอีกครา
เสียงหัวร่อฮา ฮา ยังคงดังสะท้านสะเทือน
เต้าหยินสะบัดพู่โพยม เกิดประกายเข็มสีเงินเป็นพันเป็นหมื่นสาย
พุ่งเข้าทำลายเกี้ยว
ประกายเข็มกลับถูกกลืนหายเข้าไปในความดำมืดลึกล้ำ
งมจันทร์ใต้นทีพลิกฝ่ามือ
ปรากฏโลหะทรงกลมสีเงินเป็นมันวาวขึ้นในสองฝ่ามือ
มันพลันพลิ้วร่างซัดโลหะทรงกลมไปยังเกี้ยวอสูร
ปรากฏเปลวเพลิงลุกวาบขึ้นบนตัวโลหะ
ยามสัมผัสเกี้ยวอสูรต้องเกิดเปลวเพลิงลุกท่วมอย่างแน่นอน
มิคาด
โลหะเพลิงกลับถูกกลืนหายเข้าภายในเกี้ยว
เกี้ยวดำยังคงตั้งมั่น เสียงหัวร่อ ฮา ฮา ดังอยู่ตลอดเวลา
งมจันทร์ใต้นทีเกร็งลมปราณดึงดูดโลหะเพลิงกลับคืน
ประกายสีเงินพุ่งออกจากเกี้ยวอสูรอย่างเร่งร้อน
งมจันทร์ใต้นทีพลิกตัวคว้าโลหะเพลิงไว้ด้วยความแตกตื่น
มีเสียงจากในเกี้ยวกล่าวอย่างเฉื่อยชา
“ร่ำลือองครักษ์พิทักษ์หอล้วนยอดยุทธ์ ที่แท้มีเพียงของเล่นทารก”
กล่าวจบม่านดำของเกี้ยวพะเยิบพลิ้ว
มีขุมพลังลมปราณหมุนวนเป็นเกลียวกระหน่ำหาคนทั้งสาม
เจ้าป้อม เต้าหยิน งมจันทร์ใต้นทียกฝ่ามือขึ้นต้าน
ร่างทั้งสามถูกสภาวะหนุนเนื่องของคลื่นพลังอันหนักหน่วงผลักดัน
ถอยครูดไปตามพื้นศิลาจนกระแทกกำแพงถล่มทลายฝุ่นฟุ้งกระจาย
หลิวน้อยอุทาน “พลังทุติยเทพ!”
นางเคยสัมผัสพลังเช่นนี้มาย่อมล่วงรู้ถึงความรุนแรง
นางมองละอองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายด้วยแววตาวิตกกังวล
ผู้เฒ่าขลุ่ยไม้ไผ่นั่งสงบนิ่งโคจรลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ
ชั่วครู่ละอองฝุ่นสงบลง
เผยให้เห็นร่างคนทั้งสามก้าวเท้าออกมาจากซากศิลา
ริมปากมีคราบโลหิต
ดวงตาแดงก่ำ

Filed under: กระบี่ทลายฟ้า ตอน ๒.
